ท่ามกลางกระแสการดูแลสุขภาพที่มีหลากหลายรูปแบบ "ชี่กง" (Qigong) กลับเป็นศาสตร์จีนโบราณที่ยืนหยัดข้ามกาลเวลากว่า 3,000 ปี โดยมีความหมายลึกซึ้งแยกตามรากศัพท์คำว่า "ชี่" ที่หมายถึงพลังงานหรือลมหายใจ ซึ่งคนจีนโบราณเชื่อว่าเป็นอนุภาคที่เล็กที่สุดและเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของทุกสรรพสิ่งในจักรวาล รวมถึงร่างกายมนุษย์ ส่วนคำว่า "กง" หมายถึงการฝึกฝนหรือการทำงาน เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงศิลปะการออกกำลังกายที่เน้นการผสานท่วงท่า การกำหนดลมหายใจ และการฝึกจิตเข้าไว้ด้วยกัน
หัวใจสำคัญของการฝึกชี่กงไม่ได้อยู่ที่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ "โคจรลมปราณ" ภายในร่างกาย หลักการสำคัญคือการนำจิตกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ จดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวและลมหายใจเข้าออก เมื่อร่างกายภายนอกขยับ ลมปราณภายในก็จะเคลื่อนที่ไปตามเส้นลมปราณต่าง ๆ ส่งผลให้ร่างกายเกิดความสมดุลและแข็งแรงขึ้น ตามหลักคำสอนของเต๋าที่กล่าวว่า "จิตใจที่สงบจะต้องอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น" การฝึกชี่กงจึงตอบโจทย์ทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันทางกายและการสร้างความสุขสงบทางใจไปพร้อม ๆ กัน
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นสนใจ วิธีการฝึกที่ถูกต้องเริ่มจากการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือยามเช้า ระหว่าง 06.00 – 08.00 น. ก่อนที่แสงแดดจะแรงเกินไป และควรปฏิบัติในสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ่ายเทสะดวก ปราศจากมลภาวะหรือฝุ่นควัน เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานบริสุทธิ์จากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เทคนิคการหายใจที่เป็นเอกลักษณ์ของชี่กงคือ การหายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปากโดยการทำปากจู๋เล็กน้อยแล้วเป่าลมออกยาว ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถควบคุมลมหายใจออกได้ยาวนานกว่าการหายใจออกทางจมูกปกติ ยิ่งหายใจได้ลึกและยาวมากเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพมากเท่านั้น ผู้ที่ได้ทดลองฝึกจริงต่างบอกเล่าถึงความรู้สึกเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เช่น รู้สึกอุ่นร้อนบริเวณหน้าท้อง ร่างกายเบาสบายขึ้น หรือแม้แต่อาการปวดประจำเดือนที่ทุเลาลงทันทีหลังการฝึก ถือเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องการการออกกำลังกายที่นุ่มนวลแต่ทรงประสิทธิภาพ
ณ ใจกลางเมืองที่วุ่นวาย "สวนโมกข์กรุงเทพ" เปรียบเสมือนโอเอซิสทางจิตวิญญาณที่เปิดโอกาสให้คนเมืองได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและธรรมะที่จับต้องได้ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่ตั้งตระหง่านดึงดูดสายตาคือสถาปัตยกรรมจำลอง "กุฏิเล้าหมู" ซึ่งมีต้นแบบมาจากกุฏิที่ท่านพุทธทาสภิกขุเคยใช้พำนักจริงเมื่อปี พ.ศ. 2475 ณ วัดร้างตระพังจิก อำเภอไชยา เรื่องราวเบื้องหลังของกุฏินี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของท่านพุทธทาสที่แยกตัวไปปฏิบัติธรรมเพียงลำพังถึง 12 ปี ภายในศาลาแห่งนี้สะท้อนแนวคิด "กินอยู่อย่างต่ำ มุ่งกระทำอย่างสูง" ได้อย่างชัดเจน ด้วยการใช้ชีวิตที่สมถะ เรียบง่าย แต่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาจิตวิญญาณขั้นสูง
ความน่าสนใจของกุฏิเล้าหมูไม่ได้มีเพียงโครงสร้างภายนอก แต่ยังรวมถึงรายละเอียดภายในที่แฝงกุศโลบายในการฝึกตน เช่น "หมอนไม้" ซึ่งเป็นของใช้จริงที่ท่านพุทธทาสใช้หนุนนอนตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ที่นั่น การใช้หมอนไม้แข็ง ๆ แทนหมอนนุ่ม ๆ มีนัยสำคัญเพื่อการเจริญสติ ป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติธรรมเพลิดเพลินกับการนอนหลับมากเกินไปจนเกิดความเกียจคร้าน นอกจากนี้ พื้นที่ใช้สอยภายในศาลายังถูกออกแบบให้เป็นอเนกประสงค์ ทั้งเป็นที่นั่งทำงานเขียนหนังสือและเป็นที่จำวัดในพื้นที่เดียวกัน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด
นอกจากการเรียนรู้ผ่านสถาปัตยกรรมแล้ว สวนโมกข์กรุงเทพยังมีการจัดแสดงปริศนาธรรมที่ชวนให้ขบคิด เช่น ภาพ "กาลจักร" ซึ่งประกอบด้วยวงกลมซ้อนกัน 4 ชั้น อธิบายสัจธรรมของชีวิต ตั้งแต่จิตเดิมแท้ที่ประภัสสรหรือว่างเปล่า การเข้ามาของกิเลสจร (โลภ โกรธ หลง) นำไปสู่การกระทำกรรมทั้งดำและขาว และผลแห่งกรรมที่ส่งผลให้ต้องเวียนว่ายตายเกิด โดยมีภาพยักษ์สีดำขนาบอยู่ด้านบนสื่อถึงกาลเวลาที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง เป้าหมายสูงสุดที่ภาพนี้ต้องการสื่อคือทางเลือกที่สามนอกเหนือจากการเกิดและตาย นั่นคือ "นิพพาน" หรือการดับทุกข์ทางใจ ซึ่งท่านพุทธทาสเน้นย้ำเรื่อง "ตายก่อนตาย" คือการละวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวกูของกู เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้โดยไม่ทุกข์ร้อน
อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจภายในสวนโมกข์กรุงเทพคือการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะจิตใจกับโลกภายนอก ผ่านนิทรรศการที่ชี้ให้เห็นกระบวนการทำงานของจิตใจว่า "โลกข้างในสร้างโลกข้างนอก" ได้อย่างไร โดยเริ่มจากการสำรวจความรู้สึกปัจจุบันของตนเอง เช่น หากเรารู้สึก "เหนื่อยใจ" เรามักจะเลือกพฤติกรรมตอบสนองแบบปิดกั้น เช่น การเก็บตัวเงียบ ๆ หรือหนีปัญหา ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง ทำให้คู่สนทนาไม่กล้าเข้าหา เกิดช่องว่างในความสัมพันธ์ หรือทำให้การทำงานร่วมกันเกิดความผิดพลาดซ้ำซ้อน
ในทางกลับกัน หากสภาพจิตใจภายในมีความ "สุขใจ" พฤติกรรมที่แสดงออกมาย่อมเป็นไปในทางบวก สร้างสรรค์ และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวดีขึ้น ความสัมพันธ์ราบรื่น และสังคมโดยรวมน่าอยู่ขึ้น แนวคิดนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า การจะเปลี่ยนแปลงสังคมหรือโลกใบนี้ให้ดีขึ้น ไม่ได้เริ่มที่การเรียกร้องจากผู้อื่น แต่ต้องเริ่มจากการบริหารจัดการสภาวะอารมณ์และจิตใจของตนเองเป็นลำดับแรก นอกจากนี้ เพื่อให้สอดรับกับยุคสมัย สวนโมกข์กรุงเทพยังได้นำนวัตกรรม "พุทธทาส AI" มาให้บริการ ณ โคธัมมสเปซ ซึ่งเป็นระบบ Chatbot ที่คลังข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถตอบคำถามข้อธรรมะหรือให้คำปรึกษาเรื่องความทุกข์ใจได้ทันท่วงที เสมือนมีท่านพุทธทาสมาไขข้อข้องใจให้ด้วยตนเอง ช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงแก่นธรรมะได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไม่ได้จบลงแค่การบริหารกาย แต่ยังต้องครอบคลุมถึงการบริหาร "เป้าหมายชีวิต" ด้วย กิจกรรม Workshop "Who Am I" เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้หยุดพักและทบทวนเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา โดยให้ผู้เข้าร่วมได้นิยามความหมายของคำว่า "ชีวิต" ในมุมมองของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการมองว่าชีวิตคือการเรียนรู้ การต่อสู้ หรือการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด กิจกรรมนี้ใช้ "การ์ดรูปภาพ" เป็นสื่อกลางในการสะท้อนตัวตน ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกภายในออกมาเป็นรูปธรรม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายคนได้ค้นพบแง่มุมใหม่ ๆ ของตัวเองผ่านกระบวนการนี้ บางคนตระหนักได้ว่าปีที่ผ่านมาตนเองใจร้ายกับตัวเองมากเกินไป มัวแต่ตำหนิตนเองจนลืมมอบความรักและความเมตตาให้แก่ตนเอง บางคนค้นพบความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น แม้จะมองไม่เห็นตัวตนที่ชัดเจนดั่งสายลม แต่ก็สัมผัสได้ถึงคุณค่าในสิ่งที่ทำ การได้ตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ หรือการกำหนดจุดเช็กพอยต์ (Checkpoint) ในอนาคต (เช่น ปี 2026) เปรียบเสมือนการตั้งเข็มทิศชีวิตให้ตรงทิศทาง เพื่อให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีความสุข การผสมผสานระหว่างการฝึกชี่กงเพื่อปรับสมดุลกาย การเรียนรู้ธรรมะเพื่อกล่อมเกลาจิต และการทำ Workshop เพื่อวางแผนชีวิต จึงถือเป็น "ยาขนานเอก" ที่ช่วยให้คนเมืองสามารถรักษาสมดุลและแอคทีฟได้ในทุก ๆ วัน
หากวันนี้คุณลองหยุดนิ่งแล้วฟังเสียงหัวใจตัวเอง คุณคิดว่า "คำนิยามชีวิต" ของคุณในปีนี้คืออะไร และคุณพร้อมหรือยังที่จะออกแบบมันใหม่อีกครั้ง?
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้