โพสต์อ้างแท็กซี่ภูเก็ตหยุดวิ่งทั้งเกาะ ขนส่งยันพร้อมรับนักท่องเที่ยวตามปกติ

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Facebook
ภาพเพจเฟซบุ๊ก Phuket Times ภูเก็ตไทม์ แชร์ข้อความระบุว่า “ภูเก็ตอัมพาต! แท็กซี่ยกธงขาวประกาศ “หยุดวิ่งทั้งเกาะ” เซ่นน้ำมันแพง-แอปฯ เถื่อนรุกหนัก“วิ่งก็ขาดทุน””
Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก Phuket Times ภูเก็ตไทม์ แชร์ข้อความระบุว่า
“ภูเก็ตอัมพาต!
แท็กซี่ยกธงขาวประกาศ “หยุดวิ่งทั้งเกาะ” เซ่นน้ำมันแพง-แอปฯ เถื่อนรุกหนัก“วิ่งก็ขาดทุน”
โดยที่โพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 4,100 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 603 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า 104 ครั้ง
แท็กซี่ภูเก็ตหยุดวิ่งจริงหรือไม่ ?
จากข้อความ “แท็กซี่ยกธงขาวประกาศ หยุดวิ่งทั้งเกาะ” Thai PBS Verify โทรศัพท์สอบถามไปยังสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า
แท็กซี่ภูเก็ตไม่ได้มีการหยุดวิ่งตามที่ปรากฎเป็นข่าวแต่อย่างใด โดยยังคงวิ่งบริการอยู่
ขณะเดียวกัน Thai PBS Verify ได้ใช้การค้นหาคำสำคัญ “แท็กซี่ภูเก็ต” พบว่าเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 69 ในเพจ NBT Connext ซึ่งเป็นเพจของ กรมประชาสัมพันธ์ (Public Relations Department)
นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ระบบให้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ในพื้นที่ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ และมีความพร้อมรองรับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมของระบบแท็กซี่ในจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันมีรถแท็กซี่มิเตอร์รวม 1,798 คัน โดยส่วนใหญ่กว่า 1,700 คัน ใช้พลังงานทางเลือก เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และก๊าซ LPG ขณะที่รถที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิมมีเพียงประมาณ 70 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.9 เท่านั้น
จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่สำคัญ ทั้งในตัวเมืองภูเก็ต หาดป่าตอง และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต พบว่า มีรถให้บริการอย่างเพียงพอ การเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงเป็นไปอย่างสะดวก และไม่พบผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะโดยรวม
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของระบบขนส่งในจังหวัดภูเก็ต ที่หันมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน และเพิ่มความมั่นคงในการให้บริการ
ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตยังคงมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป
ภาพเพจ NBT Connext แชร์ข่าวขนส่งภูเก็ต ยืนยันแท็กซี่ให้บริการปกติ
ประเด็นแท็กซี่ภูเก็ตหยุดวิ่งมาได้อย่างไร?
ต่อมา Thai PBS Verify ค้นหาคำสำคัญ “แท็กซี่ภูเก็ต” พบว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 นายวาที วาสนารุ่งเรือง ประธานชมรมรถแท็กซี่เหลืองแดงภูเก็ต เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสมาชิกในเครือข่ายกว่า 4,000 ราย ครอบคลุมทั้งรถแท็กซี่ รถตู้ และรถป้ายเขียว โดยผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาจากบริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้รายได้จากงานทัวร์หดตัวลงอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มแบกรับภาระไม่ไหว จึงมีมติร่วมกันหยุดให้บริการ 1 วัน ในวันที่ 6 เม.ย. 69 เพื่อสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการเตรียมรวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 2,000–3,000 คน เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามรถรับจ้างผิดกฎหมาย ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม
นายวาที ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันในพื้นที่ภูเก็ต รวมถึงรถจักรยานยนต์ มีจำนวนมากกว่า 6,000 คัน จึงต้องการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบและเสียภาษีอย่างถูกต้อง
พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กำหนดให้การจัดการรถผิดกฎหมายเป็นวาระสำคัญของจังหวัด เพื่อช่วยเหลือและสร้างความอยู่รอดให้กับผู้ประกอบการรถรับจ้างในระบบต่อไป
สถานการณ์ราคาน้ำมันปัจจุบันเป็นอย่างไร?
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวัน โดยอัปเดตราคาจำหน่ายปลีกในกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ณ วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 05.00 น. จากสถานีบริการน้ำมันหลัก 5 แห่ง มีรายละเอียดดังนี้
ปั๊ม ปตท.
ดีเซล B20 ราคา 45.54 บาท/ลิตร
ดีเซล ราคา 50.54 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 34.89 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 38.95 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 43.58 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 43.95 บาท/ลิตร
เบนซิน ราคา 52.54 บาท/ลิตร
ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ราคา 70.44 บาท/ลิตร
ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 53.04 บาท/ลิตร
ปั๊มบางจาก
ไฮดีเซล S ราคา 50.54 บาท/ลิตร
ไฮพรีเมียมดีเซล S ราคา 70.94 บาท/ลิตร
ไฮพรีเมียม 97 ราคา 57.54 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 34.89 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 38.95 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 43.58 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 43.95 บาท/ลิตร
ปั๊มเชลล์
ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 39.45 บาท/ลิตร
ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 43.83 บาท/ลิตร
ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 44.45 บาท/ลิตร
วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 49.84 บาท/ลิตร
ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 50.54 บาท/ลิตร
วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 73.84 บาท/ลิตร
ปั๊มพีที
ดีเซล ราคา 50.54 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 43.95 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 43.58 บาท/ลิตร
เบนซิน ราคา 53.04 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 38.95 บาท/ลิตร
ปั๊มคาลเท็กซ์
โกลด์ 95 เทครอน ราคา 57.51 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน ราคา 43.95 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน ราคา 43.58 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 38.95 บาท/ลิตร
ดีเซล เทครอน ราคา 50.54 บาท/ลิตร
พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน ราคา 70.94 บาท/ลิตร

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์ที่อ้างว่า “ภูเก็ตอัมพาต แท็กซี่หยุดวิ่งทั้งเกาะ” ถือเป็นข้อมูลบิดเบือน เนื่องจากวันที่ 3 เม.ย. 69 มีเพียงการนัดหยุดวิ่งของผู้ประกอบการ “บางกลุ่ม” เพื่อรวมตัวไปยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับปัญหารถรับจ้างผิดกฎหมาย โดยเป็นการเคลื่อนไหวของตัวแทนกลุ่ม ไม่ได้ครอบคลุมผู้ให้บริการทั้งหมด ขณะที่ภาพรวมระบบขนส่งในจังหวัดภูเก็ตยังคงให้บริการตามปกติ มีรถเพียงพอรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ไม่ได้เกิดภาวะหยุดชะงักทั้งเกาะแต่อย่างใด
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยการสัมภาษณ์: Thai PBS Verify สอบถามไปยังสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตให้ข้อมูลว่า แท็กซี่ภูเก็ตไม่ได้มีการหยุดวิ่งแต่อย่างใด
- ตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ: เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ “แท็กซี่ภูเก็ต” พบว่าเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 69 ในเพจ สวท.ภูเก็ต prd กล่าวว่า ขนส่งจังหวัดภูเก็ตยืนยันแท็กซี่ยังวิ่งปกติ ไม่ได้หยุดทั้งเกาะตามข่าวลือ และมีรถให้บริการเพียงพอต่อความต้องการ โดยรถส่วนใหญ่กว่า 96% เปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าและก๊าซแล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
- ตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ: เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ “แท็กซี่ภูเก็ต” พบว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 ประธานชมรมแท็กซี่ภูเก็ตเผย ผู้ประกอบการแบกภาระค่าน้ำมันและปัญหาคู่แข่งแอปฯ ไม่ไหว จึงนัดหยุดวิ่ง 1 วันเมื่อ 6 เม.ย. 69 พร้อมรวบรวมรายชื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ ให้เร่งปราบปรามรถรับจ้างผิดกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมในอาชีพ
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- ทำลายความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว: ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เมื่อมีข่าวว่า “ระบบขนส่งเป็นอัมพาต” นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอาจยกเลิกการเดินทาง หรือเปลี่ยนจุดหมายปลายทางทันทีเพราะกังวลเรื่องความลำบากในการเดินทาง
- เสียหายต่อภาพลักษณ์จังหวัด: ข่าวลือเรื่องความวุ่นวายหรือการประท้วงที่รุนแรง ส่งผลเสียต่อภาพกษณ์การเป็น “Smart City” และเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย
- ความโกลาหลในการวางแผนเดินทาง: ประชาชนในพื้นที่หรือผู้ที่มีธุระสำคัญ (เช่น ไปขึ้นเครื่องบินหรือไปโรงพยาบาล) จะเกิดความกังวลใจและเร่งรีบหาทางออกที่อาจมีราคาสูงเกินจริง
- การกักตุนหรือฉวยโอกาส: ข่าวลือเรื่องน้ำมันแพงจนรถหยุดวิ่ง อาจนำไปสู่การกักตุนเชื้อเพลิง หรือผู้ให้บริการบางกลุ่มอาจฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยอ้างเหตุการณ์ตามข่าวปลอม
- สูญเสียรายได้: เมื่อนักท่องเที่ยวลดลงเพราะกลัวไม่มีรถใช้ ผู้ประกอบการตัวจริง (ทั้งแท็กซี่ ร้านอาหาร โรงแรม) จะได้รับผลกระทบจากยอดจองที่หายไป
- ความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม: ข้อมูลที่บิดเบือนอาจสร้างความแตกแยกหรือการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ขับรถในระบบกับรถผ่านแอปพลิเคชันให้รุนแรงขึ้น
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันที: พาดหัวที่กระตุ้นอารมณ์หรือใช้คำแรง มักทำให้เข้าใจผิด ควรอ่านรายละเอียดก่อน
- ตรวจสอบจากแหล่งข่าวทางการ: เช่น กรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานจังหวัด เพื่อดูข้อมูลล่าสุดว่าตรงกับที่แชร์หรือไม
- เปรียบเทียบหลายแหล่งข่าว: หากเป็นเหตุการณ์จริง มักมีหลายสำนักรายงานในทิศทางเดียวกัน
- สังเกตคำว่า “ทั้งหมด / ทั้งเกาะ / หยุดหมด”: คำลักษณะนี้อาจเป็นการเหมารวมเกินจริง ทั้งที่เกิดขึ้นเพียงบางส่วน
- ดูวันเวลาและบริบทของข่าว: บางโพสต์อาจเป็นข้อมูลเก่าหรือหยิบมาแชร์ใหม่จนทำให้เข้าใจผิด
- หลีกเลี่ยงการแชร์ต่อหากยังไม่ชัดเจน: เพราะอาจสร้างความตื่นตระหนกให้ผู้อื่นโดยไม่จำเป็น
- หากพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ควรช่วยแก้ไขความเข้าใจ: เช่น คอมเมนต์ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง หรือแชร์แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือแทน









