Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS
Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS

ศรัทธา เงินวัด ใครตรวจสอบ

หน้ารายการ
27 ก.ย. 69

ทุกครั้งที่เราหย่อนเงินลงตู้บริจาค โอนผ่านคิวอาร์โค้ด หรือเช่าวัตถุมงคล สิ่งที่มอบให้ไม่ได้มีแค่เงิน แต่คือ "ศรัทธา" ว่าเงินจะถูกใช้เพื่อพระศาสนา ดูแลวัด การศึกษา หรือช่วยเหลือผู้ยากไร้ แต่เมื่อศรัทธาถูกแปรเปลี่ยนเป็นเงินจำนวนมหาศาล แล้วเงินเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหน ใครรับเงิน ใครถือบัญชี ใครมีอำนาจอนุมัติ และใครตรวจสอบ

เงินวัดกับผลประโยชน์รอบวัด: วัตถุมงคล และธุรกิจศรัทธา

เงินที่เกี่ยวข้องกับวัดไม่ได้มีแค่เงินสดในตู้บริจาค วัดที่มีชื่อเสียงสามารถนำชื่อวัดไปสร้างวัตถุมงคลได้ ทำให้เกิดเงินก้อนใหญ่และกลุ่มผลประโยชน์ที่เข้ามาเกาะวัด วัดดังบางแห่งยังมีการใบ้หวย ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ และแย่งพื้นที่ตั้งแผงค้าขาย ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล

เมื่อวัตถุมงคลเข้าสู่ระบบซื้อขาย เส้นแบ่งระหว่างศรัทธากับธุรกิจจึงทับซ้อนกัน ธุรกิจพระเครื่องในไทยมีมูลค่ามหาศาล และเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับศรัทธา

ศรัทธากับการตรวจสอบเงินวัด อยู่ด้วยกันได้

ศรัทธาต่อพระพุทธศาสนากับความไว้วางใจต่อบุคคลเป็นคนละเรื่องกัน ชาวบ้านบางคนยังไปทำบุญที่วัดตามปกติแม้เกิดข่าว เพราะแยกพฤติกรรมของบุคคลออกจากความศรัทธาต่อศาสนา ปัญหาเกิดเมื่อบุคคลคนนั้นเป็นผู้มีอำนาจบริหารเงินและทรัพย์สินของวัดด้วย การเรียกร้องให้ตรวจสอบจึงไม่ได้แปลว่าเลิกศรัทธา ประชาชนศรัทธาวัดและเรียกร้องความโปร่งใสของเงินวัดไปพร้อมกันได้

เงินวัด เงินพระ และเงินมูลนิธิ ต่างกันอย่างไร

  • เงินวัด วัดเป็นนิติบุคคล อยู่ภายใต้การกำกับของมหาเถรสมาคม และมีสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติดูแลข้อมูลทะเบียนทรัพย์สิน
  • เงินมูลนิธิ มูลนิธิเป็นนิติบุคคลอีกประเภท อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย
  • เงินถวายพระโดยตรง (ปัจจัยส่วนตัว) เป็นเงินที่ประชาชนถวายพระเป็นการส่วนตัว มีสถานะต่างจากเงินวัด

ด้าน รศ.ดร.ณดา จันทร์สม ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์แนะนำว่า ถ้าต้องการให้เงินเข้าวัดจริง ๆ ควรบริจาคผ่านระบบ e-Donation แต่ถ้าถวายเป็นปัจจัยให้พระใช้สอย ก็เป็นศรัทธาของแต่ละคน สิ่งสำคัญคือผู้บริจาคควรเข้าใจว่าเงินที่ให้เป็นเงินวัดหรือเงินพระ หากวัดจะทำกิจการศาสนาสงเคราะห์ ควรให้ประชาชนบริจาคผ่านมูลนิธิโดยตรง ไม่ใช่บริจาคที่วัดแล้วออกใบอนุโมทนา เพราะจะทำให้ข้อมูลการเงินปะปนกันและตรวจสอบยากขึ้น

พระธรรมวินัยกับเงินและอำนาจ

รายการย้อนไปดูพระธรรมวินัย ซึ่งเป็นระบบที่มีมาก่อนกฎหมายสมัยใหม่ ด้าน รศ. ดร.อำนาจ ยอดทอง อาจารย์ประจำหลักสูตรและจริยศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืย มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าพระพุทธเจ้าทรงเตือนนักบวชให้ระวังเรื่องผู้หญิงมาตั้งแต่แรกมีพระสงฆ์

วัดสมัยนี้ต่างจากอดีต มีอาคารใหญ่ โรงเรียน มูลนิธิ การก่อสร้าง วัตถุมงคล และเงินหมุนเวียนจำนวนมาก หากพระทุ่มเทกับงานบริหารจนงานเหล่านี้กลายเป็นหน้าที่หลัก การขัดเกลาตนเองก็จะลดลงหรือถูกละเลย ต่างจากพระเกจิอาจารย์รุ่นก่อนที่แม้ช่วยสร้างโรงเรียนหรือสาธารณประโยชน์ ก็ไม่ลืมหน้าที่หลักของพระสงฆ์

ตัวอย่างวัดบริหารเงินวัดโปร่งใส

ไปดูระบบของวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งวางระบบการบริหารอย่างรัดกุมดังนี้

  • ไม่ให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนเดียว พระในวัดหมุนเวียนหน้าที่ทุก 15 วัน เช่น ดูแลความสะอาด ดูแลโรงฉัน หรือออกบิณฑบาต เพื่อเรียนรู้งานและรับผิดชอบร่วมกัน
  • รายรับรายจ่ายมีหลักฐานทุกรายการ ผู้เบิก ผู้จ่าย และผู้ตรวจสอบไม่ควรเป็นคนเดียวกัน และต้องย้อนตรวจสอบได้
  • ดูบัญชีได้ทุกเดือน เจ้าอาวาสลงนามเบิกจ่ายเดือนละสองครั้ง และรู้ว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ ต้องหางบเพิ่มเท่าไหร่หากจะสร้างอาคาร

หลักธรรมาภิบาลวัด 3 ข้อ

  • การตัดสินใจเป็นหมู่คณะ ไม่ใช่เจ้าอาวาสคนเดียว
  • ระบบงานได้มาตรฐาน ทั้งบัญชี การเงิน และการตรวจสอบภายใน
  • การสอบทานจากภายนอก เปิดให้คนนอกมีส่วนร่วม

การเปิดให้ฆราวาสร่วมตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่าฆราวาสเข้าไปบริหารกิจการสงฆ์แทนพระ แต่หมายถึงให้ผู้มีความรู้ช่วยดูแลทรัพย์สินส่วนรวมของวัด เมื่อระบบการเงินชัดเจน ก็ช่วยให้บริหารด้านอื่นง่ายขึ้นด้วย เช่น ค่าแรง บุคลากร และการจัดซื้อจัดจ้าง

คุณสามารถติดตามชมรายการ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือดูย้อนหลัง ได้ที่ www.thaipbs.or.th/BigStoryThaiPBS

วิดีโอแนะนำ

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย