วิเคราะห์ : ภาคประชาชนฟิลิปปินส์หาคำตอบ "สงครามยาเสพติด"
สรุปประเด็นสำคัญ
- ภาคประชาชนตั้งคณะกรรมการอิสระ: ฝ่ายคริสตจักรและภาคประชาสังคมร่วมกันจัดตั้ง "คณะกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง" นำโดย Raul Pangalangan อดีตผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และบิชอปแห่งคาโลโอคัน
- มุ่งเน้นการรวบรวมข้อมูลเพื่อเยียวยา: คณะกรรมการชุดนี้ระบุว่าจะไม่ได้ทำหน้าที่แทนศาลหรือชี้มูลความผิดผู้ใด แต่จะเก็บบันทึกข้อมูลจากเหตุการณ์และผู้รอดชีวิตเพื่อใช้เป็นแนวทางเยียวยาเหยื่อและเสนอแนะการปฏิรูปเพื่อป้องกันความรุนแรงในอนาคต
- ศาล ICC นัดวันไต่สวนดูเตอร์เต: ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) กำหนดวันไต่สวนอดีตประธานาธิบดี "โรดริโก ดูเตอร์เต" ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ครอบคลุมความผิดฐานฆาตกรรมตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาจนถึงช่วงเป็นประธานาธิบดี หลังจากเขาถูกจับกุมตัวไปเมื่อปีที่แล้ว
- อดีต ผบ.ตร. กลายเป็นผู้ร้ายหลบหนี: วุฒิสมาชิก "โรนัลด์ เดลา โรซา" (บาโต) อดีตผู้บัญชาการตำรวจฟิลิปปินส์ อยู่ระหว่างการหลบหนีการจับกุม หลังเกิดเหตุไล่ล่าและมีการรัวอาวุธปืนภายในอาคารวุฒิสภาเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้คำมั่นว่าจะนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้
- ยอดผู้เสียชีวิตขัดแย้งรุนแรง: ตัวเลขผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิตจากการยืนยันของทางการฟิลิปปินส์อยู่ที่ 6,200 คน แต่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนประเมินว่ายอดผู้เสียชีวิตจริงอาจสูงถึง 30,000 คน
- ครอบครัวเหยื่อยังขาดส่วนร่วม-รัฐบาลใช้เป็นเกมการเมือง: ญาติของเหยื่อยังคงตั้งคำถามต่อสถานการณ์ เนื่องจากรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการอิสระเท่าที่ควร ขณะที่รัฐบาลปัจจุบันใช้ประเด็นนี้เพื่อโจมตีขั้วตรงข้ามและปูทางสู่การเลือกตั้งในอีก 2 ปีข้างหน้า
มิติใหม่ภาคประชาสังคมฟิลิปปินส์จัดตั้งคณะกรรมการค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการทวงคืนความยุติธรรมในฟิลิปปินส์ เมื่อประชาชนหลายภาคส่วน นำโดยฝ่ายคริสตจักรที่คอยช่วยเหลือเหยื่อมาโดยตลอด ได้จับมือกันจัดตั้ง "คณะกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง" ขึ้นมา โดยไม่หวังพึ่งพิงการผลักดันจากภาครัฐเป็นหลักอีกต่อไป หลังจากกระบวนการยุติธรรมในประเทศแทบไม่มีความคืบหน้า และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบยังไม่ได้รับการเยียวยาชดเชย แม้ว่าสงครามยาเสพติดจะเปิดฉากขึ้นมาเกือบ 10 ปีแล้ว นับตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2559
คณะกรรมการอิสระชุดนี้มี Raul Pangalangan อดีตผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ทำหน้าที่เป็นประธาน ร่วมกับบิชอปแห่งคาโลโอคัน ซึ่งเป็นที่พึ่งทางจิตใจและสะพานเชื่อมโยงความช่วยเหลือสู่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยจะทำงานร่วมกับคณะบุคคลผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ อาทิ แพทย์นิติเวช นักบวช ผู้สื่อข่าวสายสิทธิมนุษยชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสังคมและบาดแผลทางจิตใจ
เป้าหมายสำคัญของคณะกรรมการชุดนี้ ไม่ได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานแทนที่ศาลหรือทำหน้าที่ชี้มูลความผิดแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่จะมุ่งเน้นไปที่การรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่กระบวนการเยียวยาผู้เสียหายเป็นหลัก โดยจะเก็บบันทึกข้อมูลทั้งจากตัวเหตุการณ์และคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิต เพื่อใช้ชี้แนะแนวทางแก้ไขตลอดจนวางทิศทางการปฏิรูปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการใช้ความรุนแรงนอกกรอบกฎหมายขึ้นอีกในอนาคต
ศาลอาญาระหว่างประเทศเตรียมไต่สวน "โรดริโก ดูเตอร์เต" พร้อมเร่งล่าตัว สว.บาโต
สำหรับกระบวนการยุติธรรมในระดับสากล หลังจากกลุ่มนักกฎหมายและนักสิทธิมนุษยชนได้ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จนนำไปสู่การเปิดสอบสวนขั้นต้นในปี 2561 และแปรเปลี่ยนเป็นการสอบสวนเต็มรูปแบบในปี 2564 จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวอดีตประธานาธิบดี "โรดริโก ดูเตอร์เต" ได้เมื่อปีที่แล้ว
ล่าสุด ผู้พิพากษา ICC ได้เปิดเผยกำหนดการว่า กระบวนการไต่สวนอดีตผู้นำฟิลิปปินส์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ โดยจะครอบคลุมการกระทำความผิดฐานฆาตกรรมจากการทำสงครามยาเสพติด ตั้งแต่ช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาต่อเนื่องมาจนถึงช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ในส่วนของตัวเลขความสูญเสีย ปัจจุบันยังคงมีความขัดแย้งกันระหว่างข้อมูลของภาครัฐและภาคเอกชน โดยทางการฟิลิปปินส์ยืนยันจำนวนผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิตอยู่ที่ 6,200 คน แต่องค์กรและหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่งประเมินว่าตัวเลขจริงอาจพุ่งสูงไปถึง 30,000 คน
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภายในประเทศยังคงตึงเครียดจากการที่ทางการฟิลิปปินส์ออกคำสั่งล่าตัว วุฒิสมาชิก "โรนัลด์ เดลา โรซา" หรือ "บาโต" อดีตผู้บัญชาการตำรวจฟิลิปปินส์ ซึ่งในปัจจุบันมีสถานะเป็นผู้ร้ายหนีการจับกุม หลังจากเกิดเหตุการณ์ไล่ล่าตัวกลางอาคารวุฒิสภาและมีเสียงปืนดังรัวต่อเนื่องภายในอาคารเมื่อเดือนที่ผ่านมา จนเปิดโอกาสให้ สว.บาโต หลบหนีไปได้ ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะจับกุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้
เกาะติดเกมการเมืองฟิลิปปินส์ ท่ามกลางเสียงสะท้อนและคำถามจากครอบครัวเหยื่อ
การหยิบยกประเด็นความรุนแรงจากสงครามยาเสพติดขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเวลานี้ ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับบริบททางการเมืองภายในของฟิลิปปินส์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากปัจจุบันขั้วอำนาจของประธานาธิบดี "เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์" ยังคงเดินหน้าผลักดันกระบวนการถอดถอนรองประธานาธิบดี "ซารา ดูเตอร์เต" อย่างต่อเนื่อง การหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาขยี้จึงช่วยให้รัฐบาลปัจจุบันได้โอกาสในการตีตัวออกห่างจากปัญหาความรุนแรงในอดีต พร้อมทั้งตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงลบให้แก่ขั้วคู่แข่งทางการเมืองเพื่อปูทางสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า
ทว่าในมุมของภาคประชาชน โดยเฉพาะครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากกรณีสงครามยาเสพติดนั้น สัญญาณความเคลื่อนไหวในครั้งนี้กลับมาพร้อมกับเครื่องหมายคำถามและการตั้งข้อสังเกต เนื่องจากพวกเขารู้สึกว่าตนเองยังไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการอิสระภาคประชาชนชุดนี้เท่าที่ควร ทำให้ในท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงยังคงต้องรอคอยความหวังในการทวงคืนความยุติธรรมที่แท้จริงต่อไป




























































