Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS
Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS

HIV 2026 หยุดความกลัว ด้วยความจริง

หน้ารายการ
13 ก.ย. 69

ตัวเลขผู้ติดเชื้อ HIV ในไทย เพิ่มขึ้นหรือไม่

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการอ่านตัวเลขสถิติ HIV สิ่งที่ดูเหมือนพุ่งขึ้นจริงๆ แล้วคือ จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่ยังมีชีวิตอยู่ กินยาต่อเนื่อง และมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 570,000 คน ไม่ใช่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่กำลังเพิ่มขึ้นแบบระบาด

สาเหตุที่ตัวเลขนี้สูงขึ้นเพราะยาต้านไวรัสในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงมาก คนที่ติดเชื้อจึงไม่เสียชีวิตเหมือนในอดีต แต่มีชีวิตยืนยาวต่อไปได้ การนำตัวเลขนี้ไปพูดในเชิงสร้างความตื่นตระหนกจึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่กลับตอกย้ำความกลัวที่ไม่ตรงกับความจริงทางการแพทย์

HIV ในอดีตของไทย จุดเริ่มต้นของความกลัวและการตีตรา

ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ HIV รายแรกในปี 2527 และจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงสุดในปี 2534 ราว 160,000 ราย ในอดีตสื่อและสังคมมักนำเสนอภาพความทรมานของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า HIV เท่ากับความตาย และผู้ติดเชื้อคือ "คนไม่ดี"

ผลจากความกลัวในยุคนั้นทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากถูกขับออกจากครอบครัวและชุมชน บางคนต้องไปอาศัยอยู่ตามวัดหรือสถานสงเคราะห์เพียงลำพังจนกว่าจะเสียชีวิต ภาพจำเหล่านี้ยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของคนไทยจำนวนไม่น้อยมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ข้อเท็จจริงทางการแพทย์จะเปลี่ยนไปแล้ว

กลุ่มเสี่ยง HIV ในปัจจุบันคือใคร

ปัจจุบันประเทศไทยสามารถยุติการแพร่เชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกได้สำเร็จแล้ว แต่กลุ่มเสี่ยงหลักได้เปลี่ยนไปเป็น เยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ผ่านทางเพศสัมพันธ์

ปัญหาสำคัญคือความกลัวการถูกตีตรายังทำให้เยาวชนกลุ่มนี้ไม่กล้าไปตรวจเลือด ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 50% กว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อระบบภูมิคุ้มกันเริ่มแสดงอาการผิดปกติแล้ว แม้แต่การไปตรวจเลือดก็ยังถูกมองในแง่ลบจากคนรอบข้าง ทั้งที่การตรวจเร็วและรักษาเร็วคือกุญแจสำคัญของการควบคุมเชื้อ HIV ให้ได้ผลดีที่สุด

จุดเปลี่ยนของการรักษา HIV จากโรคร้ายแรงสู่โรคเรื้อรังที่ควบคุมได้

ประเทศไทยเริ่มพลิกสถานการณ์การแพร่ระบาดด้วยโครงการถุงยางอนามัย 100% และจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2544 เมื่อองค์การเภสัชกรรมคิดค้นยาต้านไวรัสได้เอง ทำให้ราคายาลดลงอย่างมาก ก่อนจะถูกบรรจุเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) ในปี 2548 ทำให้คนไทยเข้าถึงการรักษาได้ฟรี

จากเดิมที่ผู้ป่วยต้องกินยาวันละหลายสิบเม็ดพร้อมผลข้างเคียงรุนแรง ปัจจุบันเหลือเพียงยาต้านไวรัสวันละ 1 เม็ด ที่มีประสิทธิภาพสูงและแทบไม่มีผลข้างเคียง โดยผู้ติดเชื้อที่เข้ากระบวนการรักษาเร็วและกินยาต่อเนื่อง จะมีอายุขัยเฉลี่ยเทียบเท่ากับคนทั่วไป และเปลี่ยนสถานะเป็นโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์

หลักการ U=U ตรวจไม่พบเชื้อ HIV เท่ากับไม่แพร่เชื้อ

หัวใจสำคัญของความรู้ทางการแพทย์ยุคใหม่คือหลักการ U=U (Undetectable = Untransmittable) หากผู้ติดเชื้อกินยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องจนตรวจไม่พบไวรัสในเลือด จะไม่สามารถส่งต่อเชื้อให้ผู้อื่นผ่านทางเพศสัมพันธ์

ข้อมูลในรายการระบุว่า ผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระบบการรักษาและกินยาต่อเนื่องมีมากถึงประมาณ 98% ที่สามารถกดปริมาณไวรัสจนตรวจไม่พบ

ยาฉีดป้องกัน HIV ก้าวต่อไปของการรักษาที่ไม่ต้องกินยาทุกวัน

นวัตกรรมล่าสุดของการรักษาและป้องกัน HIV คือการพัฒนาจากยากินทุกวันมาเป็นการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อสะโพกทุก 2 เดือน และยาฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพียงปีละ 2 ครั้ง หรือทุก 6 เดือนเท่านั้น นวัตกรรมนี้ช่วยแก้ปัญหาสำคัญของการรักษา HIV คือการลืมกินยา

คุณสามารถติดตามชมรายการ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือดูย้อนหลัง ได้ที่ www.thaipbs.or.th/BigStoryThaiPBS

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิดีโอแนะนำ

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย