เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ "ดวงตา" ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้งานหนักมาตลอดชีวิต โรคตาที่พบได้บ่อยและเป็นสัญญาณความเสื่อมเริ่มต้นคือ "ต้อเนื้อ" ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นเนื้อสีแดงหรือขาวขุ่น ยื่นจากตาขาวเข้าไปในตาดำ โดยมักพบบริเวณหัวตา สาเหตุหลักเกิดจากความเสื่อมของเยื่อบุตาที่ถูกกระตุ้นด้วยรังสี UV จากแสงแดด ลม และฝุ่นละออง หากต้อเนื้อยังลุกลามไม่มาก แพทย์จะรักษาตามอาการด้วยยาหยอดตาและแนะนำให้สวมแว่นกันแดด แต่หากต้อเนื้อลุกลามเข้าไปในตาดำเกิน 2 มิลลิเมตร จนกดทับกระจกตาทำให้สายตาเอียง หรือบดบังการมองเห็น แพทย์จึงจะพิจารณาผ่าตัดลอกต้อเนื้อออก อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดในขณะที่อายุยังน้อยหรือดูแลหลังผ่าตัดไม่ดี อาจทำให้ต้อเนื้อกลับมาเป็นซ้ำและรุนแรงกว่าเดิม เกิดเป็นพังผืดที่รักษายากขึ้น
ถัดมาคือโรคยอดฮิตอย่าง "ต้อกระจก" ซึ่งเกิดจากเลนส์แก้วตาที่เคยใสเปลี่ยนสภาพเป็นขุ่นมัวตามอายุ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการตามัว มองเห็นภาพไม่ชัดเหมือนมีหมอกบัง หากปล่อยทิ้งไว้จนต้อกระจก "สุก" หรือหนาตัวขึ้น นอกจากจะทำให้มองไม่เห็นแล้ว เลนส์ที่บวมเป่งนี้อาจไปกดทับทางระบายน้ำในลูกตา ส่งผลให้ความดันลูกตาสูงขึ้นและกลายเป็นสาเหตุแทรกซ้อนที่นำไปสู่โรคต้อหินได้ การรักษาต้อกระจกในปัจจุบันทำได้โดยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งเลนส์เทียมนี้สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต หากผู้ที่ผ่าตัดไปนานแล้วรู้สึกว่าตามัวลงอีกครั้ง อาจเกิดจากถุงหุ้มเลนส์ขุ่น ซึ่งสามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยการยิงเลเซอร์ขัดผิวเลนส์ให้กลับมาใสเหมือนเดิม
โรคตาที่ถือเป็นภัยเงียบและอันตรายที่สุดโรคหนึ่งคือ "ต้อหิน" (Glaucoma) สาเหตุเกิดจากความดันภายในลูกตาสูงผิดปกติจนไปกดทับและทำลายขั้วประสาทตา ซึ่งเป็นตัวส่งสัญญาณภาพไปยังสมอง อาการของต้อหินในระยะแรกมักไม่แสดงอาการเจ็บปวด แต่ลานสายตาของผู้ป่วยจะค่อย ๆ แคบลงจากด้านข้างเสมือนมีม่านดำเข้ามาบดบัง และสุดท้ายจะสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ความน่ากลัวของต้อหินคือเมื่อประสาทตาถูกทำลายแล้วจะไม่สามารถรักษาให้กลับคืนมาได้ ทำได้เพียงชะลอความเสื่อมไม่ให้ลุกลามจนตาบอด ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคืออายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
อีกหนึ่งภาวะที่พบได้บ่อยในคนทุกวัยและมากขึ้นในผู้สูงอายุคือ "วุ้นในตาเสื่อม" ผู้ป่วยมักมองเห็นจุดดำหรือเส้นหยากไย่ลอยไปมาตามการกลอกตา ซึ่งเกิดจากน้ำวุ้นในลูกตาที่เคยใสมีการจับตัวเป็นตะกอน อาการเห็นหยากไย่ลอยไปมาเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่เรื่องอันตรายร้ายแรง แต่สัญญาณเตือนภัยที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ "อาการเห็นแสงแฟลช" หรือแสงฟ้าแลบในตา ทั้งในที่มืดหรือขณะหลับตา อาการนี้บ่งบอกว่าวุ้นในตากำลังหดตัวและดึงรั้งจอประสาทตา ซึ่งอาจส่งผลให้จอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอก หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีด้วยการยิงเลเซอร์เพื่อซ่อมแซมรอยรั่ว อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้ ดังนั้นหากมีอาการคล้ายแสงแฟลชเกิดขึ้นควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที
เพื่อการดูแลสุขภาพดวงตาให้ใช้งานได้ยาวนานและห่างไกลจากโรคร้าย จักษุแพทย์ได้แนะนำหลักการง่าย ๆ ในการดูแลดวงตาเรียกว่า "3 ต." เริ่มต้นด้วย
ต.ที่ 1 คือ "ตรวจตา" ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้ว่าจะยังไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตาม เพราะโรคตาบางชนิด เช่น ต้อหิน ในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ การตรวจพบเร็วจะช่วยให้รักษาได้ทันท่วงที
ต.ที่ 2 คือ "ติดตาม" สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคตา หรือมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น เริ่มมีต้อเนื้อ หรือวุ้นในตาเสื่อม จำเป็นต้องไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามอาการและประเมินความรุนแรงของโรค ไม่ควรละเลยหรือซื้อยามาใช้เอง เพราะอาจทำให้อาการลุกลามจนยากจะแก้ไข
ต.ที่ 3 คือ "ตัดตอน" แบ่งเป็น 2 ด้าน คือการตัดตอนโรค หากตรวจพบความผิดปกติที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ต้อกระจก หรือรอยฉีกขาดที่จอประสาทตา ควรรีบทำการรักษาเพื่อตัดวงจรโรคร้าย และการตัดตอนความรู้ผิด ๆ หรือ Fake News ที่แชร์กันในโลกออนไลน์ ผู้สูงอายุและคนในครอบครัวควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อหรือปฏิบัติตาม โดยเฉพาะเรื่องอาหารเสริมบำรุงสายตาที่อาจมีการโฆษณาเกินจริง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่มีเพียงคู่เดียว และเมื่อสูญเสียไปแล้วยากที่จะเรียกคืน วันนี้คุณได้ลองสังเกตความผิดปกติของการมองเห็นของตัวเองและคนในครอบครัว หรือพาผู้สูงอายุที่บ้านไปตรวจเช็กสุขภาพตาประจำปีแล้วหรือยัง?
ข่าวที่แชร์: โฆษณาน้ำด่าง อ้างช่วยบำรุงไต ไม่ต้องฟอกเลือด จริงหรือแค่คำอวดอ้างสรรพคุณที่อาจเสี่ยงชีวิต ? น้ำด่าง ใคร ๆ ก็สามารถดื่มได้ หากไม่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ แต่ในโลกออนไลน์กลับมีการโฆษณาอ้างสรรพคุณว่า น้ำด่างสามารถช่วยบำรุงไต หรือแม้แต่ทำให้ไม่ต้องฟอกเลือดได้จริง เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงทางการแพทย์ หรือเป็นความเชื่อที่อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดและเสี่ยงอันตราย มาหาคำตอบชัด ๆ
คำตอบ: ไม่จริง
ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับสรรพคุณของ "น้ำด่าง" หรือน้ำอัลคาไลน์ โดยมีการอ้างว่าการดื่มน้ำชนิดนี้สามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายหายจากโรคได้ โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟอกไตหรือล้างไตทางหน้าท้อง ข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วว่า "ไม่เป็นความจริง" และอาจนำไปสู่อันตรายต่อสุขภาพได้
ตามกลไกธรรมชาติ ร่างกายมนุษย์มีระบบควบคุมความสมดุลของค่ากรด-ด่างผ่านการทำงานของปอดและไต หากไตทำงานลดลงจนเข้าสู่ระยะสุดท้าย ร่างกายจะไม่สามารถขับกรดและเปลี่ยนกรดเป็นด่างได้เองตามปกติ จึงจำเป็นต้องใช้วิธีทางการแพทย์อย่างการฟอกเลือดหรือล้างไตเข้ามาช่วย การดื่มน้ำด่างเข้าไปไม่สามารถเปลี่ยนสภาวะเลือดให้เป็นด่างได้ เนื่องจากเมื่อน้ำด่างลงสู่กระเพาะอาหารจะถูกทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะ ทำให้ไม่เกิดผลในการรักษาสมดุลกรดด่างในเลือดแต่อย่างใด ซ้ำร้ายการดื่มน้ำด่างอาจส่งผลให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ สำหรับผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ หรือโรคตับ ควรจำกัดปริมาณน้ำดื่มตามดุลยพินิจของแพทย์ การดื่มน้ำสะอาดที่ผ่านการต้มสุกในปริมาณที่เหมาะสมก็เพียงพอต่อการดูแลสุขภาพแล้ว
นอกจากเรื่องน้ำดื่ม ยังมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการรักษาโรคตาด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น การนำ "กระชาย" หรือ "กระเทียม" มาฝนแล้วทาหรือเกลี่ยบริเวณดวงตาเพื่อแก้อาการคันหรือรักษาโรคตา วิธีการนี้ถือว่า "อันตรายอย่างยิ่ง" แม้สมุนไพรจะมีสรรพคุณทางยาเมื่อรับประทาน แต่การนำมาสัมผัสกับดวงตาโดยตรงมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะสมุนไพรอย่างกระชายเป็นพืชหัวที่อยู่ในดิน อาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิต การนำมาถูที่ดวงตาอาจทำให้กระจกตาถลอกและติดเชื้อรุนแรง จนถึงขั้นต้องควักลูกตาออกได้ ดังนั้นควรบริโภคสมุนไพรเป็นอาหารเพื่อบำรุงร่างกาย แต่ห้ามนำมาสัมผัสกับดวงตาโดยเด็ดขาด
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้