โพสต์อ้างภาพหลุมฝังศพที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ เป็นภาพสุสานผู้ป่วยโควิด-19 ในอินโดนีเซีย ตรวจสอบแล้วแท้จริงเป็นภาพที่สื่ออิหร่านเผยแพร่

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวจาก X
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพหลุมฝังศพมุมสูง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล–สหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และสื่อหลายสำนัก เช่น ข่าวสด และ Thai PBS ได้นำเสนอภาพดังกล่าว ระบุว่าเป็นหลุมฝังศพของนักเรียนหญิงโรงเรียนประถมศึกษาหญิงในเมืองมินาบ (Minab) ประเทศอิหร่าน ที่เสียชีวิตจากเหตุทิ้งระเบิดของของสหรัฐฯ-อิสราเอล เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69
โดย สถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ระบุว่า
นี่คือหลุมศพที่กำลังถูกขุดขึ้นสำหรับเด็กหญิงผู้บริสุทธิ์มากกว่า 160 คน ที่เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ-อิสราเอล ใส่โรงเรียนประถม ร่างกายของพวกเธอแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ
นี่คือภาพความจริงของ “การช่วยเหลือ” ที่นายทรัมป์เคยให้สัญญาไว้
จากกาซาจนถึงมินาบ ผู้บริสุทธิ์ถูกสังหารอย่างเลือดเย็น
และ Thai PBS ระบุว่า เปิดภาพหลุมฝังศพ นักเรียนหญิงชาวอิหร่าน ที่เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ-อิสราเอล
วันนี้ (3 มี.ค. 69) สำนักข่าว AP เผยแพร่ภาพถ่ายจากแผนกสื่อต่างประเทศของรัฐบาลอิหร่าน ที่ถ่ายขึ้นเมื่อวานนี้ เผยให้เห็นการจัดเตรียมหลุมฝังศพ สำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนประถมศึกษาหญิงในเมืองมินาบ (Minab) ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
รวมทั้ง ข่าวสด ได้รายงานอ้างอิงจากสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในประเทศไทย ได้โพสต์ภาพมุมสูง ระบุเป็นภาพหลุมเรียงราย
พบโพสต์อ้างว่าเป็นภาพหลุมฝังศพผู้ป่วยโควิด ที่อินโดนีเซีย
ต่อมามีผู้ใช้บัญชี X รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตจากโพสต์ข่าวของข่าวสด ใน X ว่า ภาพดังกล่าวแท้จริงแล้วเป็นภาพถ่ายทางอากาศซึ่งเป็นภาพสุสาน Rorotan Cemetery ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ถูกบันทึกไว้ในช่วงกลางปี 2021 เป็นช่วงที่อินโดนีเซียกำลังเผชิญการระบาดรุนแรงของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า
ผู้ใช้รายดังกล่าวระบุว่า ภาพนี้ถูกนำกลับมาเผยแพร่อีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็น “หลุมศพหมู่ของเด็กนักเรียนหญิงกว่า 160 คน ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโรงเรียนในเมือง Minab” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการนำภาพเก่ามาใช้ผิดบริบท และอาจเข้าข่ายการบิดเบือนข้อมูลหรือโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda)
โพสต์อ้างว่าเป็นภาพหลุมฝังศพผู้ป่วยโควิด ที่อินโดนีเซีย
ระบุว่า
ภาพนี้เป็นภาพถ่ายทางอากาศของสุสาน Rorotan Cemetery ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ถ่ายเมื่อช่วงกลางปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงพีคของการระบาดโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าในอินโดนีเซีย
สุสานแห่งนี้ถูกใช้ฝังศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวนมากแบบ mass graves เพราะจำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันสูงมาก จนสุสานปกติเต็ม
ภาพนี้เคยถูกเผยแพร่โดยเอเจนซี่ข่าวใหญ่ๆ เช่น AFP, Reuters, BBC, The Guardian ฯลฯ ในช่วงนั้น มีทั้งภาพขุดหลุมด้วยรถแบ็คโฮและภาพสุสานเรียงราย
แต่อิหร่านนำภาพนี้กลับมาใช้ใหม่อ้างว่าเป็น “หลุมศพหมู่ของเด็กนักเรียนหญิงกว่า 160 คน ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโรงเรียนใน Minab ซึ่งเป็นการนำภาพเก่ามาใช้หลอก เป็น propaganda ครับ
ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าว มียอดเข้าชม 20,900 ครั้ง และถูกรีโพสต์ 177 ครั้ง
เมื่อตรวจสอบแฟ้มภาพข่าวบนเว็บไซต์สื่อต่างประเทศ ได้แก่ AP, AFP และ Reuters พบว่ามีการเผยแพร่ภาพดังกล่าว พร้อมระบุว่าเป็นภาพหลุมฝังศพของเด็กจากเหตุโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลที่อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยสื่อทั้ง 3 แห่งระบุอ้างอิงแหล่งที่มาว่าเป็นภาพจากสื่อของประเทศอิหร่าน
(แฟ้มภาพของ AFP) ระบุว่า ภาพถ่ายมุมสูงที่เผยแพร่โดยศูนย์สื่อมวลชนอิหร่าน แสดงให้เห็นผู้ร่วมไว้อาลัยกำลังขุดหลุมฝังศพระหว่างพิธีศพของเด็ก ๆ ที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีซึ่งมีรายงานว่าเกิดขึ้นที่โรงเรียนประถมศึกษา ในอิหร่าน ที่เมือง Minab เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026

(แฟ้มภาพของ AP ระบุว่า) ภาพนี้เผยแพร่โดยฝ่ายสื่อต่างประเทศของรัฐบาลอิหร่าน และแจกจ่ายโดยเอพีโดยไม่มีการแก้ไข แสดงให้เห็นหลุมศพที่กำลังถูกเตรียมไว้สำหรับเหยื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก จากเหตุโจมตีที่เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่าเป็นการโจมตีร่วมกันระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่โรงเรียนประถมศึกษาหญิงแห่งหนึ่งในเมือง Minab ประเทศอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2026
รวมทั้ง Reuters ก็ระบุอ้างอิงว่าเป็นภาพจากสื่อของอิหร่าน เช่นกัน
ภาพหลุมฝังศพมุมสูงที่ถูกเผยแพร่จากเหตุการณ์ระหว่างอิสราเอล-สหรัฐ-อิหร่าน เป็นภาพที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียจริงหรือไม่
เมื่อตรวจสอบจากเว็บไซต์แฟ้มภาพของสื่อต่างประเทศทั้ง AFP และ Reuters เกี่ยวกับเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอินโดนีเซียเมื่อปี 2021 พบภาพหลุมฝังศพที่สุสาน Rorotan Cemetery กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบภายในภาพมีความแตกต่างจากภาพหลุมฝังศพที่ถูกอ้างว่าเกิดขึ้นในอิหร่าน
นอกจากนี้ เมื่อนำภาพที่สื่อต่างประเทศระบุว่าเป็นหลุมฝังศพในอิหร่านไปตรวจสอบย้อนหลังด้วย Google Lens ไม่ปรากฏผลการค้นหาว่าตรงกับเหตุการณ์ในอดีต ปี 2021 ที่อินโดนีเซีย และไม่พบภาพดังกล่าวในแฟ้มข่าวของสื่อต่างประเทศที่บ่งชี้ว่าเป็นภาพปี 2021 แต่อย่างใด
เมื่อนำภาพที่สื่อต่างประเทศระบุว่าเป็นหลุมฝังศพในอิหร่านไปตรวจสอบย้อนหลังด้วย Google Lens ไม่ปรากฏผลการค้นหาว่าตรงกับเหตุการณ์ในอดีต ปี 2021 ที่อินโดนีเซียและไม่พบภาพดังกล่าวในแฟ้มข่าวของสื่อต่างประเทศที่บ่งชี้ว่าเป็นภาพปี 2021 แต่อย่างใด
หากสังเกตรายละเอียดและเปรียบเทียบภาพที่อ้างว่าเกิดขึ้นในอิหร่าน กับภาพเหตุการณ์ในอินโดนีเซียช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะพบความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยภาพการฝังศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอินโดนีเซีย ผู้ปฏิบัติงานเคลื่อนย้ายและฝังศพสวมชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างครบถ้วน เนื่องจากเป็นการสัมผัสและเคลื่อนย้ายศพผู้ป่วยติดเชื้อ ขณะที่ภาพซึ่งอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ในอิหร่าน ไม่ปรากฏบุคคลใดสวมชุด PPE แต่อย่างใด
AFP ระบุภาพมุมสูงแสดงให้เห็นการเตรียมหลุมศพสำหรับผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่สุสาน Rorotan Cemetery ในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2021 (ภาพโดย BAY ISMOYO / AFP)
ภาพจาก AFP เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2021
ภาพบนคือการฝังศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอินโดนีเซีย ผู้ปฏิบัติงานเคลื่อนย้ายและฝังศพสวมชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างครบถ้วน เนื่องจากเป็นการสัมผัสและเคลื่อนย้ายศพผู้ป่วยติดเชื้อ ขณะที่ภาพล่างซึ่งอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ในอิหร่าน ไม่ปรากฏบุคคลใดสวมชุด PPE แต่อย่างใด
นอกจากนี้ องค์ประกอบอื่น ๆ ภายในภาพ เช่น ลักษณะถนนและมุมภาพแบบกว้าง ยังสะท้อนให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนว่าเป็นคนละสถานที่
(ภาพบน-ล่าง จาก AFP) องค์ประกอบภายในภาพ เช่น ลักษณะถนนและมุมภาพแบบกว้าง ยังสะท้อนให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนว่าเป็นคนละสถานที่
สรุปได้ว่า ภาพที่เผยแพร่ในช่วงความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพหลุมฝังศพเด็กนักเรียนนั้น ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอินโดนีเซียเมื่อปี 2021
ส่วนที่อ้างว่าภาพดังกล่าวเป็นหลุมฝังศพเด็กวัยประถมจากเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอิหร่านนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเป็นภาพจากเหตุการณ์จริงหรือไม่ โดยเบื้องต้นมีเพียงรายงานของสื่อต่างประเทศที่ระบุว่าเป็นภาพจากสื่อของอิหร่านเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังพบภาพอีกมุมหนึ่งซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวจากสื่อของอิหร่าน โดยจากการเผยแพร่ของ Reuters พบองค์ประกอบบางส่วน เช่น หลังคาอาคารสีฟ้าและลักษณะผนังอาคาร ที่มีความคล้ายคลึงกับภาพใน Google Maps ของสุสาน Minab Hermud Cemetery อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อสังเกตเบื้องต้นของ Thai PBS Verify เท่านั้น
ภาพอีกมุมหนึ่งซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวจากสื่อของอิหร่าน โดยจากการเผยแพร่ของ Reuters พบองค์ประกอบบางส่วน เช่น หลังคาอาคารสีฟ้าและลักษณะผนังอาคาร ที่มีความคล้ายคลึงกับภาพใน Google Maps ของสุสาน Minab Hermud Cemetery อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อสังเกตเบื้องต้นของ Thai PBS Verify เท่านั้น
นอกจากนี้ ภาพเทวสถานภายในสุสานดังกล่าวมีลักษณะบางประการที่คล้ายคลึงกัน โดยภาพที่กำลังถูกเผยแพร่ในขณะนี้อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ปี 2026 ขณะที่ภาพเปรียบเทียบด้านล่างเป็นภาพที่ถูกอัปโหลดไว้เมื่อปี 2019
จากการสังเกต พบความเปลี่ยนแปลงบางจุด เช่น บริเวณประตูมีการฉาบปูนเพิ่มเติม และกระเบื้องพื้นมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อสังเกตของ Thai PBS Verify ว่าอาจเป็นสถานที่เดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน
แผนที่แสดงสุสาน Minab Hermud cemetery ที่ประเทศอิหร่าน
ทั้งนี้ หลังเหตุโจมตีโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมินาบทางตอนใต้ของอิหร่าน จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล–สหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยทางการอ้างว่าเป็นผลจากปฏิบัติการโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 168 คน
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพหลุมฝังศพมุมสูง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล–สหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และสื่อหลายสำนัก ได้นำเสนอภาพดังกล่าว ระบุว่าเป็นหลุมฝังศพของนักเรียนหญิงโรงเรียนประถมศึกษาหญิงในเมืองมินาบ (Minab) ประเทศอิหร่าน ที่เสียชีวิตจากเหตุทิ้งระเบิดของของสหรัฐฯ-อิสราเอล เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69
จากนั้นมีผู้ใช้บัญชี X รายหนึ่งระบุโต้แย้งว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพหลุมฝังศพผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ โควิด-19 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ปี 2021 นั้น
Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้วพบว่าภาพภาพดังกล่าวซึ่งอ้างว่าเป็นภาพหลุมฝังศพเด็กนักเรียนนั้น ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอินโดนีเซียเมื่อปี 2021 แต่อย่างใด
ส่วนที่อ้างว่าภาพดังกล่าวเป็นหลุมฝังศพเด็กวัยประถมจากเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอิหร่านนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเป็นภาพจากเหตุการณ์จริงหรือไม่ โดยเบื้องต้นมีเพียงรายงานของสื่อต่างประเทศที่ระบุว่าเป็นภาพจากสื่อของอิหร่านเท่านั้น
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบจากแฟ้มภาพของสื่อต่างประเทศ AFP และ Reuters: เกี่ยวกับเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอินโดนีเซียเมื่อปี 2021 พบภาพหลุมฝังศพที่สุสาน Rorotan Cemetery กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบภายในภาพมีความแตกต่างจากภาพหลุมฝังศพที่ถูกอ้างว่าเกิดขึ้นในอิหร่านนอกจากนี้
เมื่อนำภาพที่สื่อต่างประเทศระบุว่าเป็นหลุมฝังศพในอิหร่านไปตรวจสอบย้อนหลังด้วย Google Lens ไม่ปรากฏผลการค้นหาว่าตรงกับเหตุการณ์ในอดีต ปี 2021 ที่อินโดนีเซียและไม่พบภาพดังกล่าวในแฟ้มข่าวของสื่อต่างประเทศที่บ่งชี้ว่าเป็นภาพปี 2021 แต่อย่างใด
2.เปรียบเทียบองค์ประกอบในภาพ: เปรียบเทียบภาพที่อ้างว่าเกิดขึ้นในอิหร่าน กับภาพเหตุการณ์ในอินโดนีเซียช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะพบความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยภาพการฝังศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอินโดนีเซีย ผู้ปฏิบัติงานเคลื่อนย้ายและฝังศพสวมชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างครบถ้วน เนื่องจากเป็นการสัมผัสและเคลื่อนย้ายศพผู้ป่วยติดเชื้อ ขณะที่ภาพซึ่งอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ในอิหร่าน ไม่ปรากฏบุคคลใดสวมชุด PPE แต่อย่างใด สรุปได้ว่า ภาพที่เผยแพร่ในช่วงความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพหลุมฝังศพเด็กนักเรียนนั้น ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอินโดนีเซียเมื่อปี 2021 แต่อย่างใด
ผลกระทบของข้อมูลบิดเบือน
1.ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
การนำภาพมาอ้างในบริบทที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสถานการณ์
2.ลดความเชื่อมั่นต่อข้อมูลข่าวสารในสังคม
เมื่อมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือยังไม่ยืนยันถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และลดความเชื่อมั่นต่อสื่อหรือแหล่งข่าวต่าง ๆ
3.เร่งการแพร่กระจายของข้อมูลผิดพลาดในโลกออนไลน์
การแชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบอาจทำให้ข้อมูลบิดเบือนแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การแก้ไขหรือชี้แจงข้อเท็จจริงทำได้ยากขึ้นในภายหลัง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.ตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพหรือข้อมูลก่อนแชร์
ควรดูว่าข้อมูลมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหรือไม่ และมีการอ้างอิงจากหลายแหล่งหรือไม่
2.ใช้เครื่องมือค้นหาภาพย้อนกลับ
สามารถใช้เครื่องมือ เช่น Google Lens เพื่อตรวจสอบว่าภาพเคยถูกเผยแพร่ในบริบทอื่นมาก่อนหรือไม่
3.เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายสำนักข่าว
การตรวจสอบจากสำนักข่าวนานาชาติ เช่น Associated Press (AP), Reuters และ Agence France‑Presse (AFP) ช่วยให้เห็นข้อมูลจากหลายมุมมองและลดความเสี่ยงจากข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน
4.ติดตามการตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง
การติดตามรายงานจากหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือสื่อที่มีขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของข้อมูลบิดเบือน









