โพสต์อ้างเรือขนน้ำมันไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ พบเป็นคลิปเก่าเหตุเรือชนกัน

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Facebook
ภาพคลิปวิดีโอ จากเพจเฟซบุ๊ก Irani Military เป็นภาพเรือขนน้ำมันโดนระเบิด ระบุว่า “Yet another foreign oil tanker attempting an unauthorized passage through the Strait of Hormuz has miraculously caught fire!”
Thai PBS Verify พบคลิปวิดีโอ จากเพจเฟซบุ๊ก Irani Military โพสต์วิดีโอเรือขนน้ำมันเกิดการระเบิด พร้อมข้อความระบุว่า
“Yet another foreign oil tanker attempting an unauthorized passage through the Strait of Hormuz has miraculously caught fire!”
แปลเป็นภาษาไทย โดยใช้ Google Translate ระุบว่า
“เรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติอีกลำที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาต เกิดไฟไหม้ขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 2,200 ครั้ง แและการแสดงความคิดเห็น 97 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า 201 ครั้ง
เรือบรรทุกน้ำมันไฟไหม้เพราะผ่านช่องแคบจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำภาพในคลิปไปตรวจสอบด้วย Google Lens พบว่าภาพดังกล่าวไปตรงกับข่าว A tanker belonging to Russia’s shadow fleet is on fire near the Strait of Hormuz ของสำนักข่าว En.USM.Media ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 68

เหตุการณ์ดังกล่าว สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำชนกันใกล้ชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 68 ได้แก่ เรือซูเปอร์แทงเกอร์ Front Eagle และ เรือ Adalynn ซึ่งถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “กองเรือเงา” ของรัสเซีย โดยแรงชนทำให้เกิดไฟไหม้บนเรือ Adalynn
เบื้องต้นบริษัทเจ้าของเรือ Front Eagle ระบุว่า เหตุการณ์เกิดจากปัญหาด้านการเดินเรือและไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในภูมิภาค ขณะที่ข้อมูลการติดตามเรือพบว่า Front Eagle กำลังขนส่งน้ำมันจากอิรักไปจีน ส่วน Adalynn อายุ 23 ปี เคยถูกขึ้นบัญชีดำจากยูเครน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันรัสเซียและมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงการติดตาม เช่น การปิดระบบระบุตำแหน่งเรือ (AIS)
อย่างไรก็ตาม องค์กร Greenpeace จัดให้เรือลำนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “Shadow Fleet” ที่ใช้ลำเลียงน้ำมันรัสเซียทั่วโลก และอาจสร้างความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล
ภาพเปรียบเทียบเหตุการณ์ในโพสต์ (ซ้าย) และภาพในข่าวสำนักข่าว En.USM.Media (ขวา)
ปัจจุบันสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นอย่างไร ?
หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 68 อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากใส่เป้าหมายของสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้สถานการณ์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกตึงเครียดอย่างหนัก
ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า เรือพาณิชย์อย่างน้อย 8 ลำถูกโจมตีหรือได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตบางส่วน ขณะเดียวกันอิหร่านประกาศเตือนว่า จะโจมตีเรือที่พยายามผ่านช่องแคบ ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องหยุดรอในทะเล และบริษัทขนส่งรายใหญ่หลายแห่งระงับการเดินเรือผ่านเส้นทางนี้ ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทำให้การขนส่งใช้เวลานานขึ้นประมาณ 10–14 วัน และเริ่มกระทบต่อการขนส่งสินค้าและพลังงานทั่วโลก
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ภาพเรือบรรทุกน้ำมันที่เกิดเพลิงไหม้อย่างหนักในคลิป ไม่ใช่ผลจากการโจมตีของอิหร่านในปัจจุบัน แต่เป็นภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุ เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำชนกัน บริเวณนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 68 โดยเป็นการชนกันระหว่างเรือซูเปอร์แทงเกอร์ Front Eagle และเรือ Adalynn (ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกองเรือเงา หรือ Shadow Fleet ของรัสเซีย) เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุทางเดินเรือ ไม่เกี่ยวกับการสู้รบตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ขณะที่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. 69 อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนจำนวนมาก ส่งผลให้ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มสูง และมีเรือพาณิชย์หลายลำถูกโจมตี สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องหยุดรอ และบริษัทขนส่งหลายแห่งระงับการเดินเรือผ่านพื้นที่ กระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
กระบวนการตรวจสอบ
ตรวจสอบด้วย Google Lens : นำภาพในคลิปตรวจสอบด้วย Google Lens พบว่าไปตรงกับข่าว A tanker belonging to Russia’s shadow fleet is on fire near the Strait of Hormuz ของสำนักข่าว En.USM.Media ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 68
- สร้างความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์จริง ทำให้ผู้คนเชื่อว่ามีเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งที่ความจริงเป็นอุบัติเหตุเรือชนกัน
- กระตุ้นความตื่นตระหนกเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงาน เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
- บิดเบือนภาพสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้เข้าใจผิดว่าอิหร่านกำลังโจมตีเรือพาณิชย์โดยตรง
- ทำให้เกิดการแชร์ข้อมูลผิดซ้ำในโซเชียล ส่งผลให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและยากต่อการแก้ไข
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนแชร์: ว่าเป็นสื่อข่าวที่น่าเชื่อถือหรือมีการรายงานจากหลายแหล่งหรือไม่
- สังเกตบริบทของคลิปหรือภาพ: เช่น วันเวลา สถานที่ และเหตุการณ์ว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันจริงหรือเป็นคลิปเก่า
- ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสื่อหลักหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: เพื่อยืนยันความถูกต้องของเหตุการณ์









