คลิปไวรัลในโซเชียลอ้างรวบจับหัวคะแนนพรรคใหญ่ที่พิจิตร ตรวจสอบแล้วเป็นข่าวเก่าปี 66

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก: Facebook
ตรวจสอบพบสื่อออนไลน์เผยแพร่คลิปอ้างการจับกุมหัวคะแนนพรรคการเมืองใหญ่ ซื้อเสียงเลือกตั้งหัวละ 1,000 บาท โดย Nation Online เผยแพร่คลิปพร้อมข้อความว่า “ดูกันชัดๆ กกต.พิจิตร บุกรวบสาวหัวคะแนนพรรคใหญ่ ซื้อเสียงเลือกตั้งหัวละพัน หลักฐานคามือ” โดยระบุวันที่เผยแพร่ไว้ในคลิปดังกล่าวว่า 19 ม.ค. 69 และมียอดเข้าชมกว่า 4 ล้านครั้ง ยอดถูกใจ 54,000 ครั้ง และแชร์ต่อ 7,200 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังสื่อดังกล่าวได้เข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลในช่องแสดงความคิดเห็น ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เก่าเมื่อปี 66
ภายหลังสื่อดังกล่าวได้เข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลในช่องแสดงความคิดเห็น ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เก่าเมื่อปี 66
นอกจากนี้บนเว็บไซต์ของ Nation ยังเผยแพร่กรณีดังกล่าว ระบุว่า ด่วน ! จับหัวคะแนนพรรคใหญ่ ซื้อเสียงพิจิตร กกต.รวบคาบ้าน นอกจากนี้ยังระบุเนื้อหาข่าวว่า
“19 มกราคม 2569 มีรายงานว่า ที่ จ.พิจิตร กกต.ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำกำลังเข้าจับกุมการซื้อเสียงเลือกตั้ง ในพื้นที่แห่งหนึ่งของ จ.พิจิตร”
และในวันเดียวกันเว็บไซต์ Nation ได้เผยแพร่ข่าวเพิ่มเติม ระบุ กกต. จังหวัดพิจิตร ชี้แจงกรณีคลิปจับซื้อเสียง ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่จังหวัดพิจิตร แต่เป็นเหตุการณ์เมื่อปี 66 ไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบัน
คลิปจับกุมหัวคะแนนที่พิจิตร เป็นข่าวเก่าจากปี 2566
จากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าไปตรงกับรายงานของมติชนและกรุงเทพธุรกิจ ระบุว่าเป็นเหตุการณ์จับกุมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซื้อเสียง เมื่อปี 66
จากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าไปตรงกับรายงานของมติชนและกรุงเทพธุรกิจ ระบุว่าเป็นเหตุการณ์เมื่อปี 66
รายงานของมติชนและกรุงเทพธุรกิจ ระบุว่าเป็นเหตุการณ์เมื่อปี 66
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว คือ เหตุการณ์คนกลุ่มหนึ่ง เข้าไปขอตรวจสอบหญิง อายุ 34 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร เนื่องจากสงสัยว่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นำเงินซื้อเสียงไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านบริเวณร้านค้า โดยในตัวพบรายชื่อ และเงินซื้อเสียง เป็นธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 5 ฉบับ และธนบัตร 500 บาท อีก 8 ฉบับ รวม 9,000 บาท โดยในคลิปผู้ถูกสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุกล่าวว่า รับเงินสดดังกล่าวมาจากพรรคการเมือง พรรคหนึ่ง เพื่อนำมาจ่ายลูกบ้าน คนละ 1,000 บาท (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.thaipbs.or.th/news/content/327739)
กกต.พิจิตร ยืนยันคลิปเหตุการณ์เก่าเมื่อปี 2566
อมร รัชตังกูร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจิตร ยืนยันกับ Thai PBS Verify ว่าคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2566 ไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบัน
พร้อมระบุว่า ภายหลังการดำเนินการกรณีดังกล่าว ได้มีการนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนที่ กกต. มีมติยกคำร้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ถูกร้อง รวมถึงผู้ถูกร้องมีพยานยืนยันว่า ไม่ได้เป็นหัวคะแนนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ตามข้อกล่าวหา
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
คลิปที่ถูกแชร์ในโซเชียลมีเดียอ้างการจับกุมหัวคะแนนพรรคการเมืองใหญ่ ซื้อเสียงเลือกตั้งในจังหวัดพิจิตร พร้อมระบุวันที่เป็นเหตุการณ์ปัจจุบันนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็น คลิปข่าวเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำทำให้เกิดความเข้าใจผิด ขณะที่ กกต. จังหวัดพิจิตร ยืนยันว่า คดีดังกล่าวเคยถูกนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนแล้ว และ กกต. มีมติยกคำร้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอในการเอาผิดผู้ถูกร้อง
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบโดยใช้เครื่องตรวจสอบภาพ Google Lens: จากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าไปตรงกับรายงานของมติชนและกรุงเทพธุรกิจ ระบุว่าเป็นเหตุการณ์จับกุมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซื้อเสียง เมื่อปี 66
2.Nation Online ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเป็นข่าวเก่า: ภายหลัง Nation Online ได้เข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลในช่องแสดงความคิดเห็นของข่าว ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เก่าเมื่อปี 66
3.สัมภาษณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: อมร รัชตังกูร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจิตร ยืนยันกับ Thai PBS Verify ว่าคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2566 ไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบัน
ผลกระทบเมื่อได้รับข้อมูลเท็จ
- ทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ผิดพลาด ผู้รับสารอาจเข้าใจว่าเกิดการซื้อเสียงในช่วงเวลาปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเหตุการณ์ในอดีต ส่งผลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง
- สร้างความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง การนำคลิปเก่ามาเผยแพร่โดยไม่ระบุบริบท อาจทำให้บุคคลหรือหน่วยงานถูกเข้าใจผิด
- กระตุ้นความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคม ข้อมูลเท็จด้านการเมืองมักถูกใช้เพื่อโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่งผลให้เกิดความขัดแยกและอารมณ์รุนแรงในสังคมออนไลน์
- ลดคุณภาพการรับรู้ข่าวสารของสังคมโดยรวม เมื่อข่าวเท็จถูกแชร์ซ้ำจำนวนมาก จะทำให้ข้อมูลที่ถูกต้องถูกกลบไป และทำให้สังคมสับสนว่าอะไรคือข้อเท็จจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.ตรวจสอบวันที่และบริบทของข่าวทุกครั้ง ข่าวเก่าหรือคลิปย้อนหลังมักถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำ หากไม่ดูวันที่และรายละเอียด อาจเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน
2.ตรวจสอบจากหลายแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ควรเทียบข้อมูลจากสื่อหลัก หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ
3.อย่าแชร์ทันทีเมื่อเนื้อหากระตุ้นอารมณ์ ข่าวที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือเร้าอารมณ์ มักมีความเสี่ยงเป็นข้อมูลบิดเบือน ควรหยุดคิดก่อนแชร์
4.ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพและวิดีโอ เช่น การค้นหาภาพย้อนหลัง (Reverse Image Search) เพื่อดูว่าคลิปหรือภาพเคยปรากฏมาก่อนหรือไม่
5.แจ้งเตือนหรือรายงานข้อมูลเท็จ หากพบข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ควรแจ้งแพลตฟอร์มหรือช่วยชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อลดการแพร่กระจายของข่าวเท็จ









