รวมคำยอดฮิตที่มิจฉาชีพชอบใช้ มุกหากินมิจจี้ ที่ได้ยินเมื่อไหร่ ต้องตั้งสติ !

เสียงปลายสายจากเบอร์แปลกตาที่โทรมาขู่หรือหลอกล่อเอาข้อมูลจากเรา บางครั้งก็น่าเชื่อถือ บางครั้งก็แทบจะรู้ได้ทันทีว่านี่คือมิจฉาชีพจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งมักใช้รูปแบบเดิม ๆ วนซ้ำกับเหยื่อหลายคน บทความนี้รวบรวมคำพูดยอดฮิตที่เจอบ่อย พร้อมวิธีสังเกตง่าย ๆ เพื่อช่วยให้รู้ทัน ก่อนจะหลงเชื่อหรือเผลอตกเป็นเหยื่อ

ช่วงหลังรูปแบบการหลอกลวงของเหล่าแก๊งคออลเซนเตอร์เปลี่ยนไปอย่างมาก จากเดิมที่พูดตรง ๆ หรือขอข้อมูลแบบง่าย ๆ ปัจจุบันมิจฉาชีพจะจัดฉากสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานทางการ หรือแม้แต่บริษัทเอกชน ธนาคารก็ตาม
สิ่งที่ใช้เป็นหลักไม่ใช่แค่ข้อมูลปลอม แต่เป็นคำพูดที่ออกแบบมาให้กระทบความรู้สึกคนฟัง ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความเร่งรีบ เพื่อให้เหยื่อตัดสินใจเร็วขึ้น และไม่มีเวลาตรวจสอบให้รอบด้าน
Thai PBS Verify รวบรวมคำยอดฮิต ที่มิจฉาชีพมักใช้บ่อย เพื่อให้รู้ทันรูปแบบการหลอกลวง และหยุดคิดก่อนตกเป็นเป้าหมาย
คำพูดยอดฮิตที่ต้องระวัง
1) “คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี / บัญชีของคุณถูกใช้กระทำผิด”
นี่คือหนึ่งในประโยคคลาสสิกที่มิจฉาชีพใช้แอบอ้างเป็นตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ จุดประสงค์คือทำให้เหยื่อตกใจและเริ่มเชื่อว่าตัวเองกำลังมีปัญหาทางกฎหมาย
เมื่อเหยื่อตื่นตระหนก จะมีการส่งต่อสายไปยังผู้แอบอ้างอีกชุดหนึ่งที่ทำหน้าที่สร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น
ข้อสังเกต: หน่วยงานรัฐจริงจะไม่แจ้งคดีผ่านโทรศัพท์แบบเร่งรัด และไม่ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบใด ๆ
2) “เพิ่มเพื่อนใน LINE ก่อน เดี๋ยวเจ้าหน้าที่อีกฝ่ายจะติดต่อ”
หลังโทรศัพท์ มิจฉาชีพมักชวนให้ย้ายไปคุยใน LINE หรือแอปอื่น เพื่อส่งเอกสารปลอม วิดีโอคอล หรือส่งลิงก์ให้กด
ข้อสังเกต: หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ไม่มีนโยบายดำเนินคดีหรือสอบสวนผ่านบัญชี LINE ส่วนตัว
3) “กดลิงก์นี้เพื่อยืนยันตัวตน / รับสิทธิ์ / ตรวจสอบบัญชี”
ข้อความลักษณะนี้มักมาในรูปแบบ SMS หรือแชต และพาไปยังเว็บไซต์ปลอม ที่ออกแบบให้เหมือนของจริง เพื่อขโมยรหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนตัว
ข้อสังเกต: อย่ากดลิงก์จากแหล่งที่ไม่แน่ชัด และตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ให้ละเอียดก่อนทุกครั้ง

5) “ติดตั้งแอปพลิเคชัน นี้เพื่อความสะดวกในการดำเนินคดี”
ในบางกรณี มิจฉาชีพอาจให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่แฝงมัลแวร์ หรือโปรแกรมควบคุมเครื่องจากระยะไกล เมื่อเหยื่อติดตั้งแล้ว มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงข้อมูลในเครื่องได้
ข้อสังเกต: หน่วยงานรัฐไม่มีการให้ติดตั้งแอปพลิเคชันนอกระบบราชการเพื่อดำเนินคดี
6) “คุณได้รับเงินคืน / ของรางวัล / พัสดุตกค้าง”
อีกมุกยอดฮิตที่ใช้ผลประโยชน์ เป็นตัวล่อ โดยมักให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือจ่ายค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ก่อนจะนำไปสู่การหลอกเงินในขั้นต่อไป
ข้อสังเกต: หากได้ของฟรีหรือเงินคืนโดยไม่มีที่มา ต้องตรวจสอบให้รอบคอบก่อนเสมอ
7) “รีบทำ รีบโอนเงิน ตอนนี้ ไม่อย่างนั้นบัญชีจะถูกอายัด หรือไม่อย่างนั้นจะถูกดำเนินคดี”
คำนี้ใช้สร้างความเร่งด่วน เพื่อกดดันให้เหยื่อตัดสินใจเร็วที่สุด โดยไม่เปิดโอกาสให้คิดหรือเช็กข้อมูล
ข้อสังเกต: ความเร่งด่วนที่ไม่มีเหตุผลชัดเจน มักเป็นสัญญาณของการหลอกลวง
8) “ขอรหัส OTP เพื่อยืนยันตัวตน”
OTP คือรหัสสำคัญสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน แต่ในมือมิจฉาชีพ กลับถูกใช้เป็นกุญแจเข้าถึงบัญชีของเหยื่อ
ข้อสังเกต: รหัส OTP เป็นข้อมูลส่วนตัว ห้ามบอกใครเด็ดขาด แม้จะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่
9) “ลงทุนวันนี้ รับผลตอบแทนสูง ไม่มีความเสี่ยง”
มุกนี้มักมาในรูปแบบชวนลงทุนผ่านโซเชียลมีเดีย หรืออ้างว่ามีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล พร้อมโชว์ผลกำไรของสมาชิกคนอื่น
ข้อสังเกต: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง หากอ้างว่า “กำไรแน่นอน” หรือ “ไม่มีความเสี่ยง” ควรระวังเป็นพิเศษ
10) “พัสดุของคุณตกค้าง”
มิจฉาชีพอ้างว่ามีพัสดุตกค้างหรือส่งของผิดกฎหมาย ก่อนโยงไปสู่เรื่องคดีฟอกเงินหรือยาเสพติด หรือหลอกให้กดลิงก์เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว
ข้อสังเกต: หากไม่แน่ใจว่ามีพัสดุจริงหรือไม่ ให้ตรวจสอบกับบริษัทขนส่งผ่านช่องทางทางการ อย่าทำตามคำสั่งของผู้โทร










