วิกฤตขาดแคลนแรงงานเข้มข้นในภาคอุตสาหกรรม
สรุปวิกฤตแรงงานขาดแคลนและข้อเสนอภาคเอกชน
- วิกฤตเศรษฐกิจ: ปัญหาแรงงานขาดแคลนกระทบโดยตรงต่อภาคการผลิต ภาคบริการ ภาคก่อสร้าง ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ตลอดจนงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล
- ปัจจัยซ้ำเติมต้นทุน: ผู้ประกอบการเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากภายนอก ทั้งผลกระทบจากสงครามการค้า ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตพลังงาน
- การจัดการแรงงานในไทย: เสนอต่ออายุแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่อยู่ในไทยโดยต้องผ่านการตรวจประวัติความมั่นคง และงดต่อใบอนุญาตให้กลุ่มที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในทุกกรณี
- ลดอุปสรรคทางเอกสาร: เสนอให้ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานที่มีนายจ้าง พร้อมเร่งแก้ไขระบบ e-Work Permit ของกรมการจัดหางานให้มีเสถียรภาพ
- แผนจัดหาแรงงานระยะยาว: จี้กระทรวงแรงงานวางแผนทดแทนแรงงานในระยะยาว และเร่งเจรจา MOU นำเข้าแรงงานจากประเทศต้นทางกลุ่มใหม่ เช่น ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินโดนีเซีย
ผลกระทบจากวิกฤตขาดแคลนแรงงานต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทย
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เห็นตรงกันว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น ผลกระทบจากสงครามการค้า ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตพลังงาน
ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศอย่างปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกระบวนการผลิต การให้บริการ และลดทอนศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ ภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง งานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึงภาคบริการ
5 ข้อเสนอจากภาคเอกชนถึงรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน
รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า คณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในทุกอุตสาหกรรม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อสำคัญ ดังนี้
- ต่ออายุแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นระบบ: พิจารณาต่ออายุให้แรงงานข้ามชาติทุกสัญชาติในไทย โดยต้องมีการตรวจสอบประวัติกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อสร้างระบบการดูแลที่ถูกต้องและไม่ให้กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย
- งดผ่อนปรนกลุ่มกระทำผิดกฎหมาย: แรงงานข้ามชาติที่เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว หรือกลุ่มที่ลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย จะต้องไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตในทุกกรณี
- ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่าย: ลดกระบวนการและต้นทุนในการนำเข้า รวมถึงการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติสำหรับกลุ่มที่มีนายจ้างรองรับอยู่แล้ว
- ปรับปรุงระบบ e-Work Permit: เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบ e-Work Permit ของกรมการจัดหางาน ให้มีความเสถียรยิ่งขึ้น
- ขยายความร่วมมือ MOU กับประเทศใหม่: ขอให้กระทรวงแรงงานวางแผนทดแทนแรงงานต่างด้าวในระยะยาว เพิ่มช่องทางการนำเข้าแรงงานภายใต้ข้อตกลง MOU และเร่งรัดการเจรจากับประเทศต้นทางใหม่ ได้แก่ ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินโดนีเซีย เพื่อนำแรงงานมาป้อนภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนอย่างเร่งด่วน




























































