“เรือน้ำมันจอดกักตุนกลางอ่าวไทย” แท้จริงคือ แท่นน้ำมัน-ทุ่นเดินเรือ

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Facebook
เพจเฟซบุ๊ก Nattaphong Tiabkeaw แชร์ภาพการขนส่งน้ำมัน พร้อมข้อความระบุว่า “ข่าวว่ามีเรือน้ำมันนับร้อยลอยอยู่กลางอ่าวไทยบริเวณ”
Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก Nattaphong Tiabkeaw แชร์ภาพการขนส่งน้ำมัน พร้อมข้อความระบุว่า
“มีข่าวว่ามีเรือน้ำมันนับร้อยลอยอยู่กลางอ่าวไทยบริเวณ รอบๆแท่นขุดเจาะน้ำมัน ช่วงนี้น้ำมันขาดแคลนก็ต้องแย่งกันนิดนึง โกหกคนในประเทศว่าไม่มีน้ำมัน ขุดได้ไม่เยอะแต่ส่งออกมาได้ 30-40 ปี ส่วนคนไทยใช้น้ำมัน ประเทศตัวเอง ขับอ้อมเกาะสีชัง แล้วทำเป็นน้ำมันนำเข้า นายทุนบวกค่ากลั่น ค่านำเข้า รวยสะดือบวมสะดือปลิ้น…!!
… ล่าสุดรีบออกมาบอกว่าไม่ใช่เรือน้ำมันที่จอดกักตุน ใช่.. ไม่ใช่เรือน้ำมันกักตุนแต่เป็นเรือน้ำมันที่มาขนน้ำมันออกจากแท่นขุดเจาะประเทศไทยแล้วกลับมาขายคนไทยโว้ย..!!”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 482 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 108 ข้อความ รวมถึงมีการแชร์ไปกว่า 85 ครั้ง
เรือน้ำมันลอยอยู่อ่าวไทย จริงหรือไม่ ?
จากกรณีข้อความในโพสต์อ้างว่า “ขับอ้อมเกาะสีชัง” เราได้ตรวจสอบตำแหน่งของเรือในเว็บไซต์ marinetraffic พบว่า บริเวณเกาะสีชัง มีเพียงเรือโดยสาร ไม่พบว่ามีเรือขนส่งน้ำมันแต่อย่างใด โดยสังเกตได้จากสีของไอคอน
สีแดง (Tankers): คือเรือบรรทุกน้ำมันหรือสารเคมี
สีเขียว (Cargo Vessels): เรือบรรทุกสินค้าทั่วไป (ตู้คอนเทนเนอร์)
สีน้ำเงิน (Passenger Vessels): เรือโดยสารหรือเรือท่องเที่ยว
สีเหลือง (Service Vessels): เรือบริการ เช่น เรือลากจูง หรือเรือรับส่งคนงานแท่นขุดเจาะ

ต่อมาในตรวจสอบด้วย Google Maps พบว่า บริเวณดังกล่าวมีแท่นขนส่งเรือสินค้า และทุ่นเรือจำนวนมาก

แผนที่ ใน Google Maps
ศรชล. แจง ภาพเรือหนาแน่นกลางอ่าวไทย เป็นแท่นปิโตรเลียม-ทุ่นเดินเรือ
เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กล่าวว่า ศรชล. ส่งเครื่องบินลาดตระเวน เพื่อตรวจสอบกรณีพบสัญลักษณ์คล้ายกลุ่มเรือหนาแน่นกลางอ่าวไทยจากระบบ AIS หลังถูกแชร์ในโซเชียล สร้างความกังวลในวงกว้าง
ผลการตรวจสอบยืนยันไม่พบพฤติการณ์ผิดปกติ โดยเรือประมงและเรือสินค้าดำเนินกิจกรรมตามปกติ
พร้อมชี้แจงว่า จุดที่ปรากฏหนาแน่นในระบบดังกล่าว แท้จริงคือแท่นผลิตปิโตรเลียม ทุ่นเครื่องหมายการเดินเรือ และพื้นที่เขตอันตรายที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณเพื่อความปลอดภัย ย้ำสถานการณ์ทางทะเลยังปกติ และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการเป็นหลัก
“เรือน้ำมันจอดกักตุนกลางอ่าวไทย” แท้จริงคือ แท่นน้ำมัน-ทุ่นเดินเรือ
กองทัพเรือแจงภาพ AIS เป็นแท่นผลิตพลังงาน ไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมันรวมตัว
กองทัพเรือชี้แจง กรณีภาพจากระบบติดตามเรือ (AIS/UAIS) ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากลอยลำรวมตัวกลางทะเล” ว่าเป็นความเข้าใจผิด พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า ภาพดังกล่าวแสดงตำแหน่งแท่นผลิตพลังงานทางทะเล (Offshore Energy Platform) และเรือที่ปรากฏเป็นเรือที่ได้รับอนุญาตเฉพาะเพื่อปฏิบัติภารกิจขนส่งวัตถุดิบจากกระบวนการผลิตทรัพยากรปิโตรเลียม ไม่ใช่สถานีเติมเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด
พื้นที่รอบแท่นเป็นเขตควบคุมพิเศษที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง จึงมีมาตรการจำกัดการเข้า–ออกและติดตั้งทุ่นแสดงอาณาเขตเพื่อให้เรืออื่นทราบและระมัดระวัง ขณะเดียวกันกองทัพเรือได้สั่งการให้อากาศยานขึ้นลาดตระเวนตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยในวันที่ 5 เมษายน 2569 เวลา 12:12–14:51 ทรภ.2 บินลาดตระเวนพบเรือประมง 23 ลำและเรือสินค้า 8 ลำ เดินเรือตามปกติ ไม่มีการจอดรวมกลุ่มผิดปกติหรือพบเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากตามที่ถูกนำเสนอ
กองทัพเรือยืนยันว่า ติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแลความปลอดภัยทางทะเลอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยการเดินเรือ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและสื่อใช้วิจารณญาณในการรับ-เผยแพร่ข้อมูล หลีกเลี่ยงการส่งต่อข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และยืนยันการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ชาติทางทะเลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เพจเฟซบุ๊กกองทัพเรือชี้แจง กรณีภาพจากระบบติดตามเรือ (AIS/UAIS) ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากลอยลำรวมตัวกลางทะเล” ว่าเป็นความเข้าใจผิด
ประเทศไทยผลิตน้ำมันได้เท่าไหร่ ?
เมื่อค้นหาด้วยคำสำคัญ พบรายงานสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ปี 2568 จากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ไทยสามารถผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 81,000 บาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ส่งผลให้ไทยยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางราว 47–51% และเมื่อรวมแหล่งอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70–80% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด ทั้งนี้ ไทยนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยราว 971,000–972,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่มีการส่งออกประมาณ 19,000 บาร์เรลต่อวัน
สำหรับลักษณะแหล่งปิโตรเลียมของไทย ข้อมูลจากการตรวจสอบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ระบุว่า ปริมาณการผลิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหลุมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากแหล่งปิโตรเลียมส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและกระจายตัว ทำให้แต่ละหลุมผลิตได้ไม่มาก แตกต่างจากแหล่งขนาดใหญ่ในต่างประเทศ โดยข้อมูล ณ มีนาคม 2565 พบว่ามีหลุมผลิตที่ใช้งานอยู่ 1,757 หลุม จากทั้งหมด 5,535 หลุม และส่วนใหญ่เป็นการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไทยมีโรงกลั่นน้ำมันรวม 7 แห่ง มีกำลังการกลั่นรวมประมาณ 1.245 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงโรงกลั่นฝางที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร
แม้ประเทศไทยจะมีทั้งแหล่งผลิตน้ำมันดิบและโรงกลั่นภายในประเทศ แต่กำลังการผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนสูง โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง
เรื่องจริงเป็นอย่างไร?
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์ดังกล่าวที่อ้างว่ามีเรือน้ำมันหลายร้อยลำ อยู่บริเวณอ่าวไทย ด้วยการตรวจการเดินเรือผ่านเว็บไซต์ marinetraffic และ Google Maps พบว่า จุดที่อ้างว่าเป็นเรือ แท้จริงคือ แท่นน้ำมันและทุ่นเดินเรือ นอกจากนี้ทาง กองทัพเรือ และ ศรชล. ชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวแสดงตำแหน่งแท่นผลิตพลังงานทางทะเล และเรือที่ปรากฏเป็นเรือที่ได้รับอนุญาตเฉพาะเพื่อปฏิบัติภารกิจขนส่งวัตถุดิบจากกระบวนการผลิตทรัพยากรปิโตรเลียม ไม่ใช่สถานีเติมเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบผ่านเว็บไซตฺ์ค้นหาตำแหน่งเรือ: จากกรณี ข้อความในโพสต์อ้างว่า “ขับอ้อมเกาะสีชัง” Thai PBS Verify ได้ตรวจสอบตำแหน่งของเรือในเว็บไซต์ marinetraffic พบว่า บริเวณเกาะสีชัง มีเรือโดยสาร ไม่พบว่ามีเรือขนส่งน้ำมันแต่อย่างใด
- ตรวจสอบด้วย Google Maps: เมื่อตรวจสอบด้วย Google Maps พบว่า บริเวณดังกล่าวมีแท่นขนส่งเรือสินค้า และทุ่นเรือจำนวนมาก
- ตรวจสอบจากแหล่งข้อมูล: ศรชล.และกองทัพเรือแจงว่า ภาพที่มีการแชร์ เป็น แท่นผลิตพลังงานทางทะเล
- ตรวจสอบด้วยคำสำคัญ: เมื่อค้นหาด้วยคำสำคัญ พบรายงานสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ปี 2568 จากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ไทยสามารถผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 81,000 บาร์เรลต่อวัน
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- สร้างความตื่นตระหนกในสังคม: ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเกิดเหตุผิดปกติหรือภัยคุกคามทางทะเล ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงแท่นผลิตและทุ่นเดินเรือ
- บิดเบือนการรับรู้ของประชาชน: ข่าวปลอมมีผลต่อความเข้าใจและการตัดสินใจของคนในสังคม ทำให้เชื่อข้อมูลผิดและตีความสถานการณ์คลาดเคลื่อน
- กระทบความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ: อาจทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจต่อการดูแลความมั่นคงทางทะเล หากประชาชนเชื่อว่ามีการปกปิดข้อมูล
- ส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ: ข่าวลือเกี่ยวกับเรือจำนวนมากหรือแท่นน้ำมัน อาจถูกตีความว่าเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งหรือวิกฤตพลังงาน
- ทำให้เกิดการแชร์ข้อมูลผิดซ้ำในวงกว้าง: ข่าวปลอมมีแนวโน้มถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วในโซเชียลฯ และแพร่กระจายได้กว้างกว่าข่าวจริง
- เพิ่มภาระในการตรวจสอบของหน่วยงาน: หน่วยงานต้องใช้ทรัพยากรในการชี้แจงและแก้ไขความเข้าใจผิด
- เสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดพลาดของประชาชน: ข้อมูลเท็จอาจทำให้บางคนตื่นตระหนกหรือวางแผนรับมือผิดจากข้อเท็จจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันที: ตั้งสติก่อน เพราะภาพหรือข้อความอาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าเป็นข้อมูลจากหน่วยงานทางการ เช่น กองทัพเรือ หรือ ศรชล. หรือไม่
- เปรียบเทียบหลายแหล่งข่าว: ค้นหาข้อมูลจากสื่อที่น่าเชื่อถือ เพื่อดูว่ามีการรายงานตรงกันหรือไม่
- ระวังภาพจากระบบหรือเทคโนโลยี: ข้อมูลจาก AIS หรือแผนที่ อาจแสดงสัญลักษณ์ที่ตีความผิดได้ เช่น แท่นผลิตหรือทุ่น
- ตรวจสอบวันที่และบริบท: บางครั้งเป็นภาพเก่าหรือข้อมูลที่ถูกนำมาใช้ผิดสถานการณ์
- ติดตามคำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐ: กรณีนี้มีการยืนยันแล้วว่าเป็นแท่นผลิตปิโตรเลียมและทุ่นเดินเรือ ไม่ใช่เรือต้องสงสัย









