มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
มะม่วงอกร่อง: อัญมณีแห่งจันทบุรี สู่ความหอมหวานระดับโลก
สวัสดีครับคุณผู้ชมทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่รายการภัตตาคารบ้านทุ่งครับ เช้าวันนี้สตางค์และทีมงานของเราอยู่กันที่ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ภารกิจดีดีเช้าวันนี้ ได้เวลาชวนคุณผู้ชมมาติดตามค้นหาเรื่องราวของ มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม มะม่วงน้ำกร่อยที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องรสชาติหอมหวานอร่อยเป็นเอกลักษณ์ เราจะไปลุยกันครับ!
เช้าวันนี้สตางค์ได้นัดหมายกับ ป้าสาว รองประธานกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงาม จุดแรกป้าสาวจะพาสตางค์ไปดูมะม่วงต้นโบราณ อายุนมนานกว่าร้อยปี ณ บ้านของป้าบุหงา มะม่วงเหล่านี้เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่รุ่นพ่อ ที่ยังคงให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง สวนของป้าบุหงามีมะม่วงอกร่องรวมประมาณหกสิบต้น โดยต้นที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุถึง 120 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนถึงความเก่าแก่และความผูกพันของชุมชนกับมะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม ไม่ได้เป็นเพียงมะม่วงพื้นถิ่นโบราณทั่วไป แต่เป็นมะม่วงที่มีรสชาติหวานจัดและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ป้าสาวเล่าให้ฟังว่าพื้นที่ในหมู่บ้านเสม็ดงามแห่งนี้ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนปลูกมะม่วงอกร่อง บางบ้านอาจจะมีมะพร้าวแซมบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็คือมะม่วงอกร่อง ซึ่งต่อมาภายหลังจึงได้มีการปลูกมะม่วงพันธุ์อื่น ๆ เช่น เขียวเสวยแซมเข้ามาบ้าง
ทำไมมะม่วงอกร่องเสม็ดงามจึงขึ้นชื่อ?
ป้าสาวเผยเคล็ดลับที่ทำให้มะม่วงอกร่องเสม็ดงามมีชื่อเสียงโด่งดัง นั่นเป็นเพราะพื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่บน เกาะที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำเค็ม ทั้งหมู่ 10 และหมู่ 11 ดินที่นี่จึงมีการทับถมของตะกอนน้ำเค็มมาเป็นเวลานาน ทำให้กลายเป็น มะม่วงน้ำกร่อย ที่มีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นี่คือสิ่งที่ไม่เหมือนใคร และเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากในมะม่วงพันธุ์อื่น ๆ
จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดในอดีต พบว่าในหมู่บ้านเสม็ดงามแห่งนี้ มีแร่ธาตุกำมะถันในดินเยอะมาก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้มะม่วงอกร่องเสม็ดงามมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และรสชาติหวานที่แตกต่างออกไป
รสชาติและลักษณะเด่นของมะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
รสชาติของมะม่วงอกร่องเสม็ดงามนั้น เป็นความหวานที่ไม่เหมือนใคร ป้าสาวอธิบายว่า "หวานแบบธรรมชาติ หวานมะม่วง" คือ หวานไม่แหลม ไม่เจ็บคอ และไม่แสบ แต่กลับมีความกลมกล่อมและหอมอย่างยิ่ง หากเป็นมะม่วงที่แก่จัดและบ่มจนสุกเต็มที่ จะไม่มีรสชาติอมเปรี้ยวเลย
ดังนั้น มะม่วงอกร่องเสม็ดงามจึง เหมาะอย่างยิ่งที่จะรับประทานผลในระยะสุก ซึ่งหมายถึงการเก็บจากต้นแล้วนำมาบ่ม เนื่องจากถ้าสุกคาต้นหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "สุกปากตะกร้อ" ผลจะร่วงหล่นเสียหาย และที่สำคัญคือจะมีรสชาติอมเปรี้ยวและอาจมีรสชาติคันคอระคายคอได้
ที่มาของชื่อ "มะม่วงอกร่อง"
ป้าสาวอธิบายถึงที่มาของชื่อ "มะม่วงอกร่อง" ว่ามาจาก ลักษณะของผลมะม่วงที่มีส่วนอกนูนเด่นและเว้าเป็นร่องลึก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้มะม่วงพันธุ์นี้แตกต่างจากมะม่วงพันธุ์อื่น ๆ
การผลักดันสู่สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
ปัจจุบัน สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีกำลังผลักดันให้ มะม่วงอกร่องเสม็ดงามเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งจะเป็นการรับรองคุณภาพ แหล่งที่มา และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะม่วงอกร่องเสม็ดงามในตลาดโลก
การดูแลและการเก็บเกี่ยวมะม่วงอกร่อง
การเก็บเกี่ยวมะม่วงอกร่องนั้นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจาก ยางของมะม่วงสามารถกระเด็นออกมาได้เยอะมาก ดังนั้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องใช้ ไม้สอยยาว ๆ และสวม หมวกคลุม เพื่อป้องกันยางมะม่วงที่อาจฉีดออกมาเมื่อดึงขั้วผลหลุด
ลักษณะประจำพันธุ์ของมะม่วงอกร่อง
ลำต้น: เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง ลำต้นแตกกิ่งหลักและกิ่งแขนงมาก ทำให้แลดูเป็นทรงพุ่มหนาทึบ เปลือกลำต้นมีสีเทาอมดำ
ผล: มะม่วงอกร่องจะมีรูปไข่อวบใหญ่และค่อนข้างแบนเล็กน้อย ด้านหน้าผลโค้งนูนแล้วค่อย ๆ เล็กขอดลงทางปลายผล ด้านล่างบางผลจะเห็นมีปุ่มนูนชัดเจน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "สะดือมะม่วง"
ความพิเศษของเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอม
เมื่อกัดเข้าไปในเนื้อมะม่วงอกร่องดิบที่ยังกรอบ บางครั้งจะได้ยินเสียง "ลั่น" ซึ่งหมายถึงความกรอบคล้ายกับมะม่วงฟ้าลั่นที่ต้องกินอ่อน ๆ เมื่อเราผ่ามะม่วงอกร่องออกมา จะได้กลิ่นหอมฟุ้งลอยขึ้นมาทันที เพียงแค่ดมก็สามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของมะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
สำหรับมะม่วงดิบ ป้าบุหงาแนะนำว่า "ยำน่าจะอร่อย" โดยเฉพาะเมื่อนำไปกินกับยำหัวข่า ซึ่งเป็นเมนูพื้นถิ่นที่น่าสนใจ และสตางค์เองก็จะได้ลิ้มลองความเข้ากันของมะม่วงกับหัวข่าในวันนี้
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการกัดบริเวณขั้วผลมะม่วง เพราะอาจมียางมะม่วงติดอยู่ ซึ่งจะทำให้ ปากเปื่อย ได้
การพัฒนาคุณภาพและการตลาด: สวนต้นแบบ GAP
สวนของป้าสาวได้เข้าร่วม กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงาม และได้รับเลือกให้เป็น สวนต้นแบบในการดูแลมะม่วงแบบระยะปลอดภัยมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) เพื่อพัฒนาคุณภาพและการตลาดของมะม่วงอกร่องเสม็ดงามให้ดียิ่งขึ้น
การแก้ไขปัญหาแมลงวันทอง
พื้นที่การทำสวนมะม่วงมักพบปัญหาเรื่อง แมลงวันทอง เข้ามารบกวนเป็นจำนวนมาก ทางเกษตรจังหวัดจึงได้นำ แมลงวันทองตัวผู้ที่ผ่านการฉายแสงให้เป็นหมัน มาปล่อยในพื้นที่สวน เพื่อให้เกิดการผสมพันธุ์กับแมลงวันทองตัวเมียในธรรมชาติ และออกไข่แต่ไม่ได้ออกตัว ซึ่งเป็นวิธีการลดจำนวนการเกิดใหม่ของแมลงวันทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกร ห่อมะม่วงด้วยถุงคาร์บอน ซึ่งมีลักษณะ 2 แบบ คือ ถุงสีแดง และ ถุงสีน้ำตาล วิธีนี้ช่วยป้องกันแมลงและศัตรูพืชต่าง ๆ ได้ดี
เรื่องเล่าจากพระราชดำริและจุดเปลี่ยนของมะม่วงอกร่อง
ป้าสาวเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาที่จังหวัดจันทบุรี และมีการนำมะม่วงอกร่องเสม็ดงามทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งพระองค์ได้มีโอกาสเสวยและ ทรงชมว่าเป็นมะม่วงที่อร่อย แต่ให้ระวังเรื่องหนอนที่ติดมากับมะม่วง
จากพระราชดำริดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านหันกลับมาใส่ใจในการปลูกและดูแลมะม่วงอกร่องมากขึ้น ทำให้เป็นที่นิยมและ กลายมาเป็นมะม่วงที่มีราคาสูงในปัจจุบัน
เคล็ดลับการบ่มมะม่วงอกร่องให้หอมหวานอร่อย
หากมะม่วงอกร่องไม่ได้รับการบ่มและสุกงอมหรือสุกปากตะกร้อคาต้น แม้จะมีรสชาติหวานแต่จะมี กลิ่นยางมาก และยางจะซึมเข้าไปในเนื้อ ทำให้รสชาติไม่น่ารับประทาน ชาวบ้านจึงนิยมเก็บมะม่วงมาบ่มมากกว่า
ขั้นตอนการบ่มมะม่วงอกร่อง:
- ล้างทำความสะอาด: นำมะม่วงมาล้างด้วยน้ำผสมน้ำยาล้างจาน จากนั้นล้างต่อด้วยน้ำปูนใส เพื่อช่วยให้ผิวสะอาด ล้างยางและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออก
- ผึ่งให้แห้ง: นำมะม่วงมาผึ่งในพื้นที่โล่งให้ยางแห้งสนิทก่อน ประมาณ 3-4 ชั่วโมง
- เรียงบ่ม: จัดเรียงมะม่วงในพื้นที่ที่จัดไว้ โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองพื้น และวางมะม่วงเรียงแยกตามขนาด (เล็ก กลาง ใหญ่) เป็นแถว โดยเอาขั้วมะม่วงลง
- ปิดคลุม: ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ปิดคลุมมะม่วง จากนั้นนำ ก้อนแก๊สห่อ วางไว้ 4 มุม เพื่อช่วยให้เกิดความร้อน แล้วปิดด้วยผ้าคลุม
- ระยะเวลาบ่ม: ใช้เวลาบ่มประมาณ 4 คืน มะม่วงก็จะสุกเหลืองสวย กลิ่นหอมลอยขึ้นมาเลยล่ะครับ!
มะม่วงอกร่องที่บ่มจนสุกจะมี กลิ่นหอมแรงมาก หอมมากกว่ามะม่วงพันธุ์อื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดเจน
เมนูเด็ดจากมะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
ยำข่าอ่อนหอยน้ำแตก: การผสมผสานที่ลงตัว
มาเริ่มต้นเมนูแรกในวันนี้ สตางค์ได้รับเกียรติจากแม่ครัวใหญ่ คือ ป้าวรรณ ป้านกเอี้ยง และ ป้าลูกจันทร์ ที่เป็นแม่ครัวหลักของวัด มาร่วมกันนำมะม่วงอกร่องเสม็ดงามมาปรุงในแบบฉบับพื้นถิ่น โดยใช้วัตถุดิบที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว นั่นคือ ข่า กับเมนูที่มีชื่อว่า "ยำข่าอ่อนหอยน้ำแตก" เมนูนี้เป็นการนำเมนูพื้นบ้าน 2 เมนูมารวมกัน คือยำข่าอ่อนและยำหอยน้ำแตก
วัตถุดิบและการเตรียม:
- กระเทียมและหอมแดง: ป้าวรรณช่วยแกะกระเทียม ป้านกเอี้ยงเตรียมปอกหอมแดง
- หัวข่าอ่อน: สตางค์และป้าลูกจันทร์จัดแจงซอยหัวข่าอ่อน (สังเกตสีอมชมพู)
- การแช่ข่า: ละลายเกลือในน้ำ บีบน้ำมะนาวใส่ แล้วนำข่าที่ซอยแช่พักไว้ เพื่อไม่ให้ดำ
- มะนาวและหอมแดง: สตางค์ช่วยผ่าแบ่งมะนาว ล้างหอมแดงก่อนบีบน้ำพักไว้ และลงคมซอยหอม
- กระเทียม: ล้างกระเทียมให้สะอาดเช่นกัน
- ก่อเตา: สตางค์ช่วยก่อเตาจุดไฟ
- ใบชะพลู: เด็ดดึงไว้คือใบชะพลู ก่อนจะลงคมซอยหั่น
- กุ้งแห้ง: สตางค์ช่วยโขลกกุ้งแห้ง
- ยอดมะกอก: เด็ดยอดมะกอกซอยเส้นไว้เช่นกัน
- คั่วหอมแดง กระเทียม พริกแห้ง: บ้านป้าลูกจันทร์นำหอมแดงและกระเทียมลงไปคั่ว เมื่อสุกแล้วคั่วพริกแห้งต่อ
- หอยพอก: สตางค์และป้าลูกจันทร์ช่วยกันล้างทำความสะอาดหอยพอก ฟอกขัดถูเนื้อตัวให้สะอาดเอี่ยม
- ย่างกะปิ: นำแผ่นสังกะสีขึ้นตั้งเตา ห่อกะปิใส่ใบตองแล้วนำไปย่างให้สุก
- ย่างหอยพอก: วางหอยพอกบนแผ่นสังกะสีที่ตั้งไฟ เมื่อโดนความร้อน น้ำในตัวหอยจะคายออกมา และตัวหอยจะเปิดฝาอ้าออก (ป้าบอกว่า "อ้าเบ๊อะ") เมื่อหอยตัวไหนคายน้ำจนสะเด็ดแห้ง จึงคีบขึ้นมา ย่างต่อไปจนกว่าจะหมด
- ตำพริกยำ: นำพริกแห้งที่คั่วไว้มาตำให้แหลกป่น จากนั้นผสมหอมและกระเทียม โขลกให้เข้ากัน ปิดท้ายด้วยการเติมกะปิ
- มะม่วง: ใช้มะม่วงอกร่อง 2 ระยะในเมนูนี้ คือ ระยะดิบอ่อน (จะมีความเปรี้ยว) และ ระยะดิบแก่ (จะมีความมันขึ้น) นำมาขูดเป็นเส้นเตรียมไว้
เคล็ดลับการขยำมะม่วงโดยป้าวรรณ:
ป้าวรรณมีเทคนิคเคล็ดลับในการขยำมะม่วง โดยการใช้น้ำปลาผสมกับน้ำตาลทราย เพื่อให้มะม่วงเกิดความนิ่ม และความหวานเค็มแทรกซึมประสานเข้าไปสู่ความเปรี้ยว
ขั้นตอนการปรุงยำ:
- คั้นบีบน้ำมะม่วงออกก่อน 1 รอบ
- ขยำคั้นบีบข่าอ่อนให้สะเด็ดเช่นกัน
- ตักเติมพริกที่โขลกไว้ลงใส่
- ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และตัดหวานเล็กน้อย
- เพิ่มความอร่อยด้วยเนื้อหอยพอกเด้ง ๆ
- ล้างครกให้สะอาดด้วยตัวหอยพอก (เพื่อใช้เศษเนื้อหอยที่ติดครกให้คุ้มค่า)
- คลุกเคล้าให้เครื่องยำแทรกประสาน
- เติมใส่ข่าอ่อน หอมแดง ตามไปคือใบมะกอก ต่อด้วยใบชะพลู
- เพิ่มความเปรี้ยวแซ่บน่าดูด้วยมะม่วงอกร่องคลุกผสมให้เข้ากัน
- โรยปิดท้ายด้วยกุ้งแห้ง พริกขี้หนู และใบสะระแหน่
รสชาติของยำข่าอ่อนหอยน้ำแตก: หน้าตาก็ยั่วน้ำลายแล้ว รสชาติอร่อยแทรกปนประสานความเปรี้ยวแซ่บครบรส ให้ความเปรี้ยวสด ๆ จากเนื้อมะม่วงอกร่องและยอดมะกอก อร่อยใช่หยอกคือเนื้อหอยพอกที่เราย่าง ทั้งเด้งทั้งหนุบกรุบ ๆ น่ากัด อร่อยชะมัดเมื่อผสมพริกยำ หอมเต็ม ๆ คำจากใบชะพลูและสะระแหน่ เป็นเมนูที่เหมาะแท้ ๆ ที่จะเป็นทั้งกับแกล้มและกับข้าวเลยล่ะครับ
ข้าวเหนียวมูนมะม่วงอกร่อง: เมนูสุดคลาสสิกที่พลาดไม่ได้
มาลุยต่อกับเมนูที่สองในวันนี้ ถือว่าพลาดไม่ได้เลยครับ เมื่อเราบ่มมะม่วงอกร่องเสม็ดงามจนสุกแล้ว ก็พร้อมที่จะนำมารับประทานกับเมนูคลาสสิกอย่าง ข้าวเหนียวมูนมะม่วงอกร่อง
การเตรียมข้าวเหนียวมูน:
- ปอกมะพร้าว: เกษตรตำบลคนหล่อ น้องมอส ช่วยปอกมะพร้าว เทน้ำลงใส่หม้อนึ่ง
- นึ่งข้าวเหนียว: จัดการส่งข้าวเหนียวที่หม่าแช่ไว้ลงใส่หวด เพิ่มกลิ่นความหอมด้วยใบเตย แล้วยกนำไปนึ่งให้สุก
- ขูดมะพร้าว: น้องมอสนำไปสาวขูด (มะม่วงกะตอย)
- คั้นกะทิ: เตรียมคั้นกะทิ
- เตรียมน้ำกะทิสำหรับมูลข้าวเหนียว: นำใบเตยมาใส่ลงในหม้อน้ำกะทิ ตัดเกลือเล็กน้อย กวนคนให้เข้ากัน เทน้ำตาลทรายลงไปผสมละลายกับน้ำกะทิ แล้วยกนำไปตั้งไฟ
- เตรียมน้ำกะทิสำหรับราดหน้า: เทน้ำตาลทรายลงไปผสมละลายกับน้ำกะทิ เติมลงใส่คือแป้งเท้ายายม่อม แล้วยกนำไปเคี่ยวไฟ ส่วนนี้จะเอาไว้ราดหน้ามะม่วง เคี่ยวไปจนกว่าจะงวด
- มูลข้าวเหนียว: ตอนนี้ข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ก็สุก นำมามูลจูนผสมความหวานหอมด้วยน้ำกะทิที่เคี่ยวรอไว้ ปล่อยให้ความหวานแทรกปนประสานกับเม็ดข้าวเหนียว ทิ้งไว้สักพักจนกว่าเม็ดข้าวเหนียวจะอิ่มตัว
ชิมมะม่วงอกร่องสุก:
น้องมอสเล่าถึงวิธีการรับประทานมะม่วงกะตอย (มะม่วงลูกเล็กที่มักจะสุกคาต้น) ซึ่งพี่ป้าน้าอาที่นี่แนะนำให้กินอย่างถูกวิธีว่า "หวานเจี๊ยบ" และ "เมล็ดเขาจะลีบ" มีกลิ่นหอมหวาน บรรยากาศการกินมะม่วงแบบนี้ชวนให้นึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่เคยดูดเม็ดมะม่วงสุกจนเสี้ยนภายในชี้เด่
เมื่อชิมมะม่วงอกร่องในระยะสุก เนื้อภายในเหลืองสวยมาก และอร่อยมาก เป็นมะม่วงที่มีราคาสูงที่สุดเท่าที่สตางค์เคยได้กิน มะม่วงที่นี่จะทำ 2 ระยะ คือ "นาปี" (มะม่วงตามฤดูกาลปกติ) และ "นาปัง" (มะม่วงนอกฤดู) ซึ่งเกษตรกรเขาจะทำให้ออกดอกได้อีก 1 ฤดู ผลผลิตนอกฤดูจะมีราคาสูง และรสชาติจะดีกว่านี้อีก เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
ราคาเคยสูงถึง 240 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับมะม่วงลูกขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยเมื่อใครได้สัมผัสรสชาติมัน มีเสี้ยนน้อยมาก เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
ข้อควรระวัง: สตางค์ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทานมะม่วงสุกในปริมาณมาก เพราะมะม่วงมีทั้งแป้งและน้ำตาล อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
สำหรับมะม่วงอกร่องที่สุกกินไม่ทัน และมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ สามารถนำไป กวน ได้ โดยมะม่วงกวนที่นี่จะใส่เกลืออย่างเดียว ไม่ได้ใส่น้ำตาลเลย แต่ความหวานมีอยู่ในตัว เพราะใช้มะม่วงระยะสุกปากตะกร้อที่หวานอมเปรี้ยว
- เกร็ดน่ารู้
"มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม" เป็นมะม่วงพื้นถิ่นโบราณ และเป็นมะม่วงที่มีชื่อเสียงในจังหวัดจันทบุรี เนื่องจากแหล่งปลูกมะม่วงที่ชุมชนเสม็ดงาม มีลักษณะพื้นที่เป็นเกาะ มีน้ำล้อมรอบ และเป็นน้ำกร่อย พื้นดินเป็นดินเค็มและดินเหนียว ทำให้มีธาตุโพแทสเซียมในดินสูง ส่งผลให้ผลไม้ในชุมชน มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ และมีการปลูกมาอย่างยาวนานนับร้อยปี เนื่องจากปัจจุบันยังพบต้นมะม่วงอกร่องเสม็ดงามต้นโบราณอยู่ในชุมชนแห่งนี้
ติดตามชมได้ในรายการ ภัตตาคารบ้านทุ่ง ตอน มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.05 - 16.30 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
- 02:40
มื้อสุดฟิน กินบนดอย
17 ม.ค. 68 - 27:05
หอมชู
18 ม.ค. 68 - 27:01
มะเขือเทศต้น
25 ม.ค. 68 - 25:00
"ต้มยำกุ้ง" มรดกไทย มรดกโลก
1 ก.พ. 68 - 24:47
มะนาวเพชรบุรี
8 ก.พ. 68 - 24:58
หอยท้ายเภา
15 ก.พ. 68 - 24:41
บอนกลัก
22 ก.พ. 68 - 25:00
หยองดักปูดำ
1 มี.ค. 68 - 24:54
หอยไม้ไผ่
8 มี.ค. 68 - 24:39
ชมพู่มะเหมี่ยว
15 มี.ค. 68 - 25:00
มะตูมไข่
22 มี.ค. 68 - 24:59
ตำนานดิน
5 เม.ย. 68 - 24:47
ชำมะเลียง
12 เม.ย. 68 - 24:52
ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ
19 เม.ย. 68 - 24:58
ตอนพิเศษ รสชาติที่หายไป ปีที่ 2
26 เม.ย. 68 - 25:06
ลำพู
3 พ.ค. 68 - 25:10
ผักโขมบ้าน
10 พ.ค. 68 - 25:26
มะพร้าวไฟ
17 พ.ค. 68 - 25:21
กล้วยงาช้าง
24 พ.ค. 68 มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
31 พ.ค. 68- 25:26
ลูกตำลึง
7 มิ.ย. 68 - 25:30
ปลากะเตา
14 มิ.ย. 68 - 25:15
ส้มลม
21 มิ.ย. 68 - 25:40
กล้วยหอมทองเพชรบุรี
28 มิ.ย. 68 - 25:35
ปลานวลจันทร์ทะเล
5 ก.ค. 68 - 25:38
เบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ยกพลคนน้ำพริก
12 ก.ค. 68 - 25:29
มะพูด
19 ก.ค. 68 - 25:35
ยอบ้าน
13 ก.ย. 68 - 25:39
ดุกดี ปทุมธานี
20 ก.ย. 68 - 25:32
หอยดักด่าน
27 ก.ย. 68
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
- 02:40
มื้อสุดฟิน กินบนดอย
17 ม.ค. 68 - 27:05
หอมชู
18 ม.ค. 68 - 27:01
มะเขือเทศต้น
25 ม.ค. 68 - 25:00
"ต้มยำกุ้ง" มรดกไทย มรดกโลก
1 ก.พ. 68 - 24:47
มะนาวเพชรบุรี
8 ก.พ. 68 - 24:58
หอยท้ายเภา
15 ก.พ. 68 - 24:41
บอนกลัก
22 ก.พ. 68 - 25:00
หยองดักปูดำ
1 มี.ค. 68 - 24:54
หอยไม้ไผ่
8 มี.ค. 68 - 24:39
ชมพู่มะเหมี่ยว
15 มี.ค. 68 - 25:00
มะตูมไข่
22 มี.ค. 68 - 24:59
ตำนานดิน
5 เม.ย. 68 - 24:47
ชำมะเลียง
12 เม.ย. 68 - 24:52
ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ
19 เม.ย. 68 - 24:58
ตอนพิเศษ รสชาติที่หายไป ปีที่ 2
26 เม.ย. 68 - 25:06
ลำพู
3 พ.ค. 68 - 25:10
ผักโขมบ้าน
10 พ.ค. 68 - 25:26
มะพร้าวไฟ
17 พ.ค. 68 - 25:21
กล้วยงาช้าง
24 พ.ค. 68 มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
31 พ.ค. 68- 25:26
ลูกตำลึง
7 มิ.ย. 68 - 25:30
ปลากะเตา
14 มิ.ย. 68 - 25:15
ส้มลม
21 มิ.ย. 68 - 25:40
กล้วยหอมทองเพชรบุรี
28 มิ.ย. 68 - 25:35
ปลานวลจันทร์ทะเล
5 ก.ค. 68 - 25:38
เบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ยกพลคนน้ำพริก
12 ก.ค. 68 - 25:29
มะพูด
19 ก.ค. 68 - 25:35
ยอบ้าน
13 ก.ย. 68 - 25:39
ดุกดี ปทุมธานี
20 ก.ย. 68 - 25:32
หอยดักด่าน
27 ก.ย. 68









