คนสู้โรค
คนสู้โรค

ก้าวข้ามขีดจำกัดมะเร็งระยะที่ 4 ด้วยการดูแลแบบประคับประคอง

หน้ารายการ
25 ก.พ. 69

ก้าวข้ามขีดจำกัด "มะเร็งระยะที่ 4" ระยะประคับประคองที่ไม่ใช่แค่หมดหวัง แต่คือการเพิ่มคุณภาพชีวิต

เมื่อพูดถึง "มะเร็งระยะที่ 4" หลายคนมักตีความทันทีว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และเมื่อได้ยินคำว่า "การรักษาแบบประคับประคอง" ก็มักเข้าใจว่าหมายถึงการหยุดการรักษา รายการคนสู้โรคเดลี่ สุขภาพดีมีได้ทุกวัน ชวนผู้ชมมาเปลี่ยนมุมมองความคิดผ่านบรรยากาศสด ๆ จากงาน "UNITED BY UNIQUE AGAINST CANCER 360 DEGREE โอบกอดทุกองศา สู้มะเร็งไปด้วยกัน" กิจกรรมดี ๆ ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ภาคีเครือข่าย และไทยพีบีเอส ร่วมกันสื่อสารทำความเข้าใจเรื่องมะเร็งในทุกมิติ โดยมีแขกรับเชิญพิเศษ 3 ท่าน ได้แก่

1) แพทย์หญิงจอมธนา ศิริไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา

2) ดร.พญ.ประกายทิพ สุศิลปรัตน์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นองค์รวม

3) คุณเบลล์ ศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์ ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งระยะที่ 4 & ประธานมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง

มะเร็งระยะที่ 4 ในความหมายของแพทย์ ไม่เท่ากับระยะสุดท้ายของชีวิต

ในทางการแพทย์ มะเร็งระยะที่ 4 หมายถึงโรคมะเร็งที่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อวัยวะต้นกำเนิด เช่น ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่พบการลุกลามไปยังปอด ตับ หรือสมอง แม้ฟังดูน่ากลัว แต่การเป็นระยะที่ 4 ไม่ได้หมายความว่าอาการจะต้องแย่เสมอไป เพราะตัวเลขระยะเป็นเพียงตัวบ่งบอกเป้าหมายของการรักษาว่าโรคไม่ได้อยู่ในความสามารถที่จะหายขาดได้ แต่แพทย์ยังสามารถให้การรักษาเพื่อยืดชีวิตให้ยาวขึ้น เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ลดอาการของโรค และชะลอไม่ให้โรคลุกลามเร็วขึ้นได้ ผู้ป่วยระยะที่ 4 จำนวนมากยังใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ และปัจจุบันมีทางเลือกการรักษามากมาย ทั้งเคมีบำบัด รังสีรักษา และยามุ่งเป้า ซึ่งนวัตกรรมการรักษาเหล่านี้ช่วยให้ผู้ป่วยหลายคนมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างมีคุณภาพ

ในมุมของญาติผู้ป่วย พี่หมอบัวซึ่งดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 เล่าว่ามะเร็งปอดเป็นโรคที่ค้นหาและตรวจพบได้ยาก ผู้ป่วยกว่าครึ่งตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 4 แล้ว และหลายคนแทบไม่มีอาการใด ๆ มาก่อน แม้จะเป็นแพทย์ แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง ก็ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิชาการควบคู่กับความรู้สึกในฐานะลูก โดยยกเรื่องการรักษาให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเป็นผู้ดูแล ส่วนตนเองทำหน้าที่ผู้ดูแลที่บ้าน เพื่อให้คุณแม่วัย 70 ปีในขณะนั้นยังคงแข็งแรง ได้ดูต้นไม้ ไปช้อปปิง และไปไหนมาไหนได้เหมือนเดิม ปัจจุบันคุณแม่อยู่กับมะเร็งระยะที่ 4 มาแล้วถึง 12 ปี

การดูแลแบบประคับประคอง เริ่มได้ตั้งแต่วันแรกที่รู้ผลวินิจฉัย

หลายคนยังเข้าใจว่าการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) คือการดูแลเฉพาะระยะสุดท้ายของชีวิต แต่แนวคิดในปัจจุบัน การดูแลแบบประคับประคองเริ่มต้นได้ตั้งแต่ผู้ป่วยรับรู้การวินิจฉัยโรค ไม่ว่าจะเป็นระยะที่ 1, 2, 3 หรือ 4 ก็เข้าถึงการดูแลรูปแบบนี้ได้ทันที เพราะเป็นการดูแลที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ไม่ใช่เพียงมิติทางกายอย่างการกิน การนอน และการขับถ่ายเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงจิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ซึ่งหมายถึงการเห็นคุณค่าของตัวเอง ความภาคภูมิใจที่ยังตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง และใช้ชีวิตในแบบที่อยากทำได้ การดูแลรูปแบบนี้จึงมาช่วยเสริมการรักษาหลักอย่างการผ่าตัด ฉายแสง และเคมีบำบัด เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าชีวิตยังมีความหมายและคงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

เหตุผลที่ต้องดูแลแบบองค์รวมเช่นนี้ เพราะมะเร็งกระทบทุกอย่างในชีวิต ทั้งความเจ็บปวดทางร่างกาย ผลข้างเคียงจากการรักษา จิตใจที่ห่อเหี่ยว กิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไป รวมถึงการเงินการงานของผู้ป่วยและสมาชิกในครอบครัวที่ต้องสละเวลามาดูแล การรักษาจึงไม่ใช่การมุ่งเอาชนะโรคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงมิติอื่น ๆ ของชีวิต เช่น การได้ตื่นมาอย่างมีความสุข อยากกินอาหาร หรือได้ทำกิจกรรมที่ชอบอย่างการช้อปปิงและการทำบุญ ส่วนขั้นตอนการเข้ารับการดูแล ผู้ป่วยหรือญาติสามารถแจ้งความประสงค์กับแพทย์เจ้าของไข้เพื่อส่งต่อได้เอง หรือแพทย์อาจพิจารณาส่งต่อให้เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็น โดยปัจจุบันโรงพยาบาลมะเร็ง โรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลศูนย์หลายแห่งมีแผนกนี้ให้บริการอยู่แล้ว

เคล็ดลับสร้างพลังบวกและดูแลตัวเองจากผู้ป่วยตัวจริง

คุณเบล ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งซึ่งโรคพัฒนาจากระยะที่ 2 เป็นระยะที่ 4 ยืนยันว่าคุณภาพชีวิตของทั้งสองช่วงไม่ได้ต่างกัน สิ่งที่ต่างคือต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นในช่วงรับยาที่ภูมิคุ้มกันต่ำ คุณภาพชีวิตของผู้ที่อยู่กับมะเร็งขึ้นอยู่กับทัศนคติ ทั้งของผู้ป่วยเองและของญาติ เพราะบางครั้งผู้ป่วยระยะที่ 1 ที่ถูกญาติห้ามเจอผู้คน ห้ามกิน ห้ามทำสิ่งต่าง ๆ อาจทุกข์ยิ่งกว่าผู้ป่วยระยะที่ 4 ที่ยังออกไปเดินห้างและใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยหลักการดูแลตัวเองที่คุณเบลใช้ฝ่าฟันมาได้มี 3 ข้อ คือ กินให้ได้ ต้องมีวินัยแม้กินไม่ลงเพราะไม่มีใครกินแทนกันได้ นอนให้หลับ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและฟื้นฟู หากนอนไม่หลับสามารถขอยานอนหลับจากแพทย์ได้ และถ่ายให้ออก ด้วยการขยับร่างกาย ดื่มน้ำมาก ๆ หรือขอยาระบายสมุนไพรต่าง ๆ จากแพทย์ เมื่อพื้นฐานทั้งสามอย่างผ่านไปได้ จึงค่อยหากิจกรรมชูใจในชีวิตต่อไป

คุณเบลยังแชร์ประสบการณ์ตรงกับการดูแลแบบประคับประคองว่า แพทย์สาขานี้ไม่ใช่สัญญาณของการนับถอยหลัง แต่เปรียบเสมือนการรักษาแบบสบาย ๆ ที่ช่วยวางแผนให้ความปรารถนาลึก ๆ ของผู้ป่วยเป็นจริงได้ เช่น การวางแผนเดินทางไปปีนเขาขึ้นถ้ำนาคาอย่างปลอดภัยตามสภาพร่างกาย อีกทั้งยังเป็นตัวกลางสื่อสารกับแพทย์มะเร็งเรื่องการปรับยา และสื่อสารกับครอบครัวให้เข้าใจความสุขที่แท้จริงของผู้ป่วย ส่วนความกังวลเรื่องอาการเจ็บปวดในช่วงท้ายของโรคซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยกลัวมากที่สุด แพทย์ยืนยันว่าไม่ว่าจะเลือกดูแลระยะสุดท้ายที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล อาการเจ็บปวดสามารถจัดการได้ มีการสอนผู้ป่วยและญาติก่อนกลับบ้าน ไม่ปล่อยให้เผชิญอาการเฉพาะหน้าโดยลำพัง และเดินไปด้วยกันในทุกช่วงการเปลี่ยนผ่านของโรค

คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยมะเร็ง นิยามที่แต่ละคนกำหนดได้เอง

ระยะเวลาที่ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นานแค่ไหนนั้นแตกต่างกันไปตามการพยากรณ์โรคของแต่ละคน แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่นิยามของคุณภาพชีวิต ในมุมมองของแพทย์ คุณภาพชีวิตที่ดีคือการที่ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ และได้ใช้ชีวิตในรูปแบบที่ตัวเองอยากทำ ยังคงความเป็นตัวเองมากที่สุดเท่าที่ร่างกายจะไปได้ ในมุมมองของผู้ดูแล คือการที่ผู้ป่วยทำสิ่งต่าง ๆ ได้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนป่วยมากที่สุด ทั้งการทำกับข้าวและการออกไปเที่ยว รวมถึงการได้มีคุณค่ากับใครสักคน เช่น คุณแม่ของพี่หมอบัวที่กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยคนอื่น ๆ ผ่านเพจ จนมีแฟนเพจเข้ามาทักทายเมื่อไปโรงพยาบาล ส่วนในมุมมองของผู้ป่วยอย่างคุณเบล คุณภาพชีวิตที่ดีคือการใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีความสุข

สุดท้าย แพทย์ฝากถึงผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 4 ทุกคนว่า ระยะที่ 4 เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้สื่อสารกันในทางการแพทย์และการวางแผนการรักษา ปัจจุบันมีทางเลือกการรักษามากมายที่ช่วยยืดชีวิตผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้น สิ่งสำคัญคือการอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่าเพิ่งหมดหวัง อย่าเพิ่งท้อแท้ ตั้งสติ มีกำลังใจ และหากสงสัยสิ่งใดให้สอบถามแพทย์ผู้ดูแล เพื่อทำความเข้าใจกับโรคและวางแผนการดูแลตัวเองร่วมกับครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live

คนสู้โรค

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - 780
781 - 810
811 - 840
841 - 870
871 - 900
901 - 930
931 - 960
961 - 990
991 - 1,020
1,021 - 1,050
1,051 - 1,080
1,081 - 1,110
1,111 - 1,140
1,141 - 1,170
1,171 - 1,200
1,201 - 1,230
1,231 - 1,260
1,261 - 1,290
1,291 - 1,320
1,321 - 1,350
1,351 - 1,380
1,381 - 1,410
1,411 - 1,440
1,441 - 1,470
1,471 - 1,500
1,501 - 1,530
1,531 - 1,560
1,561 - 1,590
1,591 - 1,620
1,621 - 1,650
1,651 - 1,680
1,681 - 1,710
1,711 - 1,740
1,741 - 1,770
1,771 - 1,800
1,801 - 1,830
1,831 - ล่าสุด

คนสู้โรค

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - 780
781 - 810
811 - 840
841 - 870
871 - 900
901 - 930
931 - 960
961 - 990
991 - 1,020
1,021 - 1,050
1,051 - 1,080
1,081 - 1,110
1,111 - 1,140
1,141 - 1,170
1,171 - 1,200
1,201 - 1,230
1,231 - 1,260
1,261 - 1,290
1,291 - 1,320
1,321 - 1,350
1,351 - 1,380
1,381 - 1,410
1,411 - 1,440
1,441 - 1,470
1,471 - 1,500
1,501 - 1,530
1,531 - 1,560
1,561 - 1,590
1,591 - 1,620
1,621 - 1,650
1,651 - 1,680
1,681 - 1,710
1,711 - 1,740
1,741 - 1,770
1,771 - 1,800
1,801 - 1,830
1,831 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย