กล้วยหอมทองเพชรบุรี
กล้วยหอมทองเพชรบุรี: สุดยอดผลไม้ไทยที่ทั่วโลกต้องลิ้มลอง
สวัสดีครับคุณผู้ชมทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่เรื่องราวสุดพิเศษของ กล้วยหอมทองเพชรบุรี ผลไม้ชั้นเลิศที่ได้รับการการันตีระดับ GI และเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดเพชรบุรี บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของกล้วยหอมทอง ตั้งแต่ถิ่นกำเนิด เอกลักษณ์เฉพาะตัว ประโยชน์ต่อสุขภาพ ไปจนถึงนวัตกรรมการแปรรูปที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตอันล้นเหลือนี้
เช้าวันนี้ เราจะมาติดตามค้นหาเรื่องราวของกล้วยหอมทองเพชรบุรี กล้วยหอมชั้นดีที่ได้รับการการันตีระดับ GI รสชาติจะน่าลิ้มลองแค่ไหน ไปลุยกันครับ
เริ่มต้นวันด้วยเมนูสุดพิเศษจากกล้วยหอมทอง
ก่อนที่เราจะพาคุณไปลุยสวนกล้วยหอมทอง สตางค์และทีมงานขอชวนคุณมาสัมผัสกับเสน่ห์ของกล้วยหอมทองในรูปแบบอาหารเช้าสไตล์ฟิวชั่น ที่อาจารย์แจงได้เตรียมไว้ให้เราได้ลิ้มลอง เมนูแรกคือ แซนด์วิชแกงมัสมั่นกล้วยหอมทอง และเมนูที่สองคือ แซนด์วิชแยมกล้วยหอมทอง เสิร์ฟคู่กับน้ำชาที่ทำจากหัวปลีและไม้ขวาง
อาจารย์แจงเล่าว่า เมนูทั้งหมดนี้มีสรรพคุณมากมาย หากจะให้อธิบายคงยาวเหยียด แต่สรุปสั้นๆ คือ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยปรับสมดุลร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และยังเป็นภูมิต้านทานเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีเยี่ยมในการป้องกันเบาหวานและมะเร็งอีกด้วย นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของกล้วยหอมทอง
ธนาคารหน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง: หัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
พี่กอล์ฟ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มสหกรณ์การเกษตรท่ายาง ได้เล่าถึงความน่ารักและความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกในกลุ่มว่า ที่นี่มีการจัดตั้ง "ธนาคารหน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง" ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมการเพาะปลูกและกระจายหน่อพันธุ์กล้วยหอมทองภายในกลุ่มสมาชิก โดยหน่อพันธุ์จะถูกจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้เพียงหน่อละ 8-10 บาท
หน่อกล้วยที่นำมาปลูกควรมีอายุประมาณ 1-3 เดือน หลังจากนำหน่อลงปลูกแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนจึงจะเริ่มตกปลี เมื่อตกปลีแล้ว ต้องรออีก 2 สัปดาห์จึงจะตัดปลีทิ้ง และหลังจากตัดปลีทิ้งไปอีกประมาณ 55-60 วัน ผลผลิตก็จะพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว รวมระยะเวลาตั้งแต่ปลูกหน่อจนถึงตัดผลผลิตได้อยู่ที่ประมาณ 9 เดือน
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ หากคนจังหวัดอื่นที่รับชมรายการและมีความสนใจอยากปลูกกล้วยหอมทอง แต่ขาดเงินทุนในการซื้อหน่อพันธุ์ ที่นี่ก็มีโครงการช่วยเหลือ โดยสามารถทำเรื่องขอยืมหน่อพันธุ์ได้ เช่น หากต้องการ 1,000 หน่อ ก็สามารถทำเรื่องขอยืมได้ โดยจะมีการทำ MOU ว่าจะคืนหน่อพันธุ์ภายในหนึ่งปี ซึ่งเป็นไปได้ง่ายมาก เพราะกล้วยหนึ่งต้นสามารถแตกหน่อได้ถึง 5-10 หน่อ ทำให้สามารถคืนหน่อพันธุ์ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องลงทุน นี่คือการเกื้อกูลกันที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง หากคุณผู้ชมสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ของภัตตาคารบ้านทุ่ง
กล้วยหอมทองเพชรบุรี: เอกลักษณ์ที่ได้รับการรับรอง GI
กล้วยหอมทองเพชรบุรี ไม่ใช่แค่กล้วยหอมธรรมดา แต่เป็นกล้วยหอมพันธุ์กอสบิเชลล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ผลมีรูปทรงยาว ปลายจุกกล้วยยาว เปลือกบาง ผลดิบมีสีเขียวอ่อน แต่เมื่อสุกเปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล เนื้อกล้วยมีสีครีมถึงเหลืองอ่อน ไร้เมล็ด เนื้อเนียนละเอียด ละมุนนุ่มฟู และมีรสชาติหอมหวานเป็นเอกลักษณ์
นี่คือของดีของจังหวัดเพชรบุรีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (Geographical Indication) ซึ่งเป็นการรับรองว่ากล้วยหอมทองเพชรบุรีมีคุณภาพและชื่อเสียงที่มาจากแหล่งผลิตในจังหวัดเพชรบุรีเท่านั้น
จีไอได้ให้คำจำกัดความของกล้วยหอมทองเพชรบุรีไว้ว่า "ไส้ไม่ฉ่ำ หวานหอม เนื้อแน่น" และอาจารย์แจงยังเสริมอีกว่า "เหนียวแน่นหนึบ กินแล้วกรึบๆ มีกำลัง" นี่คือคุณสมบัติที่ครบถ้วนของกล้วยหอมทองเพชรบุรี ที่ทำให้ใครได้ลิ้มลองก็ต้องหลงใหลในความหอมอร่อยและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์
จุดขายสำคัญของกล้วยหอมทองเพชรบุรีคือกลิ่นหอมที่เป็นธรรมชาติ สีสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อสุก ผิวจะไม่เป็นจุดด่างดำ แต่จะเป็นสีเหลืองทองทั่วทั้งผล และเนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบเป็นพิเศษ
ประวัติศาสตร์อันยาวนานของกล้วยหอมทองในเพชรบุรี
การปลูกกล้วยหอมทองในเพชรบุรีนั้นมีมาอย่างยาวนาน ไม่สามารถระบุปีที่แน่นอนได้จากการจดบันทึก แต่เชื่อกันว่ามีมานานหลายร้อยปี โดยเฉพาะตามทฤษฎีของ GI เพชรบุรีกล้วยหอมเพชรบุรีนั้น มีความเชื่อมโยงกับ ประเพณีวัวลาน ซึ่งมีการใช้กล้วยในการโด๊ปวัว เหมือนนักกีฬาที่ทานกล้วยเพื่อให้สดชื่นและมีแรง กล้วยมีเอนไซม์ที่ช่วยให้อารมณ์ดี กระปรี้กระเปร่า เพราะเมื่อได้ทานแล้วจะรู้สึกฟิน
การที่กล้วยหอมทองเพชรบุรีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) นั้น มีเหตุผลสำคัญคือ เพชรบุรีเป็นพื้นที่แรกๆ ที่มีการปลูกกล้วยหอมทองในประเทศ และยังเป็นแหล่งปลูกที่มีสภาพดินและน้ำที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของกล้วยหอมทอง ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์โดดเด่น
อาจารย์แจง: ผู้พลิกวิกฤตกล้วยล้นตลาด สู่ความยั่งยืนของเกษตรกร
อาจารย์สุกัญญา มีนา หรือที่รู้จักกันในนามอาจารย์แจง ผู้ซึ่งเคยทำงานเป็นที่ปรึกษากระทรวงอุตสาหกรรม และดูแลระบบโรงงานด้านอาหารทุกชนิดมานานกว่า 30 ปี ดูแลโรงงานมาแล้วกว่า 1,700 แห่ง ได้กลับมายังเพชรบุรีและเผชิญกับสถานการณ์ที่กล้วยหอมทองล้นตลาด ผลผลิตจำนวนมากเกิดความเสียหายเนื่องจากสุกงอมและไม่สามารถระบายออกได้หมด ไม่ว่าจะนำไปบริจาคสวนสัตว์หรือแจกจ่ายก็ยังคงมีปริมาณมาก
จากสถานการณ์นี้ อาจารย์แจงจึงเกิดแนวคิดที่จะคิดค้นนวัตกรรมเพื่อต่อยอดและแปรรูปกล้วยหอมทอง แทนที่จะปล่อยให้เสียหาย เธอต้องการยกระดับกล้วยหอมทองของดีในบ้านเกิดให้มีชื่อเสียง และนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชน
หัวใจสำคัญของการพัฒนานี้คือการนำผลิตภัณฑ์กล้วยหอมทองแปรรูปออกสู่ตลาดที่กว้างขึ้น และใช้ปริมาณกล้วยมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือ ความยั่งยืนของเกษตรกร ที่สามารถปลูกกล้วยได้มากขึ้น เนื่องจากกล้วยเป็นพืชที่น่ารัก การปลูกกล้วยทำให้สวนสดชื่น ผู้ปลูกมีสุขภาพดี และสิ่งแวดล้อมก็ได้รับอากาศที่ดีไปด้วย นี่คือผลพวงที่อาจารย์แจงปรารถนาอย่างยิ่ง
อาจารย์แจงผู้มีประสบการณ์จากการเดินทางไปช่วยเหลือหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก ได้นำองค์ความรู้และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกลับมาช่วยพัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง นี่คือความภาคภูมิใจและเป็นอนุโมทนาบุญอย่างยิ่ง
ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตกล้วยหอมทอง ต้องอาศัยความแข็งแรงและเทคนิคที่ถูกต้อง ดังที่สตางค์ได้ลองตัดปลีกล้วยด้วยตัวเอง ซึ่งต้องออกแรงอย่างมาก และต้องจับให้แน่นและลึกพอสมควร แต่เมื่อดูบรรดาเซียนที่ตัดกล้วยด้วยความว่องไวแล้ว ก็ยิ่งเห็นถึงความเชี่ยวชาญของเกษตรกร
นวัตกรรมการแปรรูป: แกงมัสมั่นกล้วยหอมทอง สู่ตลาดโลก
อาจารย์แจงได้คิดค้นสูตรใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ แกงมัสมั่นไก่ใส่กล้วยหอมทอง เพื่อทดแทนการใช้มันฝรั่งในแกงมัสมั่น สูตรนี้เป็นสูตรที่สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 3 ปี และวัตถุดิบที่ใช้คือกล้วยหอมทองที่มีความสุกประมาณ 70% ซึ่งเหมาะสำหรับการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น พม่า ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ขั้นตอนการทำแกงมัสมั่นกล้วยหอมทอง
เริ่มต้นเมนูแรกนี้ สตางค์ได้รับเกียรติจากป้าอึ่ง ป้าเฉย และอาจารย์แจง มาร่วมกันปรุงแกงมัสมั่น ซึ่งเป็นแกงที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแกงยอดนิยมอันดับหนึ่งของโลก การนำกล้วยหอมทองมาใช้ในเมนูนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย
- การเตรียมวัตถุดิบ: ปอกหอม แกะกระเทียม ก่อเตา จุดไฟ ลิดผิวมะกรูด ซอยหั่นตะไคร้ ปอกมะพร้าว ซอยหอมแดง ซอยหัวข่า กระเทาะกะลา ขูดมะพร้าว ซอยหอมหัวใหญ่ แช่มะขามเปียกในน้ำ คั่วพริกแห้งเม็ดใหญ่และพริกจินดา ปอกกล้วยหอมทองเพชรบุรีแล้วแช่พักไว้ในน้ำมะขามเปียกเพื่อให้กล้วยขาวสวยไม่ดำ คั่วเมล็ดยี่หร่า ลูกผักชี การพลู อบเชย โป๊ยกั๊ก ลูกจันทน์ หั่นกล้วยเป็นชิ้นพอคำ เตรียมเนื้อสะโพกไก่ (ในผลิตภัณฑ์แปรรูปอาจารย์ใช้เนื้ออกไก่ล้วนเพื่อสุขภาพ) ล้างเนื้อไก่ให้สะอาด คั่วลูกกระวาน กะปิห่อใบตอง พริกไทยดำ และใบกระวาน
- การทำพริกแกง: นำสมุนไพรที่คั่วไว้มาโขลกให้แหลกละเอียด รากผักชี ผิวมะกรูด หัวข่า ตะไคร้ โขลกรวมกัน ย่างกะปิให้หอม ปิดท้ายด้วยการใส่กะปิ โขลกถั่วลิสงและกระเทียม หอมแดงที่คั่วไว้
- การปรุงแกง: ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชตามด้วยเครื่องแกงที่โขลกไว้ ผัดให้ส่งกลิ่นหอม เติมหัวกะทิ นำชิ้นไก่ใส่ลงไปผัดคลุกเคล้ากับเครื่องแกงให้เข้าเนื้อ ราดด้วยกะทิให้ท่วม ตามด้วยชิ้นกล้วยหอมทอง (แทนมันฝรั่ง) ใส่เครื่องเทศบางตัวเพิ่มเติมเป็นชิ้นๆ ปล่อยให้เดือดสักพัก เมื่อน้ำแกงเดือดอีกรอบจึงใส่หอมหัวใหญ่และถั่วลิสง ปล่อยให้เนื้อไก่สุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลโตนด น้ำมะขามเปียก และน้ำปลา ราดหัวกะทิเพิ่มความมัน
รสชาติของแกงมัสมั่นกล้วยหอมทองเพชรบุรีนั้นอร่อยดี๊ดี หอมกลิ่นสมุนไพรเครื่องเทศ โดยเฉพาะยี่หร่า เนื้อไก่สุกเปื่อยนุ่มชุ่มหวาน ผสมผสานกับชิ้นกล้วยหอมทองที่ให้สัมผัสหนึบหนับคล้ายมันฝรั่งทดแทนกันได้อย่างลงตัว หากไม่บอกคงแยกไม่ออกเลยว่านี่คือกล้วย สิ่งที่น่าชื่นใจยิ่งนักคือ เมนูบ้านๆ นี้ได้ผ่านนวัตกรรมจนโกอินเตอร์ ทำให้กล้วยหอมทองเพชรบุรีได้ไปสู่ตลาดโลก และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านได้อย่างมั่นคง
แกงเขียวหวานกล้วยหอมทอง: เมนูใหม่ที่กำลังจะสร้างชื่อ
มาลุยต่อกับเมนูที่สองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ แกงเขียวหวานกล้วยหอมทอง ซึ่งอาจารย์แจงกำลังพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นต่อไป
ขั้นตอนการทำแกงเขียวหวานกล้วยหอมทอง
- การเตรียมวัตถุดิบ: ซอยตะไคร้ ปอกหอมแดง แกะกระเทียม ซอยหัวข่า ลิตผิวมะกรูด ปอกขมิ้นแล้วซอยหั่น สับพริกขี้ฟ้าเขียว ซอยพริกชี้ฟ้าเหลืองแดงสำหรับโรยหน้า (อาจารย์แจงแนะนำให้ตัดก้านขั้วพริกออกแทนการเด็ด เพื่อคงกลิ่นหอม) ผ่ามะเขือเปราะแช่น้ำเกลือ รีดปอกกล้วยหอมทอง คั้นกะทิ
- การทำพริกแกง: โขลกสมุนไพรเครื่องเทศที่คั่วไว้ตั้งแต่เมนูแรก เช่น ยี่หร่า ลูกกระวาน และลูกผักชี นำผิวมะกรูด หัวข่า ตะไคร้ ลงครกโขลกให้แหลก หั่นชิ้นกล้วยสำหรับใส่ในแกง เด็ดใบโหระพา ฉีกรูดใบมะกรูด ใส่กระเทียม หอมแดง ขมิ้น พริกชี้ฟ้าเขียว และพริกขี้หนูลงไปโขลกรวมกัน เติมกะปิและเกลือแกง
- การปรุงแกง: เติมถ่านใส่เตา เทน้ำมันลงในกระทะ ตามด้วยพริกแกงเขียวหวาน หยอดหัวกะทิ ผัดให้ส่งกลิ่นหอม พร้อมใส่ชิ้นน่องไก่ ผัดคลุกเคล้าให้สมุนไพรแทรกซึมเข้าเนื้อ ราดกะทิให้พอท่วม ตามด้วยน้ำล้างครก และชิ้นกล้วยหอมทองเพชรบุรี ปล่อยแกงให้ไก่สุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา หัวกะทิ มะเขือเปราะ และน้ำตาลโตนด โรยใบมะกรูดเพิ่มกลิ่นหอม ใส่ถั่วลันเตาแทนมะเขือพวง ใส่ฟืนเพิ่มเพื่อให้ทุกอย่างสุกเปื่อย เมื่อน้ำเดือดอีกรอบใส่พริกชี้ฟ้าเหลืองแดงโรยปิดท้ายด้วยใบโหระพา
แกงเขียวหวานกล้วยหอมทองนี้จะกินคู่กับขนมจีน รสชาติอร่อยเข้มข้นด้วยความมันหวานจากกะทิ หอมกลิ่นสมุนไพรเครื่องเทศและใบโหระพา เมื่อกินคู่กับขนมจีนยิ่งเข้ากันได้ดีเยี่ยม แต่ละคนต่างชื่นชอบ โดยเฉพาะน่องไก่ชิ้นโตที่สุกเปื่อยนุ่มน่ากัด รวมถึงมะเขือเปราะ ถั่วลันเตา และกล้วยหอมทองที่ให้สัมผัสหนึบมันหวานผสมผสานกับน้ำแกงได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกคนเพลิดเพลินกับรสชาติความอร่อยนี้
บทสรุป: ความภาคภูมิใจของกล้วยหอมทองเพชรบุรี
กล้วยหอมทองเพชรบุรีไม่ใช่แค่ผลไม้ธรรมดา แต่เป็นผลผลิตที่มีเรื่องราว มีประวัติศาสตร์ และมีศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่น่าทึ่ง ด้วยความร่วมมือร่วมใจของเกษตรกร การสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญอย่างอาจารย์แจง และการได้รับการรับรอง GI ทำให้กล้วยหอมทองเพชรบุรีเป็นมากกว่าแค่กล้วย แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น ความยั่งยืน และความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่น
จากการเป็นผลผลิตที่เคยล้นตลาด สู่การแปรรูปเป็นเมนูอาหารระดับโลกที่สามารถส่งออกไปต่างประเทศ กล้วยหอมทองเพชรบุรีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การนำวัตถุดิบคุณภาพดีมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
- เกร็ดความรู้
"กล้วยหอมทองเพชรบุรี" ได้รับขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI เนื่องจากมีเอกลักษณ์ เป็นกล้วยที่ไร้เมล็ด เนื้อเนียนละเอียด ละมุน นุ่มฟู ไส้ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหอมหวาน เนื่องจากพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ และชาวบ้านปลูกกันมาตั้งแต่ในอดีต จนสามารถส่งออกต่างประเทศมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันนำไปสู่การพัฒนาต่อยอด เป็นเมนูแกงมัสมั่นบรรจุกระป๋อง เมนูอาหารไทยรสชาติดีที่ต่างชาติยอมรับ
ติดตามชมได้ในรายการ ภัตตาคารบ้านทุ่ง ตอน กล้วยหอมทองเพชรบุรี วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 เวลา 16.05 - 16.30 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
- 02:40
มื้อสุดฟิน กินบนดอย
17 ม.ค. 68 - 27:05
หอมชู
18 ม.ค. 68 - 27:01
มะเขือเทศต้น
25 ม.ค. 68 - 25:00
"ต้มยำกุ้ง" มรดกไทย มรดกโลก
1 ก.พ. 68 - 24:47
มะนาวเพชรบุรี
8 ก.พ. 68 - 24:58
หอยท้ายเภา
15 ก.พ. 68 - 24:41
บอนกลัก
22 ก.พ. 68 - 25:00
หยองดักปูดำ
1 มี.ค. 68 - 24:54
หอยไม้ไผ่
8 มี.ค. 68 - 24:39
ชมพู่มะเหมี่ยว
15 มี.ค. 68 - 25:00
มะตูมไข่
22 มี.ค. 68 - 24:59
ตำนานดิน
5 เม.ย. 68 - 24:47
ชำมะเลียง
12 เม.ย. 68 - 24:52
ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ
19 เม.ย. 68 - 24:58
ตอนพิเศษ รสชาติที่หายไป ปีที่ 2
26 เม.ย. 68 - 25:06
ลำพู
3 พ.ค. 68 - 25:10
ผักโขมบ้าน
10 พ.ค. 68 - 25:26
มะพร้าวไฟ
17 พ.ค. 68 - 25:21
กล้วยงาช้าง
24 พ.ค. 68 - 25:15
มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
31 พ.ค. 68 - 25:26
ลูกตำลึง
7 มิ.ย. 68 - 25:30
ปลากะเตา
14 มิ.ย. 68 - 25:15
ส้มลม
21 มิ.ย. 68 กล้วยหอมทองเพชรบุรี
28 มิ.ย. 68- 25:35
ปลานวลจันทร์ทะเล
5 ก.ค. 68 - 25:38
เบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ยกพลคนน้ำพริก
12 ก.ค. 68 - 25:29
มะพูด
19 ก.ค. 68 - 25:35
ยอบ้าน
13 ก.ย. 68 - 25:39
ดุกดี ปทุมธานี
20 ก.ย. 68 - 25:32
หอยดักด่าน
27 ก.ย. 68
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
- 02:40
มื้อสุดฟิน กินบนดอย
17 ม.ค. 68 - 27:05
หอมชู
18 ม.ค. 68 - 27:01
มะเขือเทศต้น
25 ม.ค. 68 - 25:00
"ต้มยำกุ้ง" มรดกไทย มรดกโลก
1 ก.พ. 68 - 24:47
มะนาวเพชรบุรี
8 ก.พ. 68 - 24:58
หอยท้ายเภา
15 ก.พ. 68 - 24:41
บอนกลัก
22 ก.พ. 68 - 25:00
หยองดักปูดำ
1 มี.ค. 68 - 24:54
หอยไม้ไผ่
8 มี.ค. 68 - 24:39
ชมพู่มะเหมี่ยว
15 มี.ค. 68 - 25:00
มะตูมไข่
22 มี.ค. 68 - 24:59
ตำนานดิน
5 เม.ย. 68 - 24:47
ชำมะเลียง
12 เม.ย. 68 - 24:52
ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ
19 เม.ย. 68 - 24:58
ตอนพิเศษ รสชาติที่หายไป ปีที่ 2
26 เม.ย. 68 - 25:06
ลำพู
3 พ.ค. 68 - 25:10
ผักโขมบ้าน
10 พ.ค. 68 - 25:26
มะพร้าวไฟ
17 พ.ค. 68 - 25:21
กล้วยงาช้าง
24 พ.ค. 68 - 25:15
มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
31 พ.ค. 68 - 25:26
ลูกตำลึง
7 มิ.ย. 68 - 25:30
ปลากะเตา
14 มิ.ย. 68 - 25:15
ส้มลม
21 มิ.ย. 68 กล้วยหอมทองเพชรบุรี
28 มิ.ย. 68- 25:35
ปลานวลจันทร์ทะเล
5 ก.ค. 68 - 25:38
เบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ยกพลคนน้ำพริก
12 ก.ค. 68 - 25:29
มะพูด
19 ก.ค. 68 - 25:35
ยอบ้าน
13 ก.ย. 68 - 25:39
ดุกดี ปทุมธานี
20 ก.ย. 68 - 25:32
หอยดักด่าน
27 ก.ย. 68









