ในช่วงที่การเมืองเป็นประเด็นร้อน บทสนทนาเรื่องการเลือกตั้งในหลายครอบครัวกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะระหว่างคนต่างวัย คนรุ่นเก่าอยากเล่าประสบการณ์ชีวิต ขณะที่คนรุ่นใหม่อาจรู้สึกอึดอัด ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น คนสู้โรค Daily ชวนทำความเข้าใจว่าทำไม “การเมือง” จึงกระตุ้นอารมณ์ได้รุนแรง และจะสื่อสารความเห็นต่างกันอย่างไร โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว กับ นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข
ในช่วงเทศกาลการเลือกตั้งที่บรรยากาศทางการเมืองมีความเข้มข้น หลายครอบครัวต้องเผชิญกับสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดจากความเห็นต่าง สถิติและข้อเท็จจริงชี้ให้เห็นว่าคนต่างช่วงวัยย่อมมีความชื่นชอบ ความเชื่อ และการให้คุณค่าต่อนโยบายทางการเมืองที่แตกต่างกัน สำหรับคนรุ่นใหม่หรือวัยรุ่น การเมืองคือเรื่องของ "อนาคต" คือการกำหนดทิศทางชีวิตในช่วง 20-30 ปีข้างหน้าของพวกเขา เป็นความหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในขณะที่ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุอาจมองผ่านเลนส์ของประสบการณ์ในอดีต ความคุ้นเคยกับนโยบายที่เคยทำให้ครอบครัวอยู่รอดปลอดภัยมาได้ ทำให้เกิดชุดความคิดที่มองว่าสิ่งที่เป็นอยู่คือความมั่นคง
เมื่อชุดความคิดที่เปรียบเสมือน "ตัวตน" และ "จิตวิญญาณ" ของทั้งสองฝ่ายมาปะทะกัน โดยเฉพาะบนโต๊ะอาหารที่ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดข้อถกเถียง การพยายามเอาชนะ หรือการบังคับให้อีกฝ่ายคิดเหมือนตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างผลดีใด ๆ นอกจากความเครียดสะสม หากปล่อยให้สถานการณ์บานปลาย การถกเถียงด้วยเหตุผลจะถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ นำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล ที่เกิดจากการกลับบ้านแล้วไม่พบความสบายใจ จนถึงขั้นตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่พูดคุยกัน หรือแยกตัวออกจากครอบครัว ซึ่งเป็นราคาที่แพงเกินไปสำหรับความเห็นต่างทางการเมือง
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอย่างรวดเร็ว ปัญหา "Fake News" หรือข่าวปลอมทางการเมืองเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เมื่อสมาชิกในครอบครัวได้รับข้อมูลที่ผิดพลาด การตอบโต้ด้วยความรุนแรง หรือการใช้คำพูดในเชิงดูถูกสติปัญญา เช่น การบอกว่าอีกฝ่าย "ไม่ฉลาด" ที่เชื่อข่าวนั้น เป็นวิธีการที่ผิดมหันต์ เพราะการที่ใครสักคนเชื่อในข่าวสารบางอย่าง ไม่ได้แปลว่าเขาขาดสติปัญญา แต่เกิดจากความชื่นชอบส่วนบุคคลที่ไปลดทอนกระบวนการคัดกรองข้อมูล ทำให้เลือกเสพเฉพาะสื่อที่ตรงกับจริตของตนเอง
วิธีการที่เหมาะสมในการรับมือไม่ใช่การพยายาม "หักล้าง" เพื่อเอาชนะในทันที หรือคาดหวังจะเปลี่ยนความคิดความเชื่อที่สั่งสมมานานให้ได้ภายในการสนทนาเพียงมื้ออาหารเดียว แต่ควรใช้ "ความเข้าใจ" และปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้เป็นเชิงบวกมากขึ้น แทนที่จะตั้งคำถามในเชิงโจมตีตัวบุคคลว่า "ทำไมถึงชอบคนนี้" ควรเปลี่ยนเป็นการถามถึงมุมมองต่อนโยบายว่า "นโยบายส่วนไหนที่ถูกใจ" หรือ "นโยบายนี้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไร" การพูดคุยในลักษณะนี้จะช่วยลดความขัดแย้งและเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนทัศนคติอย่างสร้างสรรค์ โดยลูกหลานสามารถแสดงความคิดเห็นได้ว่านโยบายที่ตนเลือกจะช่วยส่งเสริมอนาคตของตนเองอย่างไร ซึ่งผู้เป็นพ่อแม่ด้วยพื้นฐานความรักย่อมพร้อมที่จะรับฟังเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของลูกมากกว่าการถกเถียงเรื่องตัวบุคคล
หากบทสนทนาเริ่มส่งสัญญาณความรุนแรง มีการใช้อารมณ์ เสียงดัง หรือเริ่มมีการตีตราคนในครอบครัวว่าเป็นพวกเดียวกับกลุ่มการเมืองที่ตนไม่ชอบ ควรยุติการสนทนาเรื่องการเมืองทันทีและถอยออกมาตั้งหลัก หรือเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็นเรื่องเบาสมองอย่างเรื่องบันเทิงหรือดารา เพื่อรักษาบรรยากาศและความสัมพันธ์ โดยต้องตระหนักเสมอว่าเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดใคร และการเอาชนะคะคานกันในบ้านไม่ได้ส่งผลให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป
ในฝั่งของผู้ปกครองหรือผู้สูงวัย มักมีกับดักทางความคิดที่สำคัญคือความเชื่อในบทบาทของ "ผู้นำครอบครัว" หรือผู้หาเลี้ยงดู ที่มองว่าตนเองมีสิทธิ์กำหนดทิศทางความคิดของสมาชิกในบ้าน หรือคาดหวังความกตัญญูในรูปแบบของการเชื่อฟังทางการเมือง ซึ่งเป็นทัศนคติที่ขัดแย้งกับหลักประชาธิปไตยในบ้าน ความเป็นผู้นำที่ดีไม่ได้หมายถึงการควบคุมความคิดของทุกคนให้เหมือนกัน แต่คือความสามารถในการบริหารความแตกต่าง ยอมรับธรรมชาติของมนุษย์ที่แม้แต่ฝาแฝดก็ยังมีความคิดไม่เหมือนกัน การแสดงความเคารพต่อความคิดเห็นของลูกหลานคือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เด็ก ๆ หันมาเคารพในความคิดเห็นของผู้ใหญ่เช่นกัน
หากความขัดแย้งได้เกิดขึ้นแล้ว การประสานรอยร้าวสามารถเริ่มได้จากการถอยคนละก้าว หยุดพูดเรื่องการเมืองชั่วคราวเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย หรือหากพร้อมที่จะกลับมาพูดคุย อาจใช้กิจกรรมตัวกลาง เช่น การนั่งดูการดีเบต (Debate) ทางการเมืองร่วมกัน โดยปล่อยให้หน้าที่การถกเถียงเป็นของนักการเมืองในจอ ส่วนคนในบ้านทำหน้าที่เป็นเพียงผู้รับชมที่แลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างสงบ เปิดใจรับฟังข้อมูลรอบด้าน และไม่ตัดสินอีกฝ่าย การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่สมาชิกในครอบครัวกล้าเปิดใจคุยเรื่องที่เปราะบางอย่างการเมืองได้โดยไม่ถูกตัดสิน จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ครอบครัวสามารถพูดคุยและเข้าใจกันในเรื่องอื่น ๆ ของชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ความสัมพันธ์ของคนในบ้านยังคงต้องดำเนินต่อไป การรักษาความรักความเข้าใจจึงสำคัญกว่าชัยชนะทางความคิด
คุณคิดว่าบนโต๊ะอาหารมื้อหน้า จะมีวิธีเปิดบทสนทนาอย่างไรให้ทุกคนในบ้านยิ้มได้ แม้จะมีความเห็นต่างกัน?
Fact Check : ยาปฏิชีวนะ รักษาอาการ ไอ เจ็บคอ จากไข้หวัด
ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและมีฝุ่นละอองสะสมหนาแน่น หลายคนมักประสบปัญหาอาการหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ หรือเจ็บคอ และมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าการซื้อ "ยาปฏิชีวนะ" หรือที่เรียกติดปากว่า "ยาฆ่าเชื้อ" มารับประทานเองจะช่วยให้อาการเหล่านี้หายเร็วขึ้น หรือช่วยป้องกันการลุกลามของโรคได้ ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าความเชื่อดังกล่าว "ไม่เป็นความจริง" และเป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง
ยาปฏิชีวนะมีหน้าที่หลักในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่เชื้อไวรัส ซึ่งอาการหวัด เจ็บคอ หรือไอส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส การแพ้อากาศ หรือแพ้ฝุ่นละออง การรับประทานยาปฏิชีวนะในขณะที่ร่างกายไม่ได้ติดเชื้อแบคทีเรียจึงไม่ช่วยรักษาอาการใด ๆ ซ้ำร้ายยังสร้างภาระให้กับตับและไตในการกำจัดยาออกจากร่างกาย นอกจากนี้ ยาปฏิชีวนะเป็นกลุ่มยาที่มีโอกาสก่อให้เกิดการแพ้ได้ง่าย ซึ่งอาการแพ้มีระดับความรุนแรงตั้งแต่เกิดผื่นบวมที่ใบหน้า ไปจนถึงภาวะช็อกและเสียชีวิตได้
ผลกระทบระยะยาวที่น่ากังวลที่สุดของการใช้ยาพร่ำเพรื่อคือ "ภาวะดื้อยา" ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้ว ในอนาคตเมื่อเจ็บป่วยด้วยเชื้อแบคทีเรียจริง ๆ ร่างกายจะไม่มียาที่มีประสิทธิภาพในการรักษา ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพในวงกว้าง ดังนั้น หากมีอาการไอหรือเจ็บคอ ควรสังเกตสาเหตุเบื้องต้น หากเกิดจากไวรัสหรือภูมิแพ้ ควรดูแลรักษาตามอาการ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ทางเดินหายใจ หรือใช้ยาบรรเทาอาการไอและลดการอักเสบที่ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ หากไม่แน่ใจว่าอาการป่วยเกิดจากแบคทีเรียหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนใช้ยาทุกครั้ง
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้