โพสต์อ้างให้ส่งต่อข้อความ “คัดค้านไม่ให้แพลตฟอร์มนำรูปไปใช้” Meta ประเทศไทยยืนยัน เป็นข่าวปลอม-จดหมายลูกโซ่

Thai PBS Verify พบแหล่งข่าวปลอมจาก: Facebook
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความเชิญชวนให้ผู้ใช้งานคัดลอกและโพสต์เพื่อ “คัดค้าน” ไม่ให้ Meta นำข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ รูปภาพ ไปใช้ในทางอื่น เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา กระแสการแชร์เนื้อหาดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดจึงมีผู้ใช้งานจำนวนมากเผยแพร่ข้อความลักษณะนี้ เนื้อหาดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และการคัดลอกข้อความไปโพสต์ต่อจะสามารถป้องกันหรือปฏิเสธการอนุญาตให้แพลตฟอร์มนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้งานได้จริงหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวลงบนสถานะของ Facebook จะมีผลในเชิงกฎหมายหรือสามารถใช้เป็นการแสดงเจตนาคัดค้านได้โดยทันทีจริงหรือไม่ ท่ามกลางความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในแพลตฟอร์ม Facebook
ซึ่งข้อความ ระบุอ้างว่า
อย่าลืมว่าพรุ่งนี้จะเป็นการเริ่มต้นกฎใหม่ของ Facebook (หรือที่เรียกว่า Meta) ซึ่งอนุญาตให้พวกเขาใช้รูปภาพของคุณได้ อย่าลืมว่าเส้นตายคือวันนี้
ในกรณีที่คุณพลาดไป: ทนายความแนะนําให้เราโพสต์สิ่งนี้ การละเมิดความเป็นส่วนตัวสามารถลงโทษได้ด้วยกฎหมาย
หมายเหตุ: Facebook Meta เป็นองค์กรสาธารณะแล้วตอนนี้ สมาชิกทุกคนต้องโพสต์โน้ตแบบนี้ หากคุณไม่เผยแพร่ข้อความอย่างน้อยหนึ่งครั้ง จะเข้าใจทางเทคนิคว่าคุณอนุญาตให้ใช้รูปภาพของคุณ รวมถึงข้อมูลที่อยู่ในอัปเดตสถานะโปรไฟล์ของคุณ
ฉันขอประกาศว่าฉันไม่ได้ให้สิทธิ์การอนุญาตสําหรับ FACEBOOK หรือ META เพื่อใช้ข้อมูลส่วนตัวของฉัน
กดค้างไว้ทุกที่ในข้อความนี้แล้ว “สําเนา” จะปรากฏ คลิก “คัดลอก จากนั้นไปที่หน้าของคุณ สร้างโพสต์ใหม่ และวางนิ้วของคุณได้ทุกที่ในทุ่งว่าง “วาง” จะปรากฏขึ้นและคลิกวาง
ตัวอย่างโพสต์ของนักร้องชาวไทย ‘นุ้ย ญาติเยอะ’ ที่แชร์ต่อข้อความลักษณะดังกล่าวเช่นกัน
การ ‘คัดลอกข้อความไม่อนุญาตให้ Facebook นำภาพไปใช้’ เป็นข้อมูลจริงหรือเป็นเพียงจดหมายลูกโซ่ ?
Thai PBS Verify สอบถามไปยังตัวแทนของ Meta ประเทศไทย โดยได้รับข้อมูลว่า แม้บริษัทจะไม่ได้มีการสื่อสารข้อมูลเพิ่มเติมจากกรณีดังกล่าว แต่ยืนยันว่าข้อความที่ส่งต่อกันในขณะนี้เป็นข้อมูลเท็จ ส่วนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานยังคงเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Meta
ทั้งนี้ นโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์มดังกล่าวระบุว่า โดยปกติ Meta จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานจากกิจกรรมและข้อมูลที่ผู้ใช้ให้ไว้กับแพลตฟอร์ม เช่น โพสต์หรือเนื้อหาที่สร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ความคิดเห็น เสียง รวมถึงข้อมูลจากฟีเจอร์กล้อง ซึ่งอาจถูกนำไปใช้พัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ อาทิ หน้ากาก ฟิลเตอร์ อวาตาร์ และเอฟเฟกต์
นอกจากนี้ ยังรวมถึงข้อมูลการโต้ตอบและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลที่ผู้ใช้หรือผู้อื่นแลกเปลี่ยนกับระบบ AI ของ Meta ประเภทของเนื้อหาและโฆษณาที่ผู้ใช้รับชมหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ตลอดจนพฤติกรรมการใช้งาน เช่น เวลา ความถี่ และระยะเวลาที่ใช้งานแพลตฟอร์ม
ในส่วนของธุรกรรม นโยบายระบุว่ามีการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อหรือธุรกรรมที่ผู้ใช้ดำเนินการผ่านระบบชำระเงินของ Meta รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต (ในกรณีที่มีการใช้งาน) อีกทั้งยังครอบคลุมข้อมูลแฮชแท็กที่ใช้ รูปภาพหรือวิดีโอเซลฟี่ที่ผู้ใช้อาจให้ไว้เมื่อติดต่อฝ่ายสนับสนุน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อน ผู้ติดตาม บุคคลที่เชื่อมต่อ ข้อมูลอุปกรณ์ และแอปพลิเคชันที่ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์ม
สำหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล Meta ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงบริการ เช่น การเสริมสร้างความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบ การปฏิบัติตามกฎหมาย การปรับแต่งโฆษณาและเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละราย การพัฒนาและปรับปรุงฟีเจอร์ รวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม
อย่างไรก็ตาม Meta ระบุชัดว่า บริษัทจะไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานให้กับบุคคลภายนอก และผู้ใช้สามารถจัดการสิทธิความเป็นส่วนตัวของตนเองได้ผ่านศูนย์ช่วยเหลือ การตั้งค่าบัญชีของ Facebook และ Instagram รวมถึงการตั้งค่าบนอุปกรณ์ เพื่อควบคุมและตรวจสอบความเป็นส่วนตัวได้ด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิทธิ์คัดค้าน (Object to data use) ด้วยการเข้าไปที่ Settings (การตั้งค่า) > Privacy Center (ศูนย์ความเป็นส่วนตัว) > มองหาหัวข้อเกี่ยวกับ “AI at Meta” ซึ่งในบางประเทศ (รวมถึงไทยในบางฟีเจอร์) จะมีปุ่มให้กดคัดค้าน (Object) การนำข้อมูลไปใช้เทรน AI ได้โดยตรง
ทั้งนี้ หากพบข้อความลักษณะดังกล่าว ไม่ควรแชร์ต่อ และหากได้รับข้อความในลักษณะนี้จากบุคคลแปลกหน้า โดยเฉพาะกรณีที่มีการชักชวนให้ดำเนินธุรกรรมทางการเงิน ควรตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการหลอกลวงจากมิจฉาชีพ
ข้อมูล : “จดหมายลูกโซ่” ดิจิทัล “ข่าวลวง” ที่มีมานานนับ 10 ปี
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
ข้อเท็จจริงคือ ข้อความที่อ้างให้คัดลอกไปโพสต์ว่าห้าม Meta นำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ และจะมีผลป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มดังกล่าวเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและไม่นำข้อมูลไปใช้ต่อในทางอื่น ๆ นั้น เป็นเพียง “จดหมายลูกโซ่” ที่ถูกแชร์ซ้ำมานาน ไม่มีผลทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายของ Meta โดยการใช้ข้อมูลของผู้ใช้งานยังคงอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์ม ซึ่งผู้ใช้ยอมรับตั้งแต่สมัครใช้งานและสามารถเข้าไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ ดังนั้น การโพสต์ข้อความลักษณะดังกล่าวไม่สามารถใช้เป็นการคัดค้านหรือป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ได้จริง และผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์เพื่อหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลวง
กระบวนการตรวจสอบ
1.สอบถามไปยังตัวแทนของ Meta ประเทศไทย: Thai PBS Verify ได้รับข้อมูลว่า แม้บริษัทจะไม่ได้มีการสื่อสารข้อมูลเพิ่มเติมจากกรณีดังกล่าว แต่ยืนยันว่าข้อความที่ส่งต่อกันในขณะนี้เป็นข้อมูลเท็จ ส่วนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานยังคงเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Meta
ผลกระทบหากได้รับข้อมูลลักษณะนี้
1.เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิทางกฎหมาย ผู้ใช้งานอาจเข้าใจว่าการโพสต์ข้อความสามารถ “คัดค้าน” การใช้ข้อมูลโดย Meta ได้จริง ทั้งที่ในความเป็นจริงสิทธิและการใช้ข้อมูลถูกกำหนดโดยนโยบายแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ข้อความที่ผู้ใช้โพสต์เอง
2.เพิ่มการแพร่กระจายของข่าวลวง (Misinformation) การกดแชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบ ทำให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายเป็นวงกว้าง สร้างความสับสนในสังคมออนไลน์
3.สร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น ข้อความมักใช้ถ้อยคำเร่งด่วน เช่น “เส้นตายวันนี้” หรือ “ต้องโพสต์ทันที” ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความกลัวและรีบแชร์โดยไม่ไตร่ตรอง
4.เบี่ยงเบนความสนใจจากวิธีป้องกันที่ถูกต้อง ผู้ใช้อาจเสียเวลาไปกับการคัดลอกโพสต์ แทนที่จะไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวหรือศึกษานโยบายที่แท้จริงของแพลตฟอร์ม
5.เสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงในรูปแบบอื่น เมื่อคุ้นเคยกับการเชื่อและแชร์ข้อความลักษณะนี้ อาจทำให้ตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพที่ใช้ข้อความคล้ายกันเพื่อหลอกให้ทำธุรกรรมหรือให้ข้อมูลส่วนตัว
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.หยุดและตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนแชร์ พิจารณาว่าข้อมูลมาจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือหรือไม่ เช่น หน่วยงานทางการ หรือประกาศจาก Meta โดยตรง
2.อย่าหลงเชื่อข้อความที่สร้างความเร่งด่วน ข้อความที่ใช้คำว่า “ด่วน”, “ต้องทำทันที”, หรือ “เส้นตายวันนี้” มักเป็นเทคนิคกระตุ้นให้แชร์ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
ไม่จำเป็นต้องคัดลอกหรือโพสต์ตาม
3.การโพสต์ข้อความลักษณะนี้ไม่ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัว และไม่มีผลทางกฎหมายใด ๆ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวผ่านระบบของแพลตฟอร์ม
ควรเข้าไปปรับ Privacy Settings บน Facebook หรือแอปฯ ที่ใช้งาน เพื่อควบคุมว่าใครเห็นข้อมูลของคุณได้บ้าง
4.ระวังข้อความที่พ่วงการขอข้อมูลหรือการเงิน หากมีการชักชวนให้กรอกข้อมูลส่วนตัว กดลิงก์ หรือทำธุรกรรม ควรหลีกเลี่ยงทันที เพราะอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ









