Profile icon

กางนโยบาย “หวย” พรรคเพื่อไทย – ไทยสร้างไทย – ประชาชน ก่อนศึกเลือกตั้ง 69

DateClock icon18:10|การเมืองViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบนโยบาย “หวย” พรรคเพื่อไทย - ไทยสร้างไทย - ประชาชน ก่อนเลือกตั้งปี 69 หวังกระตุ้นคนออมและส่งเสริม SME

เมื่อเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งปี 69 นโยบายที่เกี่ยวข้องกับ “หวย” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือหาเสียงของพรรคการเมือง ทั้งในมิติการแก้ปัญหาสังคม การออมเงิน และการจัดการรายได้ของรัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินข้อเท็จจริงและความเป็นไปได้ของนโยบายเหล่านี้อย่างรอบด้าน 

Thai PBS Verify จึงรวบรวมและตรวจสอบนโยบายเกี่ยวกับ “หวย” ของพรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย และพรรคประชาชน ว่าแต่ละนโยบายมีที่มา หลักคิด และความสอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงแค่ไหน ก่อนตัดสินใจเชิงนโยบายในคูหาเลือกตั้ง

หวยเกษียณและพรรคเพื่อไทย 

พรรคเพื่อไทยถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่เริ่มผลักดันแนวคิด “หวยเกษียณ” มาตั้งแต่สมัยการเลือกตั้งทั่วไปปี 66 ซึ่งอยู่ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยนำโดย แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคและเป็นแกนนำรัฐบาลร่วมกับพรรคอื่น ๆ หลังจากชนะเลือกตั้งครั้งนั้น แนวคิดนี้ถูกนำเสนอในรูปแบบของ สลากกองทุนการออมแห่งชาติ (สลาก กอช.) หรือ “หวยเกษียณ” โดยมีวัตถุประสงค์ให้การซื้อหวยไม่ใช่แค่การลุ้นรางวัล แต่เงินที่ซื้อจะกลายเป็นเงินออมสำหรับยามเกษียณ

ในรัฐบาลชุด แพทองธาร ชินวัตร นโยบายนี้เริ่มมีการผลักดันผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างจริงจังโดย ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล ซึ่งดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลแพทองธาร เป็นผู้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกองทุนการออมแห่งชาติให้รองรับ “หวยเกษียณ” มากขึ้น

ร่างกฎหมายนี้ได้รับการพิจารณาและผ่านความเห็นชอบในสภาในวาระที่ 1 และต่อเนื่องไปยังวาระต่าง ๆ โดยวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงสูง ทำให้กระบวนการทางกฎหมายเดินหน้าเพื่อเปิดให้ “หวยเกษียณ” เป็นสลากที่สามารถจำหน่ายและใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการออมได้จริงในอนาคต

การนำ “หวยเกษียณ” กลับมาอยู่ในชุดนโยบายสำหรับการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569 จึงสะท้อนถึงความพยายามของพรรคเพื่อไทยในการยืนยันบทบาทผู้ริเริ่มนโยบายนี้ และใช้ผลงานเดิมเป็นฐานสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อชี้ให้เห็นว่านโยบายดังกล่าวสามารถเดินหน้าต่อได้จริง หากได้รับโอกาสกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง

หวยเกษียณมาได้อย่างไร ? 

โครงการ “หวยเกษียณ” หรือสลากสะสมทรัพย์เพื่อออมยามเกษียณ เป็นนโยบายของกระทรวงการคลังและกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่คณะรัฐมนตรี(พรรคเพื่อไทย)เห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 67 

โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการออมระยะยาวของแรงงานนอกระบบ ผู้ประกันตนมาตรา 40 สมาชิก กอช. และประชาชนทั่วไป ผ่านการใช้ “การลุ้นโชค” เป็นแรงจูงใจ ภายใต้แนวคิดว่าเงินไม่สูญแต่ถูกเปลี่ยนเป็นเงินออม 

โครงการกำหนดให้จำหน่ายสลากดิจิทัลใบละ 50 บาท ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ออกรางวัลทุกสัปดาห์ รางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท โดยเงินค่าซื้อสลากทั้งหมดจะถูกสะสมเป็นเงินออมรายบุคคล แยกบัญชีจากระบบออมเดิมของ กอช. และได้รับคืนพร้อมผลตอบแทนเมื่ออายุครบ 60 ปี หรือในกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือเสียสัญชาติไทย ส่วนผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี สามารถซื้อได้และจะได้รับเงินคืนเมื่อครบ 5 ปีนับจากวันที่ซื้อครั้งแรก 

ทั้งนี้ แม้ไม่ถูกรางวัล หากออมเต็มเพดานเดือนละ 3,000 บาทต่อเนื่องตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปี ก็มีโอกาสสะสมเงินออมระดับหลักล้านได้ในอนาคต โครงการเดิมคาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2568 แต่ต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 เพื่อเปิดทางให้ กอช. มีอำนาจออกและจำหน่ายสลาก ต่อมาราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 ซึ่งมีผลบังคับใช้หลังประกาศ 60 วัน 

โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับแก้ไขครอบคลุมการเพิ่มนิยาม “สลาก กอช.” “ผู้ออมทรัพย์” และ “เงินออมทรัพย์” การขยายวัตถุประสงค์ อำนาจ และบทบาทของ กอช. ให้สามารถออกและขายสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ กำหนดวิธีการขาย การชำระเงิน การจ่ายรางวัล สิทธิประโยชน์ของผู้ออมทรัพย์ รวมถึงการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบคุ้มครองเงินต้นและการลงทุนความเสี่ยงต่ำ 

ส่งผลให้ กอช. เตรียมเปิดจำหน่ายหวยเกษียณอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน กอช. ใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักในการสมัครและซื้อสลาก เงินรางวัลโอนเข้าพร้อมเพย์ทันที 

ขณะที่ในเชิงนโยบาย รัฐบาลมองว่าหวยเกษียณเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงความยากจนในวัยชรา รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย และช่วยลดภาระงบประมาณด้านผู้สูงอายุในระยะยาว 

สถานการณ์หวยเกษียณ ปัจจุบันเป็นอย่างไร ?  

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการหวยเกษียณอยู่ในขั้นที่กฎหมายแม่บทมีผลบังคับใช้แล้ว โดยพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 และมีผลตั้งแต่เดือนม.ค. 69 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูก (กฎกระทรวง) อีกประมาณ 1–2 ฉบับ เพื่อกำหนดรายละเอียดทางเทคนิค เช่น วิธีการออกรางวัลและการจัดสรรงบประมาณเงินรางวัล ส่งผลให้ไทม์ไลน์เปิดจำหน่ายซึ่งเดิมตั้งเป้าเดือนม.ค. 69 ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากการยุบสภาและเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งปลายปี 68 ต่อเนื่องต้นปี 69 

โดยฝ่ายนโยบายและ กอช. ประเมินใหม่ว่าหากจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้เรียบร้อย จะสามารถเปิดจำหน่ายงวดแรกได้ภายในไตรมาสที่ 1 หรือไม่เกินกลางปี 2569 ขณะที่ด้านระบบดิจิทัลมีความพร้อมสูง โดยแอปพลิเคชัน กอช. พัฒนาแล้วกว่า 95% และเตรียมเชื่อมต่อทั้งช่องทางออนไลน์ เช่น แอปทางรัฐ TrueMoney ShopeePay myAIS รวมถึงช่องทางออฟไลน์อย่างเคาน์เตอร์เซอร์วิส บิ๊กซี โลตัส และตู้บุญเติม ซึ่งได้ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 17 แห่งแล้ว

นโยบายพรรคเพื่อไทย

นโยบายหวยเกษียณกับการเลือกตั้งปี 69 

สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนก.พ. 69 พรรคเพื่อไทยได้ยกระดับ “หวยเกษียณ” จากเดิมที่เป็นนโยบายของรัฐบาล มาเป็น “นโยบายเรือธง” ในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยมีการเพิ่มรายละเอียดและความชัดเจนเพื่อให้กลายเป็นจุดขายหลักใช้แคมเปญหาเสียงว่า “หวยเกษียณ – ล้างหนี้: กินอิ่ม มีเงินใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”  ชูจุดเด่นว่านโยบายนี้จะช่วยแก้ปัญหา “แก่ไปไม่มีเงินเก็บ” ของคนไทย ภายใต้หลักการเดิมคือ “ซื้อหวย เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม”

  • พรรคประกาศว่าหากได้รับเลือกตั้งเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะผลักดันให้เริ่มจำหน่ายงวดแรกได้ ภายใน 3 เดือน (เนื่องจากกฎหมายแม่บทผ่านสภาและวุฒิสภาไปแล้วในช่วงปลายปี 2568)
  • สลากขูดดิจิทัล (Digital Scratch Card): ใบละ 50 บาท ซื้อได้ผ่านแอปพลิเคชัน (กอช. และแอปฯ พันธมิตร) ซื้อได้สูงสุด 3,000 บาท/เดือน
  • การออกรางวัลยังคงเดิมคือทุก วันศุกร์ เวลา 17.00 น. เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมคนไทยที่ชอบลุ้นรางวัลบ่อยๆ
  • เงินรางวัล:
    • รางวัลที่ 1: 1,000,000 บาท (5 รางวัล)
    • รางวัลที่ 2: 1,000 บาท (10,000 รางวัล)
    • เงินรางวัลสามารถถอนออกมาใช้ได้ทันที

นอกจากนี้ยังขยายผลสู่กลุ่มใหม่ ๆ เช่น แรงงานนอกระบบ (พ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ เกษตรกร (สมาชิก กอช.), ผู้ประกันตนมาตรา 40 และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปโดยมีเงื่อนไขใหม่คือต้องถือเงินออมไว้เป็นเวลา 5 ปี จึงจะถอนคืนได้ เพื่อให้ผู้สูงอายุยังมีรายได้ก้อนสะสมไว้ใช้ในยามจำเป็น

พรรคไทยสร้างชาติ

หวยบำเหน็จ และพรรคไทยสร้างไทย 

นโยบาย “หวยบำเหน็จ” ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 62 โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนเงินที่ประชาชนใช้ซื้อหวยให้กลายเป็นเงินออมยามเกษียณ แทนการสูญหายไปโดยไม่ได้ผลตอบแทน พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก โดยในช่วงหาเสียงขณะนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ได้ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร รับฟังปัญหาค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจของประชาชน พร้อมย้ำว่าหากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล จะสามารถเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เห็นผลภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

ต่อมา นโยบายดังกล่าวถูกนำกลับมาชูอีกครั้งภายใต้พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งมีคุณหญิงสุดารัตน์เป็นแกนนำ ทำให้นโยบาย “หวยบำเหน็จ” กลับมาได้รับความสนใจในทางการเมืองอีกระลอก พร้อมกับถูกตั้งข้อสังเกตและถกเถียงในสังคมว่า นโยบายรอบนี้เป็นเพียงการนำแนวคิดเดิมมาปรับใช้ในบริบททางการเมืองที่เปลี่ยนไป หรือ ใครเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้ก่อน และใครกันแน่ที่ลอกเลียนนโยบายของใคร

  • 5 ธ.ค. 65: คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เปิดตัวนโยบายอย่างเป็นทางการที่จังหวัดเชียงราย โดยชู “หวยบำเหน็จ” คู่กับ “บำนาญประชาชน 3,000 บาท” เพื่อแก้ปัญหาสังคมสูงวัย โดยระบุเงื่อนไขการคืนเงินต้นเมื่อครบอายุ 60, 70 และ 80 ปี
  • ม.ค. – พ.ค. 66: พรรคใช้หวยบำเหน็จเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป มีการเดินสายปราศรัยทั่วประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม
  • 6 มิ.ย. 67: กระทรวงการคลัง (โดยรัฐบาลเพื่อไทย) เปิดตัวนโยบาย “หวยเกษียณ” อย่างเป็นทางการ
  • 7 มิ.ย. 67: นายชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ออกมาแถลงตั้งข้อสังเกตว่า “หวยเกษียณ” มีความคล้ายคลึงกับ “หวยบำเหน็จ” ที่พรรคไทยสร้างไทยหาเสียงไว้มาก แม้จะไม่ขัดข้องถ้ารัฐบาลจะนำไปทำ แต่ขอให้ยึดหลักการที่ถูกต้อง
  • 23 ก.ค. 68: ในขณะที่ร่างกฎหมายหวยเกษียณเข้าสู่สภาฯ วาระ 2-3 พรรคไทยสร้างไทยได้ทำหน้าที่ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะฝ่ายค้าน โดยเน้นย้ำว่าควรเปิดกว้างให้ประชาชนทุกกลุ่มซื้อได้ไม่จำกัด เพื่อให้แข่งขันกับหวยใต้ดินได้จริงตามเจตนารมณ์เดิมของ “หวยบำเหน็จ”

การเลือกตั้้งใหม่กับหวยบำเหน็จ 

  • 1 ม.ค. 69: พรรคไทยสร้างไทยประกาศชูนโยบาย “หวยบำเหน็จ” อีกครั้งเพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2569 โดยปรับปรุงเงื่อนไขให้เข้าถึงง่ายกว่า “หวยเกษียณ” ของรัฐบาลเดิมที่มองว่ายังมีข้อจำกัดเรื่องเพดานการซื้อ 3,000 บาทต่อเดือน
  • 2 ม.ค. 69: มีการแถลงข่าว “มัดรวมนโยบายหวย” เปรียบเทียบจุดเด่นของหวยบำเหน็จเพื่อสร้างความจดจำแก่ผู้ซื้อสลากและแรงงานนอกระบบ

นโยบายพรรคประชาชน

หวยใบเสร็จและพรรคประชาชน  

นโยบาย “หวยใบเสร็จ” ของ พรรคประชาชน (หรือเดิมคือพรรคก้าวไกล) มีแนวคิดที่แตกต่างจากพรรคอื่น โดยไม่ได้เน้นไปที่การออมเพื่อเกษียณ แต่เน้นการ “สร้างแต้มต่อให้ SMEs” และดึงร้านค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบภาษี 

  • ก.พ. 66 (ยุคพรรคก้าวไกล) : พรรคก้าวไกลนำเสนอนโยบายนี้เป็นครั้งแรกในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 66 โดยหยิบยกโมเดลความสำเร็จจาก ไต้หวัน (Uniform Invoice Lottery) มาปรับใช้ เพื่อจูงใจให้คนซื้อของจากร้านค้ารายย่อย (SMEs) แทนที่จะเข้าแต่ห้างสรรพสินค้าหรือทุนใหญ่ โดยใช้ “หวย” เป็นรางวัลตอบแทนความร่วมมือ
  • การเลือกตั้งปี 2566: บรรจุเป็นนโยบายหาเสียงหลัก โดยพฤษภาคม 2566 ในช่วงหาเสียง พรรคก้าวไกลประกาศรายละเอียดว่า ผู้ซื้อของร้าน SME ครบ 500 บาท แลกสลากดิจิทัลได้ 1 ใบ (จำกัดจำนวนสิทธิ์ต่อเดือน) และ เมื่อมียอดขายครบ 5,000 บาท ร้านค้าจะได้รับสลาก 1 ใบ เพื่อลุ้นรางวัลเช่นกัน และจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม
  • 25 ธ.ค. 68: หลังจากมีการเปลี่ยนผ่านจากพรรคก้าวไกลสู่พรรคประชาชน พรรคได้เปิดตัวเว็บไซต์นโยบายสำหรับการเลือกตั้งปี 2569 โดยบรรจุ “หวยใบเสร็จ” เป็น 1 ใน 10 นโยบายเด่น (Flagship) พรรคประชาชนได้นำหวยใบเสร็จมามัดรวมกับนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” เติมเงิน 1,000 บาทให้ประชาชนผ่านแอปฯ (คล้ายคนละครึ่งเดิมแต่เน้นใช้กับร้านเล็ก) เมื่อใช้จ่ายกับร้าน SME จะได้รับสลากลุ้นรางวัลโดยอัตโนมัติ
  • ม.ค. 69: แกนนำพรรคลงพื้นที่หาเสียงโดยเน้นย้ำว่าหวยใบเสร็จคือเครื่องมือช่วย SMEs ที่ “ยั่งยืนกว่า” การแจกเงินเพียงอย่างเดียว พรรคประกาศจะใช้ระบบนี้ดึงร้านค้าเข้าสู่ระบบภาษีแบบง่าย (Simplify Tax) โดยเพิ่มเพดานรายได้ที่ไม่ต้องจด VAT จาก 1.8 ล้านบาท เป็น 3.6 ล้านบาทต่อปี เพื่อลดความกังวลของพ่อค้าแม่ค้า

สรุปนโยบายหวยทั้ง 3 พรรคแตกต่างกันยังไง ?

ทั้งสามพรรคการเมืองมีจุดร่วมสำคัญคือการใช้ “หวย” เป็นเครื่องมือเชิงนโยบาย มากกว่าจะมองเป็นเพียงการพนัน โดยยอมรับพฤติกรรมของคนไทยที่นิยมเสี่ยงโชค และเลือกออกแบบระบบให้เงินหมุนเวียนอยู่ในโครงสร้างที่รัฐกำกับดูแล แทนการห้ามอย่างเด็ดขาด นโยบายเหล่านี้ล้วนใช้กลไกดิจิทัลเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีเป้าหมายดึงเงินนอกระบบหรือเงินที่เคยสูญหายให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ พร้อมกับลดบทบาทของหวยใต้ดิน และเพิ่มบทบาทของรัฐในฐานะผู้ควบคุมกำกับ อย่างไรก็ตาม แม้แนวคิดตั้งต้นจะคล้ายกัน แต่เป้าหมายปลายทางของแต่ละพรรคแตกต่างกันอย่างชัดเจน

หวยเกษียณของพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิด “หวยเกษียณ” โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างความมั่นคงหลังเกษียณ และแก้ปัญหาความยากจนยามชรา แนวคิดแกนกลางคือ “ซื้อหวย เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงโครงสร้างว่าคนไทยจำนวนมากเข้าสู่วัยชราโดยไม่มีเงินเก็บ นโยบายนี้ใช้สลากดิจิทัลควบคู่กับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดโอกาสให้เงินรางวัลถอนได้ทันที ขณะที่เงินออมต้องถือระยะยาว จึงถูกออกแบบให้เป็นนโยบายรัฐสวัสดิการทางอ้อม ในการเลือกตั้งปี 2569 นโยบายดังกล่าวถูกยกระดับเป็นนโยบายเรือธง ผูกเข้ากับวาทกรรม “ล้างหนี้ – มีศักดิ์ศรี” จุดเด่นของพรรคเพื่อไทยคือความชัดเจนด้านระบบออม การเชื่อมโยงกับโครงสร้างรัฐและกฎหมายที่มีอยู่แล้ว รวมถึงการสื่อสารที่เข้าใจง่ายกับคนฐานรากและแรงงานนอกระบบ อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ยังมีข้อจำกัดจากเพดานการซื้อ และการเน้นกลุ่มอายุหรือสถานะเฉพาะ

พรรคไทยสร้างไทย เปิดกว้างหวยเพื่อการออม

พรรคไทยสร้างไทยนำเสนอ “หวยบำเหน็จ” โดยตั้งเป้าหมายหลักที่การคืนเงินต้นควบคู่กับความยืดหยุ่นของผู้ซื้อ ถือเป็นพรรคที่เสนอแนวคิด “เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม” มาตั้งแต่ปี 2562 และเน้นคำว่า “บำเหน็จ” ในความหมายของการได้รับเงินก้อนคืนตามช่วงอายุ นโยบายนี้ผูกโยงกับแนวคิด “บำนาญประชาชน” และมองว่าระบบควรเปิดกว้าง ไม่จำกัดกลุ่มหรือเพดานการซื้อ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับหวยใต้ดินได้จริง จุดเด่นของไทยสร้างไทยคือการวางตัวเป็นต้นแบบเชิงแนวคิด การชูประเด็นความเป็นธรรมกับผู้ซื้อทุกกลุ่ม และการวิพากษ์รัฐบาลจากมุมของ “เจตนารมณ์ดั้งเดิม” อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดสำคัญคือแนวคิดนี้ยังไม่ถูกนำไปใช้จริงในระดับรัฐ และความชัดเจนด้านกลไกยังต้องอาศัยการออกแบบเพิ่มเติมในอนาคต

หวยกระตุ้นเศรษฐกิจและปฏิรูประบบภาษี

ขณะที่พรรคประชาชนเสนอ “หวยใบเสร็จ” ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและปรับปรุงระบบภาษี มากกว่าการเน้นการออมยามเกษียณ นโยบายนี้ใช้หวยเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนซื้อสินค้าจากร้านค้ารายย่อย และดึงร้านค้าเข้าสู่ระบบภาษีในรูปแบบที่ง่ายขึ้น โดยอ้างอิงโมเดลจากไต้หวัน (Uniform Invoice Lottery) และเชื่อมโยงกับแนวคิดคนละครึ่งพลัส รวมถึงการปฏิรูปภาษีมูลค่าเพิ่ม จุดเด่นคือการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ผู้ซื้อ ร้านค้า และรัฐได้รับประโยชน์ร่วมกัน อีกทั้งไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินโดยตรงมากนัก อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ยังไม่ตอบโจทย์ปัญหาการออมยามเกษียณโดยตรง และร้านค้าบางส่วนยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาระด้านภาษี

 

หวยเกษียณ–หวยใบเสร็จ ใช้เงินเสี่ยงโชคขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้แค่ไหน

รศ.ดร.พรเพ็ญ วรสิทธา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า คนไทยเงินหายไปกับหวยมาก เพราะฉะนั้นที่นักการเมืองชูหวยขึ้นมา เพราะต้องการเอาเงินที่เคยสูญหายไปกับเจ้ามือหวยเถื่อน,กองสลากกิอนแบ่งรัฐบาลกลับมาใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะทางใดมันก็น่าจะเป็นบวก ทีนี้มันก็จะมีคำถามของประชาชนว่า จะเป็นการสนับสนุนให้คนหมกมุ่นกับเรื่องหวยมากไปหรือไม่

“ตอนแรกที่เคยนำเสนอเรื่องนี้ ก็ต้องสู้กับความคิดตัวนี้มากทีเดียว เพราะเมื่อก่อนคนไม่ยอมรับ เพราะถือว่าเป็นอบายมุข แต่เราบอกว่าทำไมมาเสนอเอาหวยมาทำประโยชน์ แต่ในส่วนตัวคิดว่ามันเป็นของที่มันสูญหาย คนจนเงินมันหายไปเลย จากที่เคยทำวิจัย หมู่บ้านหนึ่งใช้เงินเป็นปีละแสน ไม่ต่ำกว่าแสน หายไปกับเงินหวย

หากกลับกัน รัฐบาลเอาเงินแสนไปให้ประชาชน ประชาชนคงมีความสุขมากเลย แต่กลายเป็นว่าคนจนไปซื้อหวยแล้วมันก็หายไปกับเจ้ามือหวยเถื่อนบ้าง หายไปกับกองสลากฯบ้าง โอกาสถูกมันน้อยมากอยู่แล้ว แต่มันเป็นความหวัง ความหวังว่าเขาจะถูก จะไปห้ามก็ไม่ได้ เพราะเคยพยายามแล้วไม่เป็นผล ” รศ.ดร.พรเพ็ญ กล่าว

การออกแบบระบบออมผ่านหวยในรูปแบบดิจิทัล

รศ.ดร.พรเพ็ญ กล่าวถึง การบริหารจัดการเงินจากหวยว่า เงินที่เขาซื้อ ถูกหรือไม่ ให้ล็อกไว้ในระบบดิจิทัล แบ่งเงินเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งเป็นรางวัล ส่วนหนึ่งเป็นค่าบริหารจัดการ และส่วนที่เหลือประมาณ 40–70% นำไปให้ผู้จัดการกองทุนรวมมืออาชีพ เช่น กบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เข้าไปบริหาร ซึ่งคาดว่าจะได้ผลตอบแทนประมาณ 2–3% หรือมากสุด 5%

บำนาญจากหวย หลักประกันรายได้ยามชรา

สำหรับบำนาญจากนั้นจึงสะสมไว้ เมื่อถึงเวลาเกษียณก็คืนให้ ส่วนตัวอยากให้เป็นบำนาญ เพราะสามารถจ่ายได้ยาวและตลอดชีพ อย่างน้อยคนจนก็มีความสุขประจำหนึ่ง จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาซื้อมากหรือน้อย อีกก้อนหนึ่งคือบำเหน็จ ซึ่งประชาชนดูเหมือนจะชอบ แต่บำเหน็จไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเริ่มต้นได้ก็ดีกว่าไม่ได้เริ่ม

บำเหน็จ ทางเลือกที่คนชอบ แต่ไม่ใช่คำตอบระยะยาว

สำหรับเรื่องใบเสร็จไปซื้อของแล้วออกเป็นเลข เป้าหมายคือการกระตุ้นภาษี และกระตุ้นให้คนซื้อของมากขึ้น หากมีการซื้อของมากขึ้น รัฐบาลก็สามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น เนื่องจากทุกธุรกรรมมีการบันทึกไว้

หวยใบเสร็จ ความท้าทายในการดึง SME เข้าสู่ระบบภาษี

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ผู้ขาย SME บางส่วนไม่อยากเข้าร่วม เพราะกังวลเรื่องการเสียภาษี คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในโครงการคนละครึ่ง อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้น่าจะได้ผลกับคนบางกลุ่ม เช่นเดียวกับกรณีของไต้หวันที่เคยดำเนินการและสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่ม และนำมาใช้จ่ายเป็นรางวัลโดยไม่กระทบงบประมาณแผ่นดิน

ทั้งนี้ภาพรวมทางเศรษฐกิจ รศ.ดร.พรเพ็ญ มองว่า นโยบายดังกล่าวคือการใช้หวยเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากคนไทยและหลายชาติชื่นชอบการลุ้นและการเสี่ยงโชค เมื่อห้ามไม่ได้ก็ต้องดำเนินไปด้วยกัน คล้ายกับหลายบริษัทที่มีการซื้อสินค้าแล้วจัดให้มีการจับรางวัล ซึ่งหากไม่ได้ประโยชน์ก็คงไม่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นนี้

หวยเกษียณ–หวยใบเสร็จ ได้ไปต่อแค่ไหน

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” ว่า ประชาชนจำนวนมากยังขาดเงินออมเพื่อวัยเกษียณ ขณะเดียวกันคนไทยมีพฤติกรรมชื่นชอบการเสี่ยงโชค ทั้งหวยบนดินและหวยใต้ดิน จึงเกิดแนวคิดนำการซื้อหวยมาผสานกับการออม โดยจัดสรรเงินบางส่วนเข้าสู่บัญชีเพื่อเตรียมไว้ใช้ยามเกษียณ หากดำเนินการได้อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการออมที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชน และอาจก่อให้เกิดประโยชน์ได้ อย่างไรก็ตาม ควรจำกัดขอบเขตไม่ให้ขยายตัวจนกลายเป็นการส่งเสริมหรือมอมเมาประชาชน

หวยใบเสร็จกับเงื่อนไขการเข้าสู่ระบบของ SME

ส่วนแนวคิด “หวยใบเสร็จ” สำหรับร้านค้า SME นั้น หมายความว่าผู้ประกอบการ SME จะต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถออกใบเสร็จได้ และเมื่อเข้าระบบแล้ว หากมียอดขายถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลในลักษณะคล้ายการจับสลาก

 

ดร. นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

ดร. นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

“อย่างไรก็ตามในมุมมองผม ผมคิดว่ามันก็น่าสนใจ มันก็มีหลายประเทศ อย่างเช่นไต้หวัน ก็จะมีเวลาเราไปซื้อของอะไรต่าง ๆ เวลาออกใบเสร็จ ก็จะมีออกมาเป็นหวยให้เลย เพราะฉะนั้นก็จะเป็นการกระตุ้นให้คนไปซื้อจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็กก็จะได้อานิสงส์ตรงนี้ไปด้วย ทีนี้ความยากก็อยู่ที่ว่ามันสามารถที่จะดำเนินการได้หรือไม่ ก็จะมีตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ที่ต้องไปเช็กดูว่า เราอนุญาตให้มีผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงลักษณะนี้หรือไม่ เช่น เวลาหวยต่าง ๆ มันจะมีเงื่อนไขว่าคนต้องจ่ายเงิน ซื้อหวย แล้วก็ต้องมีการคิดสูตรว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐไม่เสียประโยชน์อะไร ประมาณนั้น ก็จะสามารถออกผลิตภัณฑ์ตรงนี้ออกมาได้” ดร. นณริฏ กล่าว

บทบาทรัฐ แรงจูงใจ โปรโมชัน และคำถามเรื่องการบังคับใช้

ขณะเดียวกัน ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการจูงใจและจัดทำโปรโมชันสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามสำคัญว่า ในทางปฏิบัติ นโยบายดังกล่าวจะสามารถผ่านข้อจำกัดทางกฎหมายได้หรือไม่ และจะสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการ SME เข้าสู่ระบบได้มากเพียงใด ซึ่งคาดว่าภาครัฐอาจต้องเชื่อมโยงกับนโยบายอื่น ๆ ควบคู่กันไป เพื่อเพิ่มแรงผลักดันให้ SME เข้าสู่ระบบมากที่สุด

ต้องยอมรับว่าประเด็นนี้เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการ SME รายย่อยจำนวนมากที่ยังไม่พร้อมหรือไม่ประสงค์จะเข้าสู่ระบบ บางส่วนมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงภาษี ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเผชิญข้อจำกัดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เช่น การจัดทำและจัดเก็บเอกสารทางบัญชีและภาษี ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ

แม้แนวคิดลักษณะนี้จะมีตัวอย่างจากต่างประเทศ และหากสามารถออกแบบนโยบายได้อย่างเหมาะสม อาจไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อีกทั้งยังมีศักยภาพในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายยังขึ้นอยู่กับการนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งยังมีเงื่อนไขและความท้าทายอีกหลายด้านที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบโดยไล่ไทม์ไลน์นโยบายพรรคเพื่อไทย: เพื่อไทยชูนโยบายเรือธง “หวยเกษียณ” รับศึกเลือกตั้งปี 69 สานต่อสลากดิจิทัลใบละ 50 บาท เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออมที่คืนทุนเมื่ออายุ 60 ปี โดยปัจจุบันกฎหมายแม่บทผ่านแล้ว พร้อมเปิดจำหน่ายจริงภายใน 3 เดือนแรกหลังจัดตั้งรัฐบาล ครอบคลุมแรงงานนอกระบบและกลุ่มผู้สูงอายุเดิม
  2. ตรวจสอบโดยไล่ไทม์ไลน์นโยบายพรรคไทยสร้างไทย: ไทยสร้างไทยชู “หวยบำเหน็จ” สู้ศึกเลือกตั้ง 69 ชูจุดเด่นคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยและไม่จำกัดเพดานซื้อเพื่อแข่งกับหวยใต้ดินโดยตรง พร้อมปรับปรุงเงื่อนไขให้เข้าถึงง่ายกว่าเดิมเพื่อแก้ปัญหาสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน
  3. ตรวจสอบโดยไล่ไทม์ไลน์นโยบายพรรคประชาชน: พรรคประชาชนชู “หวยใบเสร็จ” สู้ศึกเลือกตั้ง 69 เน้นสร้างแต้มต่อให้ SME ด้วยการเปลี่ยนยอดซื้อทุก 500 บาทเป็นสลากลุ้นรางวัลเพื่อจูงใจคนเข้าร้านเล็ก
  4. ตรวจสอบผ่านแหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์รศ.ดร.พรเพ็ญ วรสิทธา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ นโยบายหวยเกษียณและหวยใบเสร็จมุ่งเปลี่ยนเงินที่สูญเปล่าจากการพนันให้เป็นเงินออมดิจิทัลที่บริหารโดยมืออาชีพ เพื่อสร้างบำนาญยามชราและกระตุ้นการเก็บภาษี แม้จะช่วยดึงเศรษฐกิจนอกระบบและสร้างความมั่นคงให้คนจน แต่ยังมีความท้าทายเรื่องความกังวลในการเข้าสู่ระบบภาษีของ SME และการป้องกันการมอมเมาประชาชน
  5. ตรวจสอบผ่านแหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์ ดร. นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มองว่า แนวคิด “หวยเกษียณ” และ “หวยใบเสร็จ” มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงโชคให้เป็นการออมและดึง SME เข้าสู่ระบบภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการออกแบบนโยบายที่จูงใจได้จริง การแก้ข้อจำกัดทางกฎหมาย และการปรับโครงสร้างเพื่อลดอุปสรรคให้ธุรกิจรายเล็ก
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน