เจาะพิรุธ ! คลิปเมืองติดธงกาตาร์ อ้างยิงจรวดเอาคืน แท้จริงเป็นเพียงคลิป AI

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook
โพสต์วิดีโอ ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69
Thai PBS Verify มีการพบโพสต์วิดีโอบนแพลตฟอร์ม Facebook ที่ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้ Chayut Sumamarn เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 ที่ปรากฏภาพของ เมืองใดสักเมือง ที่มีการแขวนธงคล้ายประเทศกาตาร์อยู่บนตึก พร้อมเขียนแคปชันสั้น ๆ ระบุว่า
รวมถึงมีการแนบแคปชันภาษาอินโดนีเซียเอาไว้ภายในวิดีโอว่า
Semoga cepat kembali aman
ที่เมื่อมีการแปลด้วย Google Translate จะได้ใจความว่า
หวังว่าคุณจะกลับมาอย่างปลอดภัยในเร็ววัน
โดยโพสต์ดังกล่าว สามารถทำยอดเข้าชมได้กว่า 820,000 ครั้ง การตอบโต้กว่า 16,000 ครั้ง การแสดงความเห็นอีก 266 ครั้ง และการแชร์ต่อ 493 ครั้ง ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ไปในทิศทางเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง แต่ก็มีบางส่วน ที่พยายามจับผิดวิดีโอดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน
คลิปการยิงจรวดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพและวิดีโอ AI จาก Hive Moderation ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า คลิปดังกล่าวมีความเป็นไปได้ที่จะเป็น AI ถึง 99.6%
ผลจากการตรวจสอบวิดีโอโดย Hive Moderation: AI Detector พบว่ามีความเป็นไปได้ 99.6%
นอกจากนี้เมื่อมีการสังเกตรายละเอียดภายในคลิปวิดีโอ เราพบกับความผิดปกติของคลิปวิดีโอ เช่น การจราจรที่ด้านล่างขวาของวิดีโอ ที่มีการขับเคลื่อนแบบสะเปะสะปะ มีบางคันที่มีการเดินหน้าและถอยหลังในแบบที่ผิดวิสัยเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป
ภาพชี้จุดผิดปกติที่พบภายในวิดีโอ เช่น การจราจรที่วิ่งแบบผิดปกติ (วงกลม) และแสงไฟจากจรวดที่สว่างผิดปกติ (กรอบสี่เหลี่ยม)
นอกจากนี้เมื่อสังเกตบริเวณที่มีจรวดพุ่งขึ้น พบว่ามีแสงไฟมากกว่าปกติ เทียบกับการยิงขีปนาวุธเป็นหมู่ในคลิปวิดีโอของจริงในสมรภูมิต่าง ๆ จะพบว่าแสงไฟจะไล่ตามหลังจรวดไปแบบติด ๆ และค่อย ๆ มืดลงหลังจรวดพุ่งห่างจากจุดที่ยิง
ภาพการยิงจรวดในเวลากลางคืน แสดงให้เห็นแสงจากจรวด จะส่องแค่บริเวณที่บินผ่าน ไม่สว่างแช่อยู่กับที่เหมือนในคลิป AI
นอกจากนี้ เมื่อใช้ Google Lens เพื่อหาต้นตอของคลิปดังกล่าว เราพบคลิปเดียวกับบนแพลตฟอร์ม TikTok โดยผู้ใช้ชื่อ Mohsin.rajpoot18 ที่ได้ถูกเผยแพร่เอาไว้เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 69 ซึ่งในคลิปดังกล่าวระบุเอาไว้ชัดเจนใต้คลิปว่า เป็น Contain AI-Generated Media หรือสื่อที่ถูกสร้างจาก AI
คลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่โดย mohsin.rajpoot18 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 69 ที่มีการระบุชัดเจนว่าเป็น AI-Generated Media
สถานการณ์จริงในโดฮา เป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ได้ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมือง โดฮา ประเทศกาตาร์ จนได้มีการพบข่าวที่ได้มีการเผยแพร่โดยสำนัก Doha News ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 69 ที่สามารถสรุปใจความได้ดังนี้
เนื่องจากความรุนแรงและการโจมตีจากหลายทิศทาง ทำให้มีขีปนาวุธสองลูกเข้าโจมตี ฐานทัพอากาศ Al-Udeid และโดรนอีก 1 ลำโจมตีฐานเรดาร์ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
โดยนายอิบราฮิม อัล-ฮาชมี ผอ.ฝ่ายสื่อสารมวลชน กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเน้นถึงจุดยืนของกาตาร์ โดยมีการประณามอิหร่านว่า “ทำการละเมิดอธิปไตยของชาติอย่างโจ่งแจ้ง สะท้อนให้เห็นการขาดเจตนารมณ์ และบ่อนทำลายรากฐานความเข้าใจ ที่สองประเทศร่วมสร้างขึ้นมา”
ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการกาตาร์ ได้ประกาศให้ใช้การเรียนการสอนแบบทางไกลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม รวมถึงประกาศให้พนักงานในทุกกระทรวง และสถาบันต่าง ๆ ควรมีการทำงานจากระยะไกล ทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชนเช่นกัน
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา Thai PBS News ได้มีการรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในกาตาร์ด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า
วันที่ 4 มี.ค. 69 สื่อทางการกาตาร์ระบุว่า จากการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 กลุ่ม ซึ่งเชื่อว่ากำลังก่อเหตุในกาตาร์ ในนามของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) จำนวน 7 คน จากทั้งหมด 10 คน มีหน้าที่สอดแนม และเก็บข้อมูลสถานที่ทางการทหาร ที่เหลือ 3 คนจะเป็นผู้ก่อเหตุ โดยได้รับการฝึกฝนในการใช้โดรนโจมตี
นอกจากนี้ทางสื่อของกาตาร์ยังได้มีการระบุด้วยว่า ตรวจพบของกลางเป็นอุปกรณ์สื่อสาร ข้อมูลที่ตั้งของสถานที่สำคัญ และอุปกรณ์ ซึ่งผู้ต้องสงสัยยอมรับสารภาพว่า มีความเกี่ยวข้องกับ IRGC และได้รับคำสั่งสอดแนมและโจมตีในกาตาร์ รวมถึงทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ยังระบุว่า เป้าหมายของอิหร่านในขณะนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายทางการทหาร แต่ครอบคลุมทั้งดินแดนกาตาร์

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ภาพการยิงจรวดสวนกันอย่างหนาแน่นที่ปรากฏในคลิป ไม่ใช่เหตุการณ์จริง แต่เป็นสื่อที่ถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Generated Media) เพื่อสร้างสถานการณ์จำลองที่ดูสมจริงเกินกว่าความเป็นจริงในสมรภูมิ
ขณะที่ สถานการณ์จริงในโดฮา ประเทศกาตาร์ (ข้อมูล ณ ต้นเดือนมีนาคม 2569) แม้จะมีความตึงเครียดจากการที่ขีปนาวุธ 2 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศ Al-Udeid และโดรนโจมตีฐานเรดาร์จริง แต่ภาพรวมไม่ได้มีการยิงจรวดถล่มกันกลางเมืองอย่างหนาแน่นเหมือนในคลิปดังกล่าว
กระบวนการตรวจสอบ
-
การตรวจจับด้วยระบบ AI: เมื่อนำวิดีโอเข้าเครื่องมือ Hive Moderation (AI Detector) ผลยืนยันชัดเจนว่าวิดีโอนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็น AI ถึง 99.6%
-
จุดพิรุธทางกายภาพ:
-
การจราจร: รถยนต์ด้านล่างขวาของวิดีโอเคลื่อนที่แบบสะเปะสะปะ เดินหน้าและถอยหลังผิดปกติ ซึ่งเป็นจุดบกพร่องทั่วไปของการเจนภาพวิดีโอด้วย AI
-
แสงเงา: แสงไฟจากการยิงจรวดสว่างค้างแช่อยู่กับที่และสว่างเกินจริง ซึ่งต่างจากการยิงขีปนาวุธจริงที่แสงจะไล่ตามท้ายจรวดและมืดลงตามระยะห่าง
-
-
การสืบหาต้นตอ (Reverse Video Search): ตรวจสอบพบต้นฉบับบน TikTok ของผู้ใช้ Mohsin.rajpoot18 ซึ่งมีการระบุอย่างชัดเจนใต้คลิปว่าเป็น “AI-Generated Media” แต่เมื่อถูกแชร์ต่อในแพลตฟอร์มอื่น ข้อความแจ้งเตือนนี้กลับถูกตัดออกไป
ผลกระทบจากข้อมูลเท็จนี้
-
ความตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ: ยอดการแชร์เกือบ 500 ครั้ง และยอดวิวเกือบ 1 ล้านครั้ง ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวต่อสถานการณ์โลก และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
-
การบิดเบือนสถานการณ์จริง: การนำคลิป AI มาเผยแพร่ทำให้ความสำคัญของ “ข้อเท็จจริง” ในสนามรบถูกลดทอนลง และทำให้ผู้รับสารสับสนว่าข่าวไหนคือเรื่องจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
-
สังเกตรายละเอียดปลีกย่อย: AI ในปัจจุบันยังไม่สามารถสร้างการเคลื่อนที่ของสิ่งของเล็ก ๆ เช่น รถยนต์ หรือผู้คน ได้อย่างสมบูรณ์ หากเห็นการเคลื่อนไหวที่ผิดวิสัยมนุษย์ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็น AI
-
เช็กป้ายกำกับสื่อ: แพลตฟอร์มอย่าง TikTok หรือ Facebook เริ่มมีการใส่ป้ายกำกับ “AI-Generated” หากพบเห็นสื่อที่มีภาพรุนแรงเกินจริง ควรตรวจสอบคำอธิบายใต้โพสต์อย่างละเอียด
-
เปรียบเทียบจากสำนักข่าวหลัก: หากเกิดการยิงจรวดถล่มเมืองขนานใหญ่ขนาดนั้น จะต้องมีการรายงานข่าวด่วน จากสำนักข่าวระดับโลกทันที หากมีแค่ในโพสต์ส่วนตัว มีโอกาสสูงที่จะเป็นข่าวปลอม
-
อย่าเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่: “คิดก่อนคลิก เช็กก่อนแชร์” หากไม่มั่นใจในแหล่งที่มา การหยุดแชร์คือการตัดวงจรสงครามข่าวสารที่ดีที่สุด









