พายุฤดูร้อนถล่ม! บ้านเรือน-อาคาร เสียหายหลายแห่ง
Key Takeaway: สรุปความเสียหายจากพายุฤดูร้อนในพื้นที่ต่าง ๆ
- สนามบินนานาชาติตรัง: ฝ้าเพดานอาคารผู้โดยสารหลังใหม่พังถล่มบริเวณประตูขาออก หลังใช้งานได้เพียงไม่กี่เดือน
- ลำปาง: น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและโรงเรียนใน อ.เสริมงาม ส่วน อ.วังเหนือ ศูนย์กู้ภัยและอุปกรณ์ได้รับความเสียหายหนัก
- ฉะเชิงเทรา: เกิดเหตุฟ้าผ่าเสาไฟฟ้าแรงสูง ลมพายุพัดหลังคาบ้านพังและต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนในหลายตำบล
- สระบุรี: กระแสลมแรงพัดหลังคาอาคารพาณิชย์และร้านค้าในตลาดนัดพังเสียหาย ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายจากน้ำฝน
- โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี: น้ำฝนรั่วซึมเข้าอาคารอำนวยการเนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ล่าสุดสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว
พายุฤดูร้อนพัดถล่มฉะเชิงเทราและสระบุรี
สถานการณ์ใน จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.สระบุรี ได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรงอย่างหนัก โดยที่ อ.พนมสารคาม ลมพายุพัดถล่มเต็นท์ร้านค้าจนโครงสร้างเกือบพังพินาศ ส่วนที่ อ.ท่าตะเกียบ กล้องหน้ารถบันทึกภาพเหตุการณ์ฟ้าผ่าเสาไฟฟ้าแรงสูงขณะฝนตกหนัก สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนเกือบ 10 หลังในบ้านหนองปรือกันยางและบ้านอ่างเตย ถูกลมพัดหลังคาปลิวและต้นไม้ล้มทับ
ในพื้นที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี พายุได้พัดถล่มตลาดใหม่ท่าลานอย่างรุนแรง หลังคาอาคารพาณิชย์และเพิงสังกะสีของร้านค้าถูกพัดปลิว ส่งผลให้ทรัพย์สินและเครื่องใช้ไฟฟ้าของชาวบ้านเสียหายจากน้ำฝนที่รั่วไหลเข้าสู่ตัวบ้าน เจ้าหน้าที่แนะให้ประชาชนบันทึกภาพความเสียหายไว้เป็นหลักฐานเพื่อขอรับการเยียวยา
วิกฤตน้ำป่าไหลหลากในลำปาง และความเสียหายของศูนย์กู้ภัยวังเหนือ
จ.ลำปาง เผชิญกับสถานการณ์วิกฤตทั้งลมพายุและน้ำป่า โดยศูนย์กู้ภัยวังเหนือได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงลมที่พัดเอาอุปกรณ์กู้ภัย โต๊ะ เก้าอี้ และโลงศพสำหรับบริจาคกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นที่ ทางศูนย์ฯ จึงประกาศเปิดรับบริจาคผ้าดิบและโลงศพเพื่อทดแทนส่วนที่เสียหาย
ขณะที่ อ.เสริมงาม เกิดเหตุน้ำป่าจากลำห้วยแม่เสริมไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนประชาชน และโรงเรียนโป่งน้ำร้อน ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางฝนที่ยังคงตกต่อเนื่องในพื้นที่
ตรวจสอบฝ้าถล่มสนามบินตรังและน้ำรั่วโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด โดยที่สนามบินนานาชาติตรัง ฝ้าเพดานของอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ (งบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาท) พังถล่มลงมาบริเวณจุดรอผู้โดยสารขาออก ซึ่งอาคารนี้เพิ่งเปิดใช้งานเมื่อเดือนกันยายน 2568 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่และเร่งเก็บกวาดเศษวัสดุ
ส่วนที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี พบปัญหาน้ำรั่วซึมบริเวณอาคารอำนวยการเนื่องจากท่อระบายน้ำบนดาดฟ้าอุดตัน ทำให้น้ำไหลล้นเข้าสู่โครงสร้างรับแสงชั้นสอง ทางโรงพยาบาลได้ส่งกองช่างเข้าทำความสะอาดและติดตั้งระบบกันซึมเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต




























































