เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ "โรคพิษสุนัขบ้า" โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่อันตรายถึงชีวิต แต่ป้องกันได้
หลายคนอาจคิดว่า โรคพิษสุนัขบ้าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง โรคนี้ยังคงพบได้ในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่รุนแรงที่สุด เพราะเมื่อมีอาการแล้ว แทบไม่มีโอกาสรักษาและอาจเสียชีวิตได้
โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับสุนัขเท่านั้น แต่สามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด ทั้งสุนัข แมว หรือสัตว์อื่น ๆ และยังสามารถแพร่เชื้อได้จาก การกัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แล้วเราจะสังเกตอาการของสัตว์ที่อาจติดเชื้อได้อย่างไร ถ้าถูกสุนัขหรือแมวกัด ควรปฐมพยาบาลตัวเองแบบไหนถึงจะถูกต้อง และเจ้าของสัตว์เลี้ยงควรป้องกันอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งคนและสัตว์ ร่วมพูดคุยและหาคำตอบกับ พญ.อุบลพรรณ วีระโจง แพทย์เวชอาชีวเวชศาสตร์ และสัตวแพทย์
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
ความเชื่อที่ว่าโรคพิษสุนัขบ้าพบมากในฤดูร้อนนั้นไม่ถูกต้อง เพราะแท้จริงแล้วโรคนี้เกิดได้ทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี ที่สมัยก่อนเตือนกันว่าพบมากในหน้าร้อน เพราะเป็นช่วงปิดเทอมที่เด็กมักถูกสุนัขกัด แต่จากประกาศพื้นที่โรคระบาดพบว่ามีรายงานต่อเนื่องทั้งปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงอากาศร้อนสัตว์เลี้ยงอาจหงุดหงิดง่ายและกัดได้ง่ายขึ้น
อีกความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนคือโรคนี้เกิดเฉพาะในสุนัขและแมว แต่ความจริงโรคพิษสุนัขบ้าเกิดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ทั้งสุนัข แมว โค กระบือ สัตว์ป่า รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในน้ำอย่างแมวน้ำ โลมา และวาฬ และยังเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน รวมถึงจากคนสู่คนได้ผ่านทางน้ำลายและเลือด โดยมีรายงานเคสในต่างประเทศที่ทหารถูกสุนัขกัดในพื้นที่ปฏิบัติงาน แล้วใช้ระยะฟักตัวนานถึง 8 เดือนกว่าจะแสดงอาการ ทำให้ต้องสืบสวนหาผู้สัมผัสใกล้ชิดย้อนหลังเพื่อรับวัคซีน นอกจากนี้ ผลการตรวจวินิจฉัยในสุนัขยังพบว่าราว 40 % ของผลบวกเป็นสุนัขที่มีเจ้าของ ไม่ใช่สุนัขจรจัดทั้งหมด
อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์และคน
ความเชื่อที่ว่าสัตว์ติดเชื้อต้องมีอาการดุร้ายเสมอนั้นไม่จริง เพราะสัตว์ที่ติดเชื้ออาจมีอาการซึมก็ได้ โดยอาการในสัตว์แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะอาการนำในช่วง 2-3 วันแรกที่แทบไม่แสดงอาการจำเพาะ ระยะตื่นเต้นกระวนกระวายที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้ารุนแรงกว่าปกติ เริ่มงับลม กัดแทะสิ่งของ และมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เช่น จากเดิมไม่เข้าหาคนกลับเข้ามาหาคนมากขึ้นหรือซึมลง ซึ่งกินเวลาราว 1-7 วัน และระยะสุดท้ายคือระยะอัมพาต สัตว์ที่อยู่ดี ๆ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปแล้วมากัดจึงถือว่ามีความเสี่ยง
ในคน เมื่อเริ่มแสดงอาการมักเสียชีวิตภายใน 5 วัน และเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ทั้งในคนและสัตว์ อาการในคนมี 2 ลักษณะ คือ แบบคลุ้มคลั่งและแบบอัมพาต เหตุที่เรียกว่าโรคกลัวน้ำ เพราะผู้ป่วยจะกลืนน้ำและน้ำลายลำบาก มีน้ำลายไหลมากผิดปกติ และมีอาการกลัวลมร่วมด้วย เมื่อมีลมพัดมาจะตอบสนองผิดปกติและเกร็งกล่องเสียง พร้อมหายใจเฮือกลึกเป็นพัก ๆ ช่วงแรกจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงคล้ายในสุนัข จากนั้นเข้าสู่ภาวะกลัวน้ำกลัวลม และสุดท้ายกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนเป็นอัมพาตทั่วร่างกายและเสียชีวิต บางรายอาจไม่แสดงอาการกลัวน้ำกลัวลม แต่เกิดอัมพาตทั้งตัวภายใน 14-15 วันแล้วเสียชีวิต
การป้องกันและสิ่งที่ต้องทำเมื่อถูกกัดหรือข่วน
การติดเชื้อไม่ได้เกิดจากการถูกกัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังติดได้จากการถูกข่วนจนมีเลือดออกหรือมีแผลเปิด รวมถึงการถูกเลียบริเวณที่มีแผล เพราะเชื้ออยู่ในน้ำลายและเลือด นอกจากนี้ยังติดได้จากการบริโภคเนื้อดิบของสัตว์ที่ติดเชื้อผ่านทางเลือด แม้เนื้อที่ปรุงสุกจะปลอดภัย แต่ไม่ควรนำเนื้อสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุมารับประทาน สำหรับการป้องกันในสัตว์เลี้ยง ลูกสุนัขที่ทราบประวัติควรฉีดวัคซีนเข็มแรกที่อายุ 12 สัปดาห์ และฉีดกระตุ้นที่ 16 สัปดาห์ ส่วนสัตว์ที่ไม่ทราบประวัติให้ฉีด 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน จากนั้นฉีดเป็นประจำทุกปี และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นก็ควรได้รับวัคซีนเช่นกัน
เมื่อถูกกัดหรือข่วน สิ่งสำคัญคือต้องล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่นานประมาณ 15 นาที โดยเปิดน้ำผ่านเพื่อลดปริมาณเชื้อ จากนั้นใส่ยาฆ่าเชื้ออย่างเบตาดีน แล้วรีบไปพบแพทย์ภายใน 24-48 ชั่วโมง เพราะจากการสอบสวนโรคพบว่าผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าส่วนใหญ่มาจากการคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ ทั้งนี้ แผลที่ถูกกัดยังมีเชื้ออื่นนอกจากไวรัส แพทย์จึงมักให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย และอาจต้องฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักควบคู่กับวัคซีนพิษสุนัขบ้า โดยโปรแกรมการฉีดขึ้นอยู่กับประวัติการรับวัคซีนของแต่ละคน การให้ข้อมูลประวัติที่ครบถ้วน ทั้งวันที่ถูกกัดและสิ่งที่ทำหลังถูกกัด จึงมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและรักษา
Fact Check : อาการวูบชั่วขณะ (TIA) สัญญาณเตือน โรคอัมพาต
เรื่องที่แชร์ : อาการวิงเวียน หน้ามืด อาจเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือวัยทำงาน แต่หากพ่วงมาด้วยอาการแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว หรือวูบสลบไปชั่วขณะ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ร้ายแรงอย่าง หลอดเลือดสมอง หรือ อัมพาต ได้เลย เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ Fact Check มีคำตอบจาก ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมระบบประสาทและรังสีร่วมรักษาระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
คำตอบ: จริง
มีข้อมูลว่าอาการวูบ แขนขาอ่อนแรงชั่วคราวที่เป็นแล้วหายไป อาจเป็นสัญญาณเตือนของอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก) แบบถาวรได้ ผลการตรวจสอบพบว่าข้อมูลนี้เป็นจริง เพราะเกิดจากเส้นเลือดสมองอุดตันชั่วคราว ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมการทำงานของร่างกายขาดเลือดไปเลี้ยงจนเกิดอาการ เมื่อลิ่มเลือดที่อุดตันหลุดลอยไป อาการก็กลับมาเป็นปกติได้ แต่ผู้ป่วยยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดสโตรกซ้ำ ภาวะนี้เรียกว่าทีไอเอ (TIA) หรือภาวะความผิดปกติทางระบบประสาทชั่วคราว
อาการที่บ่งชี้ว่าเกิดจากสมอง ได้แก่ อ่อนแรงแขนขา ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ฟังไม่รู้เรื่อง ตามองเห็นภาพผิดปกติ เดินเซ และเวียนศีรษะ โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิดสโตรกและทีไอเอ คือ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หลอดเลือดคอตีบ และภาวะนอนกรนหยุดหายใจ แม้อาการจะหายไปเอง แต่หากไม่ได้รับการรักษาอาจเป็นซ้ำและรุนแรงขึ้นจนพิการหรือเสียชีวิตได้ การรักษาทีไอเอเน้นการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น คุมเบาหวาน ความดัน และไขมันให้ใกล้เคียงปกติ รวมถึงรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและเส้นเลือดคอตีบ เพื่อลดโอกาสการเป็นซ้ำในอนาคต
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
คนสู้โรค
- 24:41
สังคมสูงวัย กับภาวะโรคกระดูก, เยลลี่ผสมเมลาโทนินอันตราย จริงไหม ?
23 ก.พ. 69 - 23:43
ขี้ลืมตามวัยหรืออัลไซเมอร์, หูตึง สัญญาณอัลไซเมอร์ จริงหรือ ?
24 ก.พ. 69 - 23:26
ก้าวข้ามขีดจำกัดมะเร็งระยะที่ 4 ด้วยการดูแลแบบประคับประคอง
25 ก.พ. 69 - 25:16
ไขรหัสลับพันธุกรรม ความหวังใหม่...สู้โรคหายาก, เบกกิ้งโซดา-ผงถ่านชาโคล ช่วยขัดฟันขาว ?
2 มี.ค. 69 - 24:48
รู้ทันโรคไต ป้องกันได้ด้วยตัวคุณ
4 มี.ค. 69 - กำลังเล่น...
เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
5 มี.ค. 69 - 24:04
“สวนลุมพินี” และแหล่งสร้างสุขผู้สูงวัย “ศูนย์นันทนาการลุมพินี”
6 มี.ค. 69 - 23:54
โภชนาการผู้สูงวัย กินครบ 5 หมู่ สุขภาพแข็งแรง
9 มี.ค. 69 - 24:56
ป้องกันเหงือกร่น ลดโอกาสฟันร่วง
10 มี.ค. 69 - 24:51
ประจำเดือนหมดถาวร “วัยทอง” เรียกหา ดูแลสุขภาพอย่างไรดี
11 มี.ค. 69 - 23:40
PD-HD ผู้ป่วยโรคไต เลือกแบบไหนดี
12 มี.ค. 69 - 23:43
ปลูกถ่ายไต (KT) ทางเลือกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
17 มี.ค. 69 - 23:12
สูงวัยสุขภาพพังจาก “อากาศร้อน” ต้องรับมืออย่างไร
18 มี.ค. 69 - 24:24
มะเร็งลำไส้ รู้ทันความเสี่ยงที่ส่งต่อได้
19 มี.ค. 69 - 24:48
เรียนรู้ไม่มีวันเกษียณ โรงเรียนสูงวัย อบต.ท่างาม จ.สิงห์บุรี
20 มี.ค. 69 - 24:27
ไข้กาฬหลังแอ่น ป้องกันความเสี่ยงก่อนเดินทาง
23 มี.ค. 69 - 24:26
รูมาตอยด์ รู้เร็ว รักษาได้
24 มี.ค. 69 - 24:01
“ลิ้นไม่รับรส” ภาวะเสื่อมถอยในผู้สูงวัย สู่ปัญหาสุขภาพจากการกิน
26 มี.ค. 69 - 24:58
สร้างเสริมสุขภาพดีกับกิจกรรม “รอบรู้เรื่องยา” ลดความเข้าใจผิดเรื่องยา
27 มี.ค. 69 - 26:03
ชีวิตที่เปลี่ยนไป เมื่อ "ไตใหม่" เริ่มทำงาน, "เบอร์เบอรีน" คือยาลดน้ำหนัก ?
30 มี.ค. 69 - 24:57
ผื่นแพ้เซ็บเดิร์ม ตัวร้ายทำลายผิว, ดื่มคอลลาเจนทุกวัน สร้างกระดูกอ่อน จริงหรือ ?
31 มี.ค. 69 - 25:03
สมุนไพรใกล้ตัว ทางรอดสุขภาพในภาวะวิกฤติ
1 เม.ย. 69 - 23:54
หัวใจเต้นผิดจังหวะ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
2 เม.ย. 69 - 23:16
รอบรู้เรื่องยา ปรับนิดพิชิตโรค
3 เม.ย. 69 - 25:06
กินอย่างไรเมื่อต้องล้างไต, ดื่มน้ำเย็นตอนมีประจำเดือน ทำให้เลือดคั่ง จริงหรือ ?
7 เม.ย. 69 - 25:00
“โรคทางตา” มากับหน้าร้อน, "ดื่มแอลกอฮอล์” ตอนอากาศร้อนเสี่ยงฮีทสโตรก จริงหรือ ?
8 เม.ย. 69 - 24:23
รังสี UV ทำให้ผิวแก่ไว และอันตรายอย่างไร ?, "วิตามินซี" โดสสูง ป้องกันไข้หวัด 100% จริงหรือ ?
9 เม.ย. 69 - 23:49
เมนูสุขภาพ กินดีมีความสุข, กิน "ถั่วงอกดิบ" เสี่ยงอาหารเป็นพิษ ?
10 เม.ย. 69 - 24:45
การปฐมพยาบาล และการรักษาอาการ"ฮีทสโตรก"
16 เม.ย. 69 - 22:52
ชาญชรา#2 สถานีดูแลใจผู้สูงอายุ
17 เม.ย. 69
คนสู้โรค
- 24:41
สังคมสูงวัย กับภาวะโรคกระดูก, เยลลี่ผสมเมลาโทนินอันตราย จริงไหม ?
23 ก.พ. 69 - 23:43
ขี้ลืมตามวัยหรืออัลไซเมอร์, หูตึง สัญญาณอัลไซเมอร์ จริงหรือ ?
24 ก.พ. 69 - 23:26
ก้าวข้ามขีดจำกัดมะเร็งระยะที่ 4 ด้วยการดูแลแบบประคับประคอง
25 ก.พ. 69 - 25:16
ไขรหัสลับพันธุกรรม ความหวังใหม่...สู้โรคหายาก, เบกกิ้งโซดา-ผงถ่านชาโคล ช่วยขัดฟันขาว ?
2 มี.ค. 69 - 24:48
รู้ทันโรคไต ป้องกันได้ด้วยตัวคุณ
4 มี.ค. 69 - กำลังเล่น...
เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
5 มี.ค. 69 - 24:04
“สวนลุมพินี” และแหล่งสร้างสุขผู้สูงวัย “ศูนย์นันทนาการลุมพินี”
6 มี.ค. 69 - 23:54
โภชนาการผู้สูงวัย กินครบ 5 หมู่ สุขภาพแข็งแรง
9 มี.ค. 69 - 24:56
ป้องกันเหงือกร่น ลดโอกาสฟันร่วง
10 มี.ค. 69 - 24:51
ประจำเดือนหมดถาวร “วัยทอง” เรียกหา ดูแลสุขภาพอย่างไรดี
11 มี.ค. 69 - 23:40
PD-HD ผู้ป่วยโรคไต เลือกแบบไหนดี
12 มี.ค. 69 - 23:43
ปลูกถ่ายไต (KT) ทางเลือกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
17 มี.ค. 69 - 23:12
สูงวัยสุขภาพพังจาก “อากาศร้อน” ต้องรับมืออย่างไร
18 มี.ค. 69 - 24:24
มะเร็งลำไส้ รู้ทันความเสี่ยงที่ส่งต่อได้
19 มี.ค. 69 - 24:48
เรียนรู้ไม่มีวันเกษียณ โรงเรียนสูงวัย อบต.ท่างาม จ.สิงห์บุรี
20 มี.ค. 69 - 24:27
ไข้กาฬหลังแอ่น ป้องกันความเสี่ยงก่อนเดินทาง
23 มี.ค. 69 - 24:26
รูมาตอยด์ รู้เร็ว รักษาได้
24 มี.ค. 69 - 24:01
“ลิ้นไม่รับรส” ภาวะเสื่อมถอยในผู้สูงวัย สู่ปัญหาสุขภาพจากการกิน
26 มี.ค. 69 - 24:58
สร้างเสริมสุขภาพดีกับกิจกรรม “รอบรู้เรื่องยา” ลดความเข้าใจผิดเรื่องยา
27 มี.ค. 69 - 26:03
ชีวิตที่เปลี่ยนไป เมื่อ "ไตใหม่" เริ่มทำงาน, "เบอร์เบอรีน" คือยาลดน้ำหนัก ?
30 มี.ค. 69 - 24:57
ผื่นแพ้เซ็บเดิร์ม ตัวร้ายทำลายผิว, ดื่มคอลลาเจนทุกวัน สร้างกระดูกอ่อน จริงหรือ ?
31 มี.ค. 69 - 25:03
สมุนไพรใกล้ตัว ทางรอดสุขภาพในภาวะวิกฤติ
1 เม.ย. 69 - 23:54
หัวใจเต้นผิดจังหวะ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
2 เม.ย. 69 - 23:16
รอบรู้เรื่องยา ปรับนิดพิชิตโรค
3 เม.ย. 69 - 25:06
กินอย่างไรเมื่อต้องล้างไต, ดื่มน้ำเย็นตอนมีประจำเดือน ทำให้เลือดคั่ง จริงหรือ ?
7 เม.ย. 69 - 25:00
“โรคทางตา” มากับหน้าร้อน, "ดื่มแอลกอฮอล์” ตอนอากาศร้อนเสี่ยงฮีทสโตรก จริงหรือ ?
8 เม.ย. 69 - 24:23
รังสี UV ทำให้ผิวแก่ไว และอันตรายอย่างไร ?, "วิตามินซี" โดสสูง ป้องกันไข้หวัด 100% จริงหรือ ?
9 เม.ย. 69 - 23:49
เมนูสุขภาพ กินดีมีความสุข, กิน "ถั่วงอกดิบ" เสี่ยงอาหารเป็นพิษ ?
10 เม.ย. 69 - 24:45
การปฐมพยาบาล และการรักษาอาการ"ฮีทสโตรก"
16 เม.ย. 69 - 22:52
ชาญชรา#2 สถานีดูแลใจผู้สูงอายุ
17 เม.ย. 69




























































