รวบ ร.ต.อ. ยิงที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จ.สุราษฎร์ธานี
กล้องวงจรปิดจับภาพนาทีระทึก เมื่อชายคนหนึ่งขับรถบุกยิงป้ายและอาคารที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จ.สุราษฎร์ธานี 13 นัด หลังถามหา สส.พิชัย ชมพูพล แล้วไม่พบ ก่อนขับรถหนีไป
ต่อมาหน่วยปฏิบัติการพิเศษตามรวบตัวได้คาโต๊ะบุฟเฟต์ในห้างสรรพสินค้า พบผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศ "ร.ต.อ." และเป็นผู้ป่วยจิตเวช อ้างแค้นแทนพี่ชายที่ถูก สส. ข่มขู่ ขณะที่ สส. ยืนยันไม่รู้จักและไม่เคยข่มขู่ใคร พร้อมปล่อยให้คดีดำเนินไปตามกฎหมาย
เปิดภาพวงจรปิด นาทีบุกรัวยิงที่ทำการพรรค 13 นัด
เมื่อวานนี้ (20 มิ.ย. 69) เวลาประมาณ 08.20 น. กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ได้ โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้
- มีชายคนหนึ่งขับรถยนต์สีดำเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี
- เป็นจังหวะเดียวกับที่ นายวรรณกร ชูศรี กำนันตำบลเสวียด กำลังเดินออกกำลังกายอยู่บริเวณหน้าที่ทำการฯ พอดี
- ชายผู้ก่อเหตุได้เอ่ยปากถามหา นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี
- เมื่อได้รับคำตอบกลับไปว่า สส.พิชัย ยังเดินทางเข้ามาไม่ถึง ชายคนดังกล่าวจึงหันไปใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่ป้ายที่ทำการและตัวอาคารรวมจำนวน 13 นัด แล้วขับรถยนต์หลบหนีไปทันที
รวบคาโต๊ะบุฟเฟต์! เผยโปรไฟล์ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศ ร.ต.อ. ป่วยจิตเวช
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สืบทราบจนรู้ตัวผู้ลงมือก่อเหตุ และส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขณะที่เจ้าตัวกำลังนั่งรับประทานบุฟเฟต์อยู่ จากการตรวจสอบประวัติพบข้อมูลสำคัญ
- ตำแหน่ง: เป็นตำรวจยศ ร.ต.อ.
- สังกัด: สำนักงานตำรวจภูธรภาค 8
- ประวัติการรักษา: มีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช และมีพฤติกรรมพกพาอาวุธปืนติดตัวอยู่ตลอดเวลา
ปมขัดแย้ง: อ้างแค้นแทนพี่ชาย ปะทะเดือด สส. โต้กลับเดือดไม่เคยข่มขู่ใคร
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้พี่ชายของตนเองเคยถูก นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี ข่มขู่มาก่อน จึงเกิดความโกรธแค้นและตัดสินใจบุกมาก่อเหตุดังกล่าว
"ผมไม่รู้จักผู้ก่อเหตุ ยืนยันว่าไม่เคยข่มขู่พี่ชายหรือน้องชายของผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด หากผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยจิตเวชจริง ก็อยากให้ได้รับการบำบัดรักษา แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความตั้งใจที่จะมาก่อเหตุ ก็ขอให้ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย" — นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี
การดำเนินคดีทางกฎหมาย
ในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ทำการแจ้งข้อหากล่าวหาแก่ร้อยตำรวจเอกผู้ก่อเหตุรายนี้ใน 3 ข้อหาหนัก ได้แก่
- พกพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร
- ยิงปืนในเมืองโดยใช่เหตุ
- ทำให้เสียทรัพย์



























































