เตือนภัย ! มิจฯ ลวงทำงาน “ออสเตรเลีย” อ้างรายได้ 120,000 บาท ที่แท้งานทิพย์ หลอกเงินมัดจำ

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก: Facebook
เฟซบุ๊กผู้ใช้ สุภาพร วิเชียรทองกุลโพสต์สมัครงานหาคนทำงานที่ออสเตรเลีย
Thai PBS Verify พบผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ สุภาพร วิเชียรทองกุล โพสต์ภาพพร้อมข้อความประชาสัมพันธ์รับสมัครคนไปทำงานที่ออสเตรเลีย ระบุว่า
“มั่นใจได้ ถูกต้องตามกฏหมาย100% (มีงานจริง/ตลอดทั้งปี) งานสวนเก็บผลไม้ลูกพีช ในออสเตรเลีย รับเพิ่ม จำนวนจำกัด รายได้หลักแสนต่อเดือน ถูกกฎหมาย มีบริษัทดูแลสนใจทักแชท ปรึกษาฟรี #ด่วน ๆ แอดไลน์ติดต่องาน :work9100” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 12 ครั้ง
ใช้ภาพจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือ Google Lens พบว่าภาพที่โพสต์ในเฟซบุ๊กไปตรงกับ ภาพใน Pinterest โดยแคปชันในภาพระบุว่า
“Peach Tree Farms is one farm near Stratford, Okla., to buy your peaches from in the Peach Capital of the Oklahoma.”
แปลเป็นภาษาไทยว่า
“Peach Tree Farms เป็นหนึ่งในฟาร์มใกล้เมืองสแตรทฟอร์ด รัฐโอคลาโฮมา ที่คุณสามารถซื้อพีชได้ ในเมืองที่ถูกขนานนามว่า เมืองหลวงแห่งพีชของรัฐโอคลาโฮมา”
จุดสังเกตคือ ภาพดังกล่าวระบุว่า อยู่ในรัฐโอคลาโฮมา อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ได้อยู่ในประเทศออสเตรเลียแต่อย่างใด
ภาพเปรียบเทียบจากเพจปลอม (ซ้าย) และภาพจากข่าว (ขวา)
นอกจากนี้เรายังพบภาพอื่น ๆ จากโพสต์ดังกล่าว ไปตรงกับข่าว Five state coalition demands USDA AEWR transparency ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2025 และข่าว Irrigation technology vital to California peach growers อีกด้วย
ภาพเปรียบเทียบจากเพจปลอม (ซ้าย) และภาพจากข่าว (ขวา)
ภาพเปรียบเทียบจากเพจปลอม (ซ้าย) และภาพจากข่าว (ขวา)
โพสต์รับสมัครปลอมหรือไม่?
Thai PBS Verify ได้ลองติดต่อผ่านช่องทาง LINE ที่เพจดังกล่าวระบุว่าเป็นช่องทางติดต่อ พบว่าเมื่อแอดไลน์ไป ปรากฏชื่อว่า “ฝ่ายบริการ บริษัท เอสซี โกลบอล ฟะซิลิเทชั่น จำกัด (SC GLOBAL Faciltation.co LTD)








แต่เมื่อนำชื่อบริษัทที่มีการแอบอ้างไปค้นหาในเว็บไซต์ของ กรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กลับไม่พบชื่อบริษัทดังกล่าวในเว็บไซต์กรมการจัดหางาน
ภาพจากการค้นหาชื่อบริษัท เอสซี โกลบอล ฟะซิลิเทชั่น จำกัด ในเว็บไซต์กรมการจัดหางาน
ภาพจากการค้นหาชื่อบริษัท เอสซี โกลบอล ฟะซิลิเทชั่น จำกัด ในเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ช่องทางถูกกฎหมายในการไปทำงานต่างประเทศเป็นอย่างไร ?
นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การไปทำงานในต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมายมีอยู่ 5 วิธี แต่วิธีที่เกี่ยวข้องกับคนที่ประสงค์จะไปทำงานแบบยังไม่มีการจ้างงานในประเทศมีอยู่ 3 วิธี คือ
- กรมการจัดหางานเป็นผู้ส่ง หมายความว่าทางกรมแรงงานทำข้อตกลงกันเอาไว้ระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่ประสงค์จะรับคนไทยไปทำงานในลักษณะรัฐต่อรัฐ หรือ G2G เช่น ประเทศอิสราเอล และประเทศเกาหลี ซึ่งกระบวนการคัดเลือกก่อนส่งไปทำงาน กรมการจัดหางานได้รับมอบอำนาจมาจากกลุ่มการจ้างของประเทศเหล่านั้นนะครับ
- กรมการจัดหางานพยายามเปิดหาตลาดแรงงานใหม่ ๆ ให้กับผู้ที่ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศ ตามนโยบายของคุณตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
- เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถส่งคนไปทำงานในต่างประเทศได้ด้วย แต่ต้องเป็นเอกชนที่จดทะเบียนบริษัทถูกต้องและขอรับอนุญาตจัดส่งแรงงานกับกรมการจัดหางาน มีการวางหลักประกัน และกำหนดเงื่อนไขตามที่กรมฯ ระบุ รวมทั้งกระบวนการจัดส่งทั้งหมดต้องเป็นไปตามขั้นตอน ตั้งแต่การได้รับตำแหน่งงาน การขออนุญาตจัดส่ง และการประกาศรับสมัครทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ คนไทยยังสามารถติดต่อนายจ้างต่างประเทศโดยตรง และตกลงว่าจ้างกันได้ โดยต้องไม่มีการเสียค่านายหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น
คุณสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
การจัดทำสัญญาระหว่างกัน ต้องส่งให้สำนักงานแรงงานไทยหรือสถานทูตไทยในประเทศนั้นตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อป้องกันการเสียเปรียบหรือขัดกฎหมายของประเทศปลายทาง เมื่อสถานทูตหรือสำนักงานแรงงานไทยตรวจสอบแล้ว จะประทับรับรองความถูกต้องเพื่อใช้เป็นสัญญาว่าจ้าง และนำไปสู่การทำวีซ่าเพื่อเข้าประเทศไปทำงานต่อไป ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการยื่นเอกสารต่อกรมการจัดหางานเพื่อขออนุญาตเดินทางออกไปทำงาน
“การหลอกชวนไปทำงานต่างประเทศ ส่วนใหญ่มักเป็นการชักชวนแบบสื่อสารระหว่างบุคคลต่อบุคคล แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้สื่อออนไลน์ เช่น Facebook หรือ TikTok ซึ่งเข้าถึงง่ายและเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพโน้มน้าวให้คนไปทำงานแบบไม่ถูกต้อง โดยหวังผลประโยชน์จากการรับเงินแล้วไม่จัดส่งไปทำงาน ดังนั้นหากได้รับข้อมูลจากบุคคลหรือสื่อโซเชียล ขอให้ตรวจสอบก่อน” คุณสนธยา กล่าว
ทางกรมการจัดหางานมีกระบวนการตรวจสอบว่า หากบริษัทจัดส่งแรงงานจดทะเบียนและได้รับอนุญาตถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน หรือหากอยู่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงสำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ 10 เขตพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำ และตรวจสอบข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อความในสื่อโซเชียลฯ หรือบุคคลที่มาชักชวนไปทำงานต่างประเทศ ว่าเป็นผู้ที่จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นการลงโฆษณาที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
นอกจากนี้ ส่วนกลางยังมีกองบริหารแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศที่ช่วยตอบข้อมูลอย่างถูกต้อง รวมถึงสายด่วนกรมการจัดหางานที่สามารถโทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง
“ผู้ที่ต้องการจัดส่งคนไปทำงานต่างประเทศ ต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทและขอรับใบอนุญาตจัดส่งแรงงานต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น การวางหลักประกันไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท เพื่อป้องกันความเสียหายกรณีบริษัทไม่สามารถนำแรงงานไปทำงานได้ตามกำหนด เงินส่วนนี้ต้องนำไปชดใช้ให้ผู้ได้รับความเสียหาย
ส่วนถ้าเป็นบุคคล เช่น นาย ก หรือ นาย ข ที่อ้างว่าสามารถส่งไปประเทศต่าง ๆ ได้ ไม่ต้องคิดอะไรเลยครับ ถือว่าผิดกฎหมาย ไม่ต้องเชื่อข้อมูลนั้นเลย” คุณสนธยา กล่าว
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ : เมื่อนำภาพในโพสต์ไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens ไปตรงกับข่าวภาพใน Pinterest,Five state coalition demands USDA AEWR transparency และ Irrigation technology vital to California peach growers
- ตรวจสอบจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ และเว็บไซต์กรมจัดหางาน : เมื่อนำชื่อบริษัท ไปค้นหาในเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ และเว็บไซต์กรมการจัดหางาน ไม่พบชื่อบริษัทในเว็บไซต์ทั้ง 2 เว็บ
- ตรวจสอบแหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์ คุณสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า บริษัทที่รับคนไปทำงานต่างประเทศต้องมีชื่อในเว็บไซต์กรมจัดหางาน ต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทและขอรับใบอนุญาตจัดส่งแรงงานต่างประเทศเท่านั้น
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- การสูญเสียทรัพย์สิน: ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือการถูกหลอกให้โอนเงิน “ค่าดำเนินการ” “ค่าทำวีซ่า” หรือ “ค่าตั๋วเครื่องบิน” ซึ่งมักเป็นเงินก้อนสุดท้ายหรือเงินที่มาจากการกู้หนี้ยืมสิน
- การถูกลอยแพหรือค้ามนุษย์: หากหลงเชื่อจนเดินทางไปจริง ผู้สมัครอาจถูกทิ้งไว้ที่สนามบิน หรือร้ายแรงกว่านั้นคือถูกบังคับใช้แรงงานในสภาพที่ผิดกฎหมาย (Modern Slavery) เนื่องจากไม่มีวีซ่าทำงานที่ถูกต้อง
- การแพร่กระจายของอาชญากรรมไซเบอร์: เพจปลอมเหล่านี้มักนำข้อมูลส่วนบุคคล (ชื่อ, เบอร์โทร, เลขบัตรประชาชน) ไปใช้ในการฉ้อโกงรูปแบบอื่นหรือขายต่อให้แก๊งคอลเซนเตอร์
- บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบ: ข้อมูลเท็จทำให้ประชาชนแยกไม่ออกระหว่าง “บริษัทจัดหางานที่ถูกกฎหมาย” กับ “มิจฉาชีพ” ทำให้คนที่มีโอกาสไปทำงานจริง ๆ เกิดความกลัวและเสียโอกาส
- ภาพลักษณ์แรงงานไทย: หากมีแรงงานหลงเชื่อและลักลอบเข้าไปทำงานผิดกฎหมาย (ผีน้อย) จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศปลายทาง (ออสเตรเลีย) ทำให้การขอวีซ่าสำหรับคนไทยคนอื่น ๆ ทำได้ยากขึ้น
- ภาระของหน่วยงานภาครัฐ: สถานทูตและกรมการจัดหางานต้องใช้ทรัพยากรและงบประมาณจำนวนมากในการติดตามช่วยเหลือและส่งตัวแรงงานกลับประเทศ
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบความสมเหตุสมผล: งานเกษตรในยุโรป มักมีข้อกำหนดเรื่องทักษะภาษา อายุ หรือโควตาที่จำกัด หากโพสต์ไหนอ้างว่า “รายได้สูงหลักแสน/เดือน” “ไม่จำกัดวุฒิ” “ไม่ต้องใช้ผลภาษา” หรือ “กู้ค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด” ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม
- เช็กรายชื่อบริษัทจัดหางาน: ตรวจสอบว่าบริษัทที่อ้างนั้นได้รับอนุญาตจากกรมจัดหางานจริงหรือไม่ ผ่านทางเว็บไซต์ doe.go.th/ipd
3. โทรสอบถามโดยตรง: ติดต่อสายด่วนกรมจัดหางาน 1506 กด 2 หรือ 1694 เพื่อยืนยันว่ามีการรับสมัครงานในตำแหน่งและประเทศนั้น ๆ จริงหรือไม่
4. ห้ามโอนเงิน: ไม่ว่าจะเป็นค่ามัดจำ ค่าทำประวัติ หรือค่าดำเนินการใด ๆ หากบริษัทยังไม่มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องต่อหน้าเจ้าหน้าที่แรงงาน - ห้ามส่งเอกสารสำคัญ: เช่น ภาพถ่ายบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต ผ่านทางแชท Messenger หรือ LINE เพราะอาจถูกนำไปสวมสิทธิ์ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย









