ไขปมคดี "น้ององุ่น" เสียชีวิต ครอบครัวเตรียมรับร่างประกอบพิธี
ตำรวจภูธรภาค 7 สามารถคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญ กรณี "น้ององุ่น" เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่หายตัวไปจากบ้านพักในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้สำเร็จภายใน 1 สัปดาห์ โดยผลการสืบสวนชี้ชัดว่า ผู้ก่อเหตุ คือ เยาวชนอายุ 14 ปี และเยาวชนอายุ 17 ปี ผู้เป็นน้าชาย
เจาะลึกไทม์ไลน์และชนวนเหตุฆาตกรรม "น้ององุ่น"
จากหลักฐานและการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำไปสู่การจับกุมคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยมีลำดับเหตุการณ์และพฤติการณ์ในการก่อเหตุดังต่อไปนี้
- การหายตัวไป: น้ององุ่น อายุ 7 ปี ได้หายตัวไปจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา สร้างความกังวลให้ครอบครัวและชุมชนเป็นอย่างมาก
- ชนวนเหตุความขัดแย้ง: เหตุการณ์เริ่มต้นจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในบ้านระหว่างน้ององุ่นกับเยาวชนอายุ 14 ปี โดยในขณะเกิดเหตุมีเยาวชนอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชายอยู่ด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปห้ามปราม
- การเสียชีวิต: การกระทำดังกล่าวส่งผลให้น้ององุ่นเสียชีวิตลงจากภาวะขาดอากาศหายใจ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้นำร่างของน้องไปซุกซ่อนอำพรางไว้ภายในบ้านพักก่อนในเบื้องต้น
- เคลื่อนย้ายร่างไปทิ้งในป่า: ผู้ก่อเหตุได้เคลื่อนย้ายร่างของน้ององุ่นด้วยการใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (รถซาเล้ง) นำไปทิ้งอำพรางไว้ในพื้นที่ป่าภายในหมู่บ้าน เพื่อจงใจลวงให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเข้าใจว่าเด็กหายตัวไปเองหรือพลัดหลงป่า
เปิดหลักฐานเด็ดประวัติการค้นหาบนมือถือ ชนวนสำคัญที่ชุดสืบสวนใช้ปิดคดี
การสืบสวนหาข้อเท็จจริงตลอดหลายวันที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นชุมชนและพื้นที่ป่า อีกทั้งไม่มีกล้องวงจรอพยพที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ ชุดสืบสวนจึงต้องระดมวิธีการและรวบรวมพยานหลักฐานดังต่อไปนี้จนทำให้ผู้ก่อเหตุยอมจำนน
- ระดมสอบปากคำและใช้นิติวิทยาศาสตร์: เจ้าหน้าที่อาศัยการสอบปากคำบุคคลในชุมชนและคนใกล้ชิดอย่างละเอียด ควบคู่ไปกับการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิค
- แกะรอยประวัติการค้นหาในสมาร์ตโฟน: หลักฐานชิ้นสำคัญที่นำไปสู่การคลี่คลายคดี คือ ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของบุคคลในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบประวัติการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางกฎหมายของเยาวชนในคดีฆาตกรรม ซึ่งมีการค้นหาหลังจากวันเกิดเหตุไม่นาน
- เปรียบเทียบไทม์ไลน์ผู้อยู่ในบ้าน: ข้อมูลการค้นหาดังกล่าวถูกนำมาเปรียบเทียบเชิงลึกกับพยานหลักฐานและไทม์ไลน์ของบุคคลที่อาศัยอยู่ภายในบ้านในช่วงเวลาที่น้ององุ่นอยู่บ้านพร้อมกับเยาวชนที่ก่อเหตุ จนสามารถบีบวงสอบปากคำและทำให้เยาวชนยอมรับสารภาพ
คุมตัวเยาวชนทำแผนส่งศาลเด็ก
กระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ก่อเหตุเยาวชน และการดำเนินการเกี่ยวกับร่างของผู้เสียชีวิต มีขั้นตอนและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน
- คุมตัวทำแผนและส่งศาล: ช่วงค่ำที่ผ่านมา ตำรวจและทีมสหวิชาชีพได้คุมตัวเยาวชนอายุ 14 ปี และ 17 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดเกิดเหตุ โดยใช้เวลาไม่นานและมีการปิดกั้นพื้นที่ห้ามสื่อมวลชนบันทึกภาพอย่างเด็ดขาด ก่อนจะคุมตัวส่งศาลเด็กและเยาวชนตามขั้นตอน
- คุ้มครองสิทธิ์ผู้ต้องหาเยาวชน: เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยทำการปกปิดตัวตนและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำงานร่วมกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และสหวิชาชีพตามกระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัว
- ส่งมอบร่างประกอบพิธีศาสนา: ตำรวจภูธรภาค 7 ได้ทำการถอดอายัดร่างของน้ององุ่นแล้ว ขณะนี้ครอบครัวอยู่ระหว่างเตรียมรับร่างจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ณ วัดลิเจีย อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในวันอังคารนี้ (9 มิ.ย. 69)



























































