สำรวจพบผู้ฝ่าฝืน "เมาแล้วขับ" แม้กวดขันด่านตรวจฯ
สรุปประเด็นสำคัญ
- ยกระดับตรวจเข้มกลางคืน: บก.จร. บช.น. เพิ่มความเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาว่าเมาแล้วขับชนไรเดอร์เสียชีวิตที่ จ.นนทบุรี
- สารพัดกลลวงเลี่ยงด่าน: เผยพฤติกรรมผู้ขับขี่ที่พยายามเลี่ยงความผิด เช่น จอดรถก่อนถึงด่าน, เปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน, ไม่ร่วมมือเป่าตรวจวัด, เสนอผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ ไปจนถึงการแอบอ้างรู้จักผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อกดดันตำรวจ
- มาตรการโปร่งใสตรวจสอบได้: ด่านตรวจมีการติดป้ายระบุชื่อผู้ควบคุมด่านพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ของผู้บังคับบัญชาโดยตรง เพื่อให้ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ทันทีหากพบการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
- เสียงสะท้อนจากคนหลังพวงมาลัย: กลุ่มไรเดอร์สะท้อนว่านี่ไม่ใช่กรณีแรก แต่เหตุสลดเกิดขึ้นบ่อยครั้งจากผู้ขับขี่ที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายและขาดจิตสำนึก ซึ่งบางสถานการณ์ต่อให้ระวังแค่ไหนก็ยากจะหลีกเลี่ยง
- จริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐ: สังคมตั้งข้อกังขาถึงมาตรฐานจริยธรรมของบุคลากรในองค์กรตรวจสอบการทุจริต หลังพยานแวดล้อมระบุว่าผู้ต้องหาอ้างตัวรู้จักผู้มีอำนาจเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ
- แก้ปัญหาด้วยจิตสำนึก: เจ้าหน้าที่ย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ตราบใดที่ผู้ขับขี่ยังมองว่าการดื่มแล้วขับเป็นเรื่องยอมรับได้ และสร้างความสูญเสียต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์
เจาะพฤติกรรมผู้ขับขี่หลบเลี่ยงด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์และกดดันเจ้าหน้าที่
จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ของทีมข่าว ณ จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ของกองบังคับการตำรวจจราจร พบว่าตลอดทั้งคืนยังคงมีผู้ขับขี่จำนวนหนึ่งที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมาย โดยถูกเรียกตรวจและพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงถูกดำเนินคดีตามขั้นตอน
ทั้งนี้ ข้อมูลระบุว่าพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่รู้ตัวว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายและพยายามหลีกเลี่ยงการจับกุมมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การจอดรถก่อนจะถึงด่านตรวจ หรือการตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางขับขี่อย่างกะทันหันเมื่อมองเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นอกจากนี้ บางส่วนยังแสดงท่าทีไม่ยอมให้ความร่วมมือในการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ รวมถึงมีความพยายามเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี และพฤติกรรมที่มักพบเห็นได้บ่อยครั้ง คือ การแอบอ้างว่ารู้จักผู้บังคับบัญชาระดับสูงหรือบุคคลที่มีอำนาจ เพื่อกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีแนวทางรองรับสถานการณ์ในลักษณะนี้ไว้แล้ว และจะยังคงปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
สังคมจับตามาตรฐานจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐ
จากคดีความที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ตกเป็นผู้ต้องหาในกรณีเมาแล้วขับรถชนพนักงานขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งของเสียชีวิตในพื้นที่ จ.นนทบุรี ได้ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และทำให้สังคมหันมาตั้งคำถามอย่างรุนแรงต่อมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเป็นบุคลากรในองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต
ประเด็นดังกล่าวยิ่งถูกเพ่งเล็งมากขึ้นเนื่องจากข้อมูลจากพยานแวดล้อมระบุว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมการพยายามแอบอ้างตัวว่ารู้จักผู้มีอำนาจ และมีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความพยายามหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น
มาตรการโปร่งใสเปิดช่องทางร้องเรียน และเสียงสะท้อนความสูญเสียจากไรเดอร์
เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อน ภายในจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการติดตั้งป้ายระบุชื่อผู้ควบคุมด่านตรวจ พร้อมแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของผู้บังคับบัญชาเอาไว้อย่างชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถโทรศัพท์ร้องเรียนได้โดยตรง หากพบพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตหรือการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงาน
ขณะที่ในมุมของพนักงานขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งของได้เปิดใจสะท้อนสถานการณ์ว่า อุบัติเหตุความสูญเสียจากผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ที่ผ่านมาเกิดเหตุสลดซ้ำรอยมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งต้นตอสำคัญมาจากผู้ขับขี่ที่ขาดจิตสำนึกและเลือกที่จะฝ่าฝืนกฎหมายอย่างตั้งใจ ซึ่งในมุมของคนทำมาหากินบนท้องถนน แม้จะพยายามขับขี่รถด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุดแล้ว แต่ในบางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยากเกินกว่าจะหลีกเลี่ยงได้
ในท้ายที่สุด ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านและเดินหน้าดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง แต่การบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด หากกลุ่มผู้ขับขี่ยังคงขาดจิตสำนึกและยังมองว่าการดื่มแล้วขับเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เพราะทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ความเสียหายไม่ได้สิ้นสุดลงแค่ที่กระบวนการทางคดีความ แต่หมายถึงการพรากชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่อาจไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอีกเลย




























































