Profile icon

ตรวจสอบโพสต์อ้าง ประเทศไทยรอดวิกฤต เพราะ “พล.อ. ประยุทธ์” สะสมทองไว้ 90 ตัน

ข่าวบิดเบือนDateClock icon10:52|การเมืองViews0
Thai PBS Verify พบโพสต์อ้าง ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ เพราะอดีตนายกฯ "พล.อ. ประยุทธ์" ตัดสินใจซื้อทองคำสะสมเข้าคลังถึง 90 ตัน จากการตรวจสอบพบไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทรโอชา ในขณะนั้นแต่อย่างใด ด้านนักวิชาการยืนยัน รัฐบาลไม่มีสิทธิแทรกแซงการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะของธนาคารแห่งประเทศไทย

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Facebook

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงโพสต์ระบุ ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ เพราะอดีตนายกฯ “พล.อ.ประยุทธ์” ตัดสินใจซื้อทองคำสะสมเข้าคลังถึง 90 ตัน

Thai PBS Verify ตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กชื่อ Bangkok I Love You หลังโพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า

ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ทองขึ้นมาอีกมหาศาล
ทองคำ 90 ตัน มรดกยุคลุงตู่ให้คนไทย
ยุคลุงตู่ ซื้อทองเข้าคลัง 90 ตัน ปี 2564 วันนี้กำไรแล้ว 1 เท่าตัว
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ คือการซื้อทองคำเข้าคลังเป็นปริมาณมหาศาลกว่า 90 ตัน ซึ่งหากคิดตามมาตรฐานน้ำหนักทองคำไทย เท่ากับประมาณ 5.9 ล้าน “บาททองคำ”
ในเวลานั้น ราคาทองคำอยู่ที่ บาทละราว 30,000 บาท การตัดสินใจดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย แต่รัฐบาลอธิบายว่าเป็นการเพิ่มเสถียรภาพสำรองเงินตรา และถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ที่ทั่วโลกยอมรับ
ผ่านมา 4 ปี กำไรพุ่ง 1 เท่าตัว
ปัจจุบัน (ปี 2568) ราคาทองคำในตลาดโลกและไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาทองคำแท่งในประเทศทะลุ บาทละกว่า 60,000 บาท หรือเพิ่มขึ้น เท่าตัวจากปี 2564
นั่นหมายความว่า ทองคำสำรองที่รัฐบาลไทยซื้อเก็บไว้ในยุคลุงตู่ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก ประมาณ 177,000 ล้านบาท → กลายเป็นกว่า 350,000 ล้านบาท ในวันนี้
ความหมายเชิงเศรษฐกิจ
การถือทองคำจำนวนมากทำให้ไทยมี “กันชน” รองรับวิกฤตเศรษฐกิจโลก เป็นการกระจายความเสี่ยง ไม่ต้องพึ่งพาเงินสกุลหลักอย่างเดียว
กำไรที่เพิ่มขึ้นกว่า เท่าตัว แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ระยะยาวต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศ
การซื้อทองเข้าคลัง 90 ตัน ในยุคลุงตู่ ปี 2564 จากราคาบาทละ 30,000 บาท ถึงวันนี้กลายเป็นการลงทุนที่สร้างกำไรระดับ “หนึ่งเท่าตัว” ภายในเวลาเพียง 4 ปี ถือเป็นการตัดสินใจทางเศรษฐกิจที่สร้างผลลัพธ์ชัดเจนในประวัติศาสตร์ไทย

ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 3,300 ครั้ง และแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปกว่า 500 ครั้งด้วยกัน

ใครเป็นคนซื้อทอง 90 ตัน ?

Thai PBS Verify ตรวจสอบด้วยคำสำคัญ พบข่าว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซื้อทองคำ ในปี พ.ศ. 2565 โดยสถิติของ ธปท. ยืนยันว่าในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งอยู่ในช่วงการบริหารของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเทศไทยได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นถึง 90.2 ตัน ภายในปีเดียว ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่ซื้อทองคำสะสมเพิ่มขึ้นมากที่สุดในโลกในปีนั้น เพื่อกระจายความเสี่ยงของเงินสำรองระหว่างประเทศ

ใช้ “งบประมาณแผ่นดิน” ของรัฐบาลซื้อทองหรือไม่ ?

ความแตกต่างระหว่าง “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” (ซึ่งดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย) กับ “งบประมาณแผ่นดิน” (ซึ่งดูแลโดยรัฐบาล) ตามกฎหมายไทย พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) กฎหมายฉบับนี้กำหนดอำนาจหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการบริหารจัดการ “เงินสำรองระหว่างประเทศ” (International Reserves) ในภาพรวมเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับค่าเงินบาทและระบบเศรษฐกิจ

  • ทุนสำรองระหว่างประเทศไม่ใช่เงินภาษี: เงินที่ใช้ซื้อทองคำมาจากสินทรัพย์ของ ธปท. เอง ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลจะหยิบไปใช้จ่ายได้
  • ความเป็นอิสระ: การตัดสินใจซื้อหรือขายทองคำเป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการ ธปท. เพื่อกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์สหรัฐ ไม่ได้ขึ้นตรงต่อคำสั่งของนายกรัฐมนตรี

อำนาจหน้าที่ของ ธปท.

การสะสมทองคำของไทย เป็นอย่างไร ?

ปริมาณทองคำสำรองปัจจุบัน 

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับปริมาณทองคำสำรองของประเทศไทย (2562 – ปัจจุบัน) ณ ต้นปี 2569 จากการตรวจสอบสถิติของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สภาทองคำโลก (World Gold Council) มีรายละเอียดดังนี้

ในช่วงปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยกลายเป็นจุดสนใจระดับโลกเพราะมีการเข้าซื้อทองคำปริมาณมหาศาลในระยะเวลาสั้น ๆ

  • ก่อนปี 2553 ไทยถือทองคำคงที่มานาน 70 – 80 ตัน
  • 2553 – 2554 เริ่มสะสมเพิ่มหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก เพิ่มขึ้นเป็น 150 ตัน
  • 2564 (เม.ย. – พ.ค.) ธปท. เข้าซื้อทองคำครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี (รวม 2 เดือนประมาณ 90 ตัน) พุ่งจาก 154 ตัน เป็น 244 ตัน
  • 2565 – 2566 ถือครองคงที่เพื่อรักษาสมดุลพอร์ต 244 ตัน
  • 2567 (ต้นปี) มีการปรับสัดส่วนเล็กน้อยตามสภาวะตลาด 230 – 235 ตัน 

มูลค่า: ณ เดือน พ.ย. 2568 มูลค่าทองคำสำรองของไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์แตะระดับ 31,909 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.02 ล้านล้านบาท) เนื่องจากราคาทองคำโลกในปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 70%

อันดับโลก: ไทยอยู่อันดับที่ 18 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน (รองจากสิงคโปร์)

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับปริมาณทองคำสำรองของประเทศไทย

ทำไมต้องซื้อช่วงนั้น ?

สาเหตุที่ ธปท. ตัดสินใจซื้อทองคำเพิ่มในช่วงปี 2021 ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่อง “การบริหารความเสี่ยง” ได้แก่

  • ช่วงนั้นทั่วโลกกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากการพิมพ์เงินของสหรัฐฯ ทองคำจึงเป็นตัวเก็บมูลค่าที่ดี
  • ธปท. ต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐที่ผันผวน
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในขณะนั้นอยู่ในระดับต่ำ ทำให้การถือทองคำ (ซึ่งไม่มีดอกเบี้ย) มีความคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตร

การซื้อทองคำ 90 ตันในปี 2564 เป็นกลยุทธ์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่การลงทุนส่วนตัวหรือนโยบายโดยตรงจากทำเนียบรัฐบาล

ทุนสำรองระหว่างประเทศสำคัญอย่างไร ?

ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ระบุกับ Thai PBS Verify ว่า แบงก์ชาติมีหน้าที่จะต้องบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของเงินสำรอง จะมีตั้งแต่เงินสกุลหลัก, ทองคำ รวมถึง SDR (Special Drawing Rights) หรือ สินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศที่สร้างโดย IMF ทำหน้าที่เป็นหน่วยบัญชีและเงินสำรองเสริมสำหรับประเทศสมาชิก ซึ่งแบงก์ชาติจะเปลี่ยนสัดส่วนการถือครองไปมา แล้วแต่ความเหมาะสม

ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

การลงทุนของแบงก์ชาติจะมีการซื้อตามราคา ความเสี่ยงของยุคสมัยนั้น เหมือนนักลงทุนทั่วไปคนหนึ่ง ที่ต้องจัดพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ว่าตัวเองจะเอาเงินสำรองที่มีไปลงทุนในรูปแบบสินทรัพย์ลักษณะใดบ้าง โดยดูจากความเสี่ยง ผลตอบแทน ซึ่งเหมือนโมเดลการลงทุนทั่วไป

อย่างไรก็ตามหากถามว่าแบงก์ชาติเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ในการตัดสินใจลงทุนในทรัพย์สินเหล่านี้หรือไม่ รัฐบาลไม่ถือว่ามีหน้าที่ในการตัดสินใจลงทุนแต่อย่างใด แม้ในอดีตจะมีเรื่องการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซงจนสำเร็จ โดยเฉพาะยุคก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่มีการแทรกแซงชัดเจน แต่ก็ยังเป็นเพียงเรื่องการเข้ามากำกับดูแลสถาบันการเงิน เช่น กรณีธนาคารกรุงเทพฯ หรือกรณีธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (BBC) แต่ในครั้งนั้น รัฐบาลก็ไม่ได้เข้ามายุ่งกับเรื่องทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่หลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งผ่านไปแล้ว ภาพของการแทรกแซงของการเมือง จึงค่อนข้างชัดเจนว่า การเมืองไม่ได้เข้าไปยุ่ง หรือยุ่งในเรื่องของทุนสำรองระหว่างประเทศไม่ได้ เพราะมีการเปลี่ยนกฎหมายแบงก์ชาติ ทำให้การเมืองเข้าไปแทรกแซงยากขึ้น

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

คำกล่าวอ้างที่ว่าเป็นผลงานของ พล.อ. ประยุทธ์ นั้น “คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในเชิงโครงสร้าง” แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในสมัยที่ พล.อ. ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ในทางกฎหมายและการปฏิบัติ เป็นผลงานการบริหารของคณะกรรมการจัดการเงินกองทุนของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และไม่ใช่เงินงบประมาณแผ่นดินแต่อย่างใด

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  • ตรวจสอบสถิติการถือครองทองคำ: ยืนยันข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สภาทองคำโลก (World Gold Council) พบว่าในปี 2564 ไทยมีการซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 90.2 ตันจริง ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงที่สุดในโลกในปีนั้น

  • ตรวจสอบข้อกฎหมายและอำนาจหน้าที่: พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง “รัฐบาล” กับ “ธปท.” พบว่าการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นอำนาจอิสระของ ธปท. ไม่ใช่ของรัฐบาล

  • ตรวจสอบที่มาของเงิน: วิเคราะห์นิยามของ “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” พบว่าไม่ใช่ “งบประมาณแผ่นดิน” ที่มาจากภาษีหรือการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี แต่เป็นการบริหารสินทรัพย์ในพอร์ตของ ธปท. เอง

  • สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ: ความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ (ดร.สมชัย จิตสุชน) เพื่อยืนยันความเป็นอิสระของแบงก์ชาติ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมืองในเรื่องทุนสำรอง

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้

  • ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องสถานะการคลัง: ประชาชนอาจเข้าใจผิดว่ารัฐบาลมี “กำไรจากทองคำ” และสามารถนำเงินก้อนนี้มาใช้จ่ายในโครงการสวัสดิการหรือแก้ปัญหาหนี้สินได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงเงินก้อนนี้มีไว้เพื่อ “ค้ำประกันค่าเงินบาท” และไม่สามารถนำออกมาใช้เป็นงบประมาณได้

  • บดบังความเป็นอิสระของสถาบันหลัก: การให้เครดิตฝ่ายการเมืองในงานด้านเทคนิคของธนาคารกลาง บั่นทอนความน่าเชื่อถือและความเป็นอิสระของ ธปท. ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

  • การปั่นกระแสทางการเมือง: ข้อมูลในลักษณะนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความนิยมให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยอ้างอิงจากตัวเลขจริงแต่บิดเบือนที่มา ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมบนฐานข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงข้อความของผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ที่พบว่าส่วนใหญ่เชื่อว่าโพสต์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • แยก “ช่วงเวลา” ออกจาก “อำนาจตัดสินใจ”: แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่ต้องเช็กว่าหน่วยงานใดเป็นเจ้าของเรื่อง (เช่น เรื่องเงินสำรองต้องเป็น ธปท. ไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาล)

  • ใช้เครื่องมือช่วยเช็กภาพ : หากเห็นภาพนักการเมืองคู่กับข้อความโควทคำพูด ให้ใช้ Google Lens ค้นหาที่มาของภาพ หรือ ตรวจสอบด้วยคำสำคัญ เพื่อดูว่าเป็นการนำภาพเก่ามาสวมรอยเขียนข้อความใหม่หรือไม่ หรือข่าวนั้นเคยถูกตรวจสอบมาก่อนหรือไม่

  • สังเกตชื่อเพจและแหล่งที่มา: หากข้อมูลมาจากเพจที่มีทัศนคติทางการเมืองชัดเจน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจมีการเลือกนำเสนอข้อมูลเฉพาะส่วนที่เอื้อต่อฝ่ายตน

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน