โพสต์อ้าง “อิหร่านยิงขีปนาวุธช็อกโลก” แท้จริงเป็นเหตุโกดังเคมีระเบิดในจีนปี 58

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Threads
คลิป Reels จาก Instragram ที่ถูกแชร์ต่อโดย Sinharigendrakumar เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 69
Thai PBS Verify พบโพสต์วิดีโอบนแพลตฟอร์ม Threads ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 โดยผู้ใช้ Sinhamrigendrakumar ซึ่งได้แชร์คลิปจากบัญชีอินสตาร์แกรมชื่อ Global__Mirror ที่ได้มีการเผยแพร่เอาไว้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 โดยมีการลงแคปชันเอาไว้ว่า
BREAKING: Reports claim one of the largest missiles in the ongoing conflict has been launched, sending shockwaves across the region.
Explosive visuals circulating online appear to show massive strike lighting up the night sky as tensions continue to escalate.
Authorities have not yet released full official details as the situation develops rapidly.
ซึ่งเมื่อนำไปแปลด้วย Google Translate จะสามารถแปลได้ว่า
ด่วน! รายงานระบุว่ามีการยิงขีปนาวุธขนาดใหญ่ที่สุดลูกหนึ่งในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาค
ภาพที่เผยแพร่ทางออนไลน์แสดงให้เห็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่ส่องสว่างท้องฟ้ายามค่ำคืน ขณะที่ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น
ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการทั้งหมด เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยคลิปดังกล่าว สามารถเรียกยอดการกดไลก์ไปแล้ว 7,022 ครั้ง และการแสดงความเห็นอีก 111 ครั้ง โดยมีความเห็นส่วนใหญ่ไปในทางที่คิดว่า คลิปดังกล่าว เป็นการโจมตีจากฝ่ายอิหร่านจริง
คลิปเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำวิดีโอดังกล่าวเข้าตรวจสอบด้วย Google Lens ผลการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่การโจมตีจากขีปนาวุธของอิหร่าน แต่เป็นเหตุการณ์การระเบิดครั้งใหญ่ ภายในโกดังสินค้าของท่าเรือเทียนจิน ทางตอนเหนือของประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2558
ภาพจาก Instagram ของ Global_Mirror เมื่อมีการตรวจสอบด้วย Google Lens พบว่าตรงกับเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือเทียนจิน
ซึ่งเมื่อมีการเปรียบเทียบกับภาพที่ถูกใช้ในการอ้างบน Instagram กับคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่เอาไว้เมื่อ 15 ธันวาคม 2561 จะพบว่า เหตุการณ์การระเบิดที่ท่าเรือเทียนจิน นั้น คือเหตุการณ์เดียวกัน
ภาพบันทึกหน้าจอแสดงคลิป YouTube: เหตุระเบิดท่าเรือเทียนจิน (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพจาก IG:Global__Mirror (ขวา)
สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ไหน ?
นอกจากนี้ Thai PBS Verify ยังตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวด้วยเว็บไซต์ Google Earth เพื่อเปรียบเทียบโกดังของท่าเรือเทียนจินจริง ทั้งก่อนเกิดเหตุระเบิด (7 พ.ค. 58) และหลังเหตุระเบิด (22 ส.ค. 58) กับคลิปวิดีโอเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว ที่ถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม YouTube ซึ่งพบรายละเอียดดังนี้
ภาพบันทึกหน้าจอแสดงภาพจาก YouTube (กลาง) แผนที่ Google Earth ช่วงก่อน (ซ้าย) และหลังจากที่โดนระเบิด (ขวา)
วงกลมเล็ก ๆ ที่มีการวงเอาไว้ คือพื้นที่ของเนิร์สเซอรี และโรงเรียนประถมเทียนจิน และวงกลมขนาดกลางคือ ชุมชนพื้นที่พักอาศัยเหลียนฟา ซึ่งในเวลานั้นกำลังถูกก่อสร้าง และวงกลมใหญ่สุดในภาพทางขวา คือจุดที่เกิดระเบิด ภายในโกดังท่าเรือดังกล่าว
ทำให้แน่ใจได้ว่าสถานที่ในคลิปวิดีโอ คือโกดังท่าเรือ ในเมืองเทียนจินจริง ๆ ไม่ใช่เมืองในตะวันออกกลาง ตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด
แผนที่จุดเกิดเหตุระเบิดในเทียนจิน
เกิดอะไรขึ้นในเหตุระเบิดเทียนจิน ?
Thai PBS Verify ได้ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิด ณ ท่าเรือเทียนจีน จนพบข่าวที่ถูกเผยแพร่โดย Thai PBS วันใหม่ ในวันที่ 13 สิงหาคม 2558 เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีใจความว่า
วันที่ 13 สิงหาคม 2558 สำนักข่าว ซินหัว ของจีนรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่โกดังเก็บวัตถุระเบิด ในเมืองท่าเทียนจิน (Tianjin) ทางตอนเหนือของจีน เมื่อเวลา 23:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะกำลังมีการขนถ่ายวัตถุระเบิด แรงสั่นสะเทือนจากระเบิดรู้สึกได้ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังกึกก้อง และเปลวไฟขนาดใหญ่ที่พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
ภาพข่าวจาก Thai PBS วันใหม่ เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 69
นอกจากนี้การระเบิดดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน และได้รับบาดเจ็บ 300-400 คน มีรายงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสูญหาย 2 นาย ศูนย์ตรวจสอบแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวของจีนรายงานว่า แรงสั่นสะเทือนจากระเบิดครั้งแรก เทียบเท่าอานุภาพของระเบิด TNT 3 ตัน ส่วนครั้งที่สองเกิดตามมา เทียบเท่ากับ TNT ถึง 21 ตัน
ทั้งนี้อุตสาหกรรมของจีนมักมีปัญหาในเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเจ้าของมักจะหลีกเลี่ยงกฎหมายข้อบังคับเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โดยจ่ายใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ โดยเมื่อเดือน กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา เกิดระเบิดที่โรงงานดอกไม้ไฟผิดกฎหมายในมณฑลเหอเป่ย (Hebei) ทางตอนเหนือ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 10 คน เมืองท่าเทียนจิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม และเมืองท่าสำคัญ อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 140 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีประชากรประมาณ 15 ล้านคน
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ภาพลูกไฟยักษ์ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนในคลิป ไม่ใช่การโจมตีด้วยขีปนาวุธในปัจจุบัน แต่เป็นเหตุการณ์ โกดังเก็บสารเคมีอันตรายระเบิด ณ ท่าเรือเทียนจิน ประเทศจีน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2558 เหตุการณ์ในครั้งนั้นรุนแรงจนเทียบเท่ากับอานุภาพของระเบิด TNT ถึง 21 ตัน และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในย่านอุตสาหกรรมปินไห่
กระบวนการตรวจสอบ
-
การสืบค้นภาพย้อนหลัง (Reverse Image Search): เมื่อนำวิดีโอจากบัญชี Global__Mirror เข้าตรวจสอบผ่าน Google Lens พบว่าภาพตรงกับเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือเทียนจิน ซึ่งถูกรายงานโดยสำนักข่าวระดับโลกและสำนักข่าวซินหัวมาตั้งแต่ปี 2558
-
การเปรียบเทียบพิกัดทางภูมิศาสตร์ (Geolocation): เราใช้ Google Earth ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุในคลิปเทียบกับท่าเรือเทียนจิน พบจุดสังเกตสำคัญคือ อาคารเนิร์สเซอรี, โรงเรียนประถมเทียนจิน และชุมชนที่อยู่อาศัยเหลียนฟา ซึ่งตั้งอยู่ในพิกัดเดียวกับที่ปรากฏในคลิปวิดีโอบน YouTube
-
การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม: ทีมงานเปรียบเทียบภาพก่อนเกิดเหตุ (7 พ.ค. 58) และหลังเกิดเหตุ (22 ส.ค. 58) พบร่องรอยความเสียหายมหาศาลที่สอดคล้องกับภาพในวิดีโอไวรัลทุกประการ
ผลกระทบจากข้อมูลเท็จนี้
- สร้างความตระหนกตกใจเกินกว่าเหตุ: ภาพการระเบิดขนาดใหญ่สร้างความกลัวให้กับผู้รับสารในวงกว้าง และอาจทำให้เกิดการคาดการณ์สถานการณ์สงครามที่เลวร้ายเกินจริง
- การบิดเบือนข้อเท็จจริงทางทหาร: การอ้างว่าเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งใหญ่ที่สุด ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของกองทัพและรัฐบาลประเทศที่ถูกกล่าวอ้าง รวมถึงสร้างความสับสนในความคืบหน้าของสถานการณ์สงครามจริง
- การเพิ่มความตึงเครียดระหว่างประเทศ: ข้อมูลเท็จในลักษณะนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) เพื่อปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังหรือสนับสนุนความรุนแรงในสังคมออนไลน์
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- สังเกตความผิดปกติของภาพและเสียง: ตรวจสอบว่าภาพในคลิปสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศหรือเทคโนโลยีอาวุธในปัจจุบันหรือไม่ (เช่น ในคลิปเทียนจินจะมีเสียงระเบิดที่เกิดจากเคมีภัณฑ์ซึ่งต่างจากเสียงขีปนาวุธ)
- ตรวจสอบวันที่และที่มาของคลิป: ข้อมูลเท็จมักนำคลิปเก่ามาใช้ใหม่ (Recycled Content) ให้ลองสังเกตคอมเมนต์ด้านล่าง ซึ่งมักจะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เคยเห็นคลิปนี้มาก่อนเข้ามาให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
- ใช้เครื่องมือ Search Engine ให้เป็นประโยชน์: นำภาพแคปเจอร์จากวิดีโอไปค้นหาใน Google Lens หรือระบบ Search โดยใช้คำสำคัญ เช่น “Massive Explosion Video” เพื่อดูว่าคลิปนี้เคยมีรายงานข่าวมาก่อนหรือไม่
- ติดตามข่าวจากสำนักข่าวระดับสากล: เหตุการณ์สำคัญระดับ “ขีปนาวุธลูกใหญ่ที่สุดในสงคราม” จะต้องมีสำนักข่าวหลักทั่วโลกรองรับ หากมีเพียงเพจโซเชียลมีเดียบางแห่งแชร์ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นข่าวปลอม
- แจ้งเตือนและรายงาน (Report): เมื่อพบเห็นโพสต์บิดเบือน ให้กดรายงานผ่านระบบของแพลตฟอร์มนั้นๆ และช่วยส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อระงับความเข้าใจผิด









