โรคงูสวัด อาจเริ่มจากอาการปวดแสบ ปวดร้อนเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่สำหรับผู้สูงวัย นี่คือภัยร้ายที่อาจนำไปสู่ความเจ็บปวดเรื้อรัง สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อไวรัสที่แฝงอยู่ในร่างกายอาจกลับมากำเริบอีกครั้ง งูสวัดคืออะไร ใครเสี่ยงมากกว่าคนอื่น และจะสังเกตอาการได้อย่างไรตั้งแต่ระยะแรก มารู้ทัน ป้องกัน และดูแลตัวเองให้ห่างไกลความเจ็บยาว ไปพร้อมกับ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย
งูสวัดเป็นโรคที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคของผู้สูงอายุอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วเด็กและวัยหนุ่มสาวก็เป็นได้ โดยมักเกิดในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน คนที่กินยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง กลุ่มเหล่านี้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้มีโอกาสติดงูสวัดได้ง่าย
งูสวัดเกิดจากไวรัสชนิด DNA ที่เรียกว่า Varicella-Zoster Virus ซึ่งเป็นไวรัสที่ยืดยาวและอยู่กับเราไปตลอดชีวิต คนที่เคยเป็นอีสุกอีใสตอนเด็กจะมีไวรัสนี้หลบซ่อนอยู่ในปมประสาท เมื่ออายุมากขึ้นหรือภูมิคุ้มกันตกต่ำ ไวรัสก็จะกลับมาออกฤทธิ์อีกครั้งในรูปแบบของงูสวัด
อาการคลาสสิกของงูสวัดคือ ผื่นแดงที่ต่อมากลายเป็นตุ่มน้ำใส พร้อมกับความเจ็บปวด ในช่วงแรกจะรู้สึกยิบยิบ แล้วปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนรุนแรงเหมือนถูกไฟช็อตหรือถูกแทง ผื่นจะเป็นแนวยาวไปตามเส้นประสาท ซึ่งอาจขึ้นที่ลำตัว หน้า หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
อาการเจ็บปวดจากงูสวัดนั้นรุนแรงมาก บางรายปวดจนกัดฟันอย่างแรงโดยไม่รู้ตัว จนทำให้ฟันสึก แตก หรือแม้กระทั่งร่วงได้ นอกจากนี้ยังมีภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น ตาบอด เข้าสมอง เกิดอาการคล้ายสโตรก และเกิดเสียงในหู
งูสวัดบางชนิดไม่มีผื่นให้เห็น เรียกว่า Ramsay Hunt Syndrome ซึ่งทำให้เส้นประสาทในหูเกิดปัญหา ผู้ป่วยจะได้ยินเสียงแว่วในหูโดยไม่มีผื่นปรากฏ เสียงที่ได้ยินอาจเป็นเสียงวี้ด วิ้งวิ้ง หรือหึ่งหึ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากนี้ยังมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น หน้าเบี้ยว นอนไม่หลับ และความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนไม่ต้องเคี้ยว แค่ลมพัดก็เจ็บได้ บางรายเจ็บปวดต่อเนื่องแม้แผลจะหายแล้ว เพราะไวรัสทำลายเส้นประสาทปลาย
หลายคนเชื่อว่าถ้างูสวัดพันรอบตัวจะเสียชีวิต แต่ความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง งูสวัดจะออกตามเส้นประสาทเพียงข้างเดียวของร่างกาย ไม่ได้พันรอบตัวตามที่เชื่อกัน อย่างไรก็ตาม โรคนี้ยังคงอันตรายและควรรีบรักษาโดยเร็ว
การรักษาที่ดีที่สุดคือรีบไปพบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันแรกนับจากที่มีอาการ ยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ จะยิ่งยับยั้งความรุนแรงได้ดีเท่านั้น สามารถไปพบแพทย์ได้ทุกแผนก ไม่ว่าจะเป็น อายุรกรรม เวชกรรม คลินิกทั่วไป หรือแผนกโรคติดเชื้อและภูมิคุ้มกัน
สำหรับการป้องกัน มีวัคซีนป้องกันงูสวัดที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวัคซีนรุ่นใหม่ที่เป็น Recombinant Vaccine (เชื้อตาย) ซึ่งปลอดภัยกว่าวัคซีนเชื้อเป็นรุ่นเก่า แม้แต่หญิงตั้งครรภ์ก็ฉีดได้
วัคซีนแนะนำสำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่หากอายุ 40 ปีหรือน้อยกว่าและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็สามารถฉีดได้ สำหรับคนที่เคยเป็นงูสวัดมาแล้ว ไม่ควรฉีดขณะที่กำลังมีผื่นหรือแผลอยู่ ต้องรอจนกว่าสะเก็ดสุดท้ายจะหลุดออกไปหมดก่อน เพราะไวรัสยังมีอยู่ในสะเก็ดแผล
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง และอาหารที่อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะจะทำให้ภูมิคุ้มกันตกต่ำมากขึ้น
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ แม้งูสวัดจะหายแล้ว ก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ เพราะไวรัสไม่มีวันหายไปจากร่างกาย มันจะหลบซ่อนอยู่ที่ปมประสาท (Ganglion) และรออยู่เสมอ เมื่อภูมิคุ้มกันตกต่ำ มันก็จะกลับมาอาละวาดอีกครั้ง
บางคนที่เคยเป็นงูสวัดมานานแล้วหลายปี อาจยังรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ เป็นครั้งคราว หรือรู้สึกคันยิบยิบบริเวณที่เคยเป็น นี่เป็นเรื่องปกติและเป็นได้ เพราะไวรัสยังคงอยู่ในปมประสาทและอาจส่งสัญญาณเตือนเป็นระยะๆ
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ได้แก่ นอนให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด และไม่ทำร้ายร่างกายจนเกินไป เมื่อสงสัยว่าอาจเป็นงูสวัด ไม่ควรออกกำลังกายหนักหรือเข้ายิม ควรหยุดการทำ Intermittent Fasting หรือการอดอาหาร และงดกิจกรรมที่หักโหมร่างกายไว้ก่อน รอจนอาการดีขึ้นค่อยกลับมาทำใหม่
ความเครียดเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตกต่ำ หากถูกหัวหน้าบ่น มีปัญหาในที่ทำงาน หรือเครียดจากเรื่องต่างๆ จนนอนไม่หลับ ก็อาจเป็นสาเหตุให้งูสวัดกลับมาเยือนได้ ดังนั้นการจัดการความเครียดและอารมณ์ให้ดีจึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ วัคซีนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกัน แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจากการดูแลตัวเองอย่างรอบด้านต่างหากที่จะช่วยป้องกันงูสวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวที่กำลังแชร์กันในโลกออนไลน์เกี่ยวกับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไดโคลฟีแนค หรือ ไอบูโพรเฟน ที่ว่ากันว่าอาจทำให้ไตเป็นพิษได้ ข่าวนี้เป็นความจริง
ยากลุ่ม NSAIDs ส่งผลให้เลือดที่ไปเลี้ยงไตลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง คนที่ขาดน้ำในร่างกาย หรือผู้ที่ท้องเสีย อาเจียน คลื่นไส้ รวมถึงผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะอยู่แล้ว ยากลุ่มนี้จะยับยั้งสารโพสตาแกรนดินในร่างกาย ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อไตวายเฉียบพลันหรือไตวายเรื้อรัง กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ คนที่รับประทานยากลุ่ม NSAIDs บ่อยหรือทุกวันแม้อาการปวดหายแล้ว ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหัวใจ และผู้ที่มีภาวะขาดน้ำในร่างกาย ในช่วงแรกอาจไม่มีอาการ แต่หากมีอาการบวม ปัสสาวะออกน้อยลง ปัสสาวะเป็นฟอง หรือความดันโลหิตสูงขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์และหยุดยาทันที
วิธีการใช้ยาอย่างปลอดภัย ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เมื่ออาการปวดหายควรหยุดยาทันที ใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร แจ้งโรคประจำตัวก่อนใช้ยาเสมอ และหากสามารถใช้ยาทดแทน เช่น พาราเซตามอล หรือยาทาเฉพาะที่จะดีกว่า สำหรับคนปกติที่ต้องรับประทานยากลุ่มนี้ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวันเพื่อลดผลข้างเคียง สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีการทำงานของไตน้อยกว่า 60% ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่ม NSAIDs และเลือกใช้พาราเซตามอล ยาชาเฉพาะที่ หรือกายภาพบำบัดแทน หากจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้ ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้