กมธ.การตำรวจ เตรียมเชิญ "ภาวุธ" เข้าให้ข้อมูล
กมธ.การตำรวจ เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมในสัปดาห์หน้าเพื่อขอมติเชิญ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เข้าชี้แจงกรณีดีเอสไอพบหลักฐานโอนเงิน 28 ล้านบาท เชื่อมโยงกลุ่มซื้อขายเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมาธิการ ป.ป.ง. เดินหน้าประสานความร่วมมือกับ 3 หน่วยงานระดับประเทศ เร่งตรวจสอบ 3 บริษัท ระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) หลังพบเส้นทางการเงินพัวพันกลุ่มโบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย ซึ่งสร้างความเสียหายสะพัดกว่าพันล้านบาทต่อปี เพื่อสกัดกั้นและลดจำนวนผู้เสียหาย
กรรมาธิการตำรวจเตรียมขอมติเชิญ "ภาวุธ" แจงปมเส้นเงิน 28 ล้านบาท
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เตรียมนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมกรรมาธิการตำรวจฯ เพื่อพิจารณาเชิญ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ใช้กลไกของกรรมาธิการฯ ในการอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส
- ที่มาของกรณีดังกล่าว: สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางดีเอสไอ (DSI) ได้มีการแถลงข่าวถึงความเชื่อมโยงของนายภาวุธ กับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ซื้อขายเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จนนำไปสู่การพบหลักฐานการโอนเงินจำนวน 28 ล้านบาท
- แนวทางการดำเนินงานต่อไป: สำหรับวัน-เวลาที่จะเชิญตัวนายภาวุธเข้ามาชี้แจง รวมถึงการพิจารณาว่าจะเชิญบุคคลหรือตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ มาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยหรือไม่นั้น จะมีการนำเรื่องเข้าหารือในกรรมาธิการตำรวจฯ เพื่อกำหนดความชัดเจนทั้งหมดอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
อนุกรรมการ ป.ป.ง. ตรวจสอบ "Payment Gateway" โยง Forex เถื่อน เสียหายพันล้าน
นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการป้องกันการฟอกเงิน เร่งประสานความร่วมมือกับ 3 หน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ เพื่อเข้าตรวจสอบกลุ่มบริษัทระบบรับชำระเงิน หรือ Payment Gateway
หลังพบเบาะแสสำคัญว่าอาจเป็นช่องทางในการโอนเงินให้กับแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex ต่างประเทศที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งสร้างความเสียหายสะพัดสูงถึงกว่าพันล้านบาทต่อปี
เปิดพฤติการณ์ย้อนแย้ง 3 บริษัทรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
จากการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานธุรกรรมในเบื้องต้น พบพฤติการณ์ของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่กลับมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์ Forex ชื่อดังอย่างย้อนแย้ง
- บริษัท พ. : พบพฤติการณ์รับชำระเงินผ่านระบบ QR Code หน้าเว็บไซต์ แล้วโอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรง เพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบของโบรกเกอร์
- บริษัท ม. : พบหลักฐานสลิปการโอนเงินและเส้นทางธุรกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับการเติมเงินเข้าสู่แพลตฟอร์มของโบรกเกอร์
- บริษัท อ. : พบเบาะแสการทำหน้าที่เป็นตัวกลางชำระเงิน (SmartPay) ให้กับกลุ่มแพลตฟอร์มรายใหญ่
ประสาน 3 หน่วยงานหลัก เดินหน้ากวาดล้าง-ยึดทรัพย์ถอนรากถอนโคน
คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงเตรียมดำเนินการทำหนังสือสอบถามและขอความร่วมมือในการกวาดล้างขบวนการดังกล่าว ไปยัง 3 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
- ธนาคารแห่งประเทศไทย
- สำนักงาน ปปง.
เป้าหมายการดำเนินงาน: เพื่อขอความร่วมมือให้ร่วมกันแกะรอยเส้นทางการเงิน ทำการยึดอายัดทรัพย์สิน และขยายผลดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแบบถอนรากถอนโคน โดยหากข้อมูลพบว่ากลายเป็นการกระทำความผิดจริง จะได้ทำการยับยั้งและสกัดกั้น เพื่อลดจำนวนผู้เสียหายต่อไป



























































