ลูกตำลึง
ลูกตำลึง: พืชสารพัดประโยชน์จากรากจรดปลายยอด อร่อยและทรงคุณค่า
ภัตตาคารบ้านทุ่งขอพาทุกท่านเดินทางสู่โลกของ ลูกตำลึง พืชพื้นบ้านที่หลายคนอาจมองข้าม แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนเร้นคุณประโยชน์และภูมิปัญญาอันล้ำค่าไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ภาคอีสาน ภาคกลาง เหนือ ใต้ หรือตะวันตก ทีมงานภัตตาคารบ้านทุ่งพร้อมจะพาคุณลุยไปทุกที่ วันนี้เราอยู่กันที่ตำบลหนองกระเจ็ด อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เพื่อไขความลับของลูกตำลึงที่นกชื่นชอบ ว่าคนเพชรบุรีเขามีดีอย่างไรในการนำมาปรุงเป็นแกงที่น่าทึ่ง ทั้งหน้าตาและรสชาติจะเป็นอย่างไร เราไปค้นหาคำตอบกันครับ
การค้นพบลูกตำลึง: พืชที่เติบโตเองตามธรรมชาติและภูมิปัญญาชาวบ้าน
ในการเดินทางครั้งนี้ เราแวะมาที่บ้านของ ป้าแดง ซึ่งมีต้นตำลึงขึ้นเองตามธรรมชาติ ป้าแดงเล่าว่าต้นตำลึงขึ้นเยอะมาก และเธอก็เลือกที่จะเก็บไว้กิน เพราะ “เอาไว้กิน” เป็นหลัก โดยเฉพาะการนำมา “แกงลูกตำลึง” ที่ใส่ปลาทูย่างหรือปลาอุกกะแล
นอกจากนี้ ป้าแดงยังเก็บยอดตำลึงไปขายได้อีกด้วย โดยขายเป็นกิโลกรัม “ตอนนี้กิโลมันน่าจะเป็นสิบบาท” แสดงให้เห็นว่าตำลึงเป็นพืชที่สร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านได้ดี
ตำลึง: พืชป่าที่เติบโตเองและปลอดภัย 100%
ต้นตำลึงในสวนของป้าแดงขึ้นเองโดยธรรมชาติจากการที่ “นกกินเม็ดมันไปแล้วก็มันไปถ่าย” ทำให้เมล็ดแพร่กระจายไปทั่วและงอกงามขึ้นมาใหม่ สิ่งนี้ยืนยันได้ว่าตำลึงเหล่านี้ “ปลอดภัยแน่นอน ร้อยเปอร์เซ็นต์” ไร้สารเคมีและสารพิษใดๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพสำหรับผู้บริโภค
สารพัดประโยชน์จากทุกส่วนของต้นตำลึง
น้องมด ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสมุนไพร ได้อธิบายถึงประโยชน์ของตำลึงที่น่าทึ่งในทุกส่วนของต้น:
- ราก: เป็นส่วนประกอบสำคัญของยาแผนโบราณ มีสรรพคุณทางยาที่สืบทอดกันมา
- ใบและยอด: นิยมนำไปปรุงอาหารหลากหลายเมนู เช่น ยอดอ่อนตำลึงที่ใส่ในต้มเลือดหมูหรือต้มจืดหมูสับ ช่วยเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ
- ลูก: ส่วนสำคัญที่นำมาปรุงอาหารในวันนี้ ทั้งแกงและผัด
ภูมิปัญญาโบราณกับการใช้ประโยชน์จากตำลึง
ตำลึงไม่ได้มีเพียงแค่ประโยชน์ด้านอาหารและยาเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่าสนใจ:
- การเชื่อมลูกตำลึง: หลายพื้นที่นำลูกตำลึงไปแปรรูปเป็นของหวาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่น่าทึ่ง
- ใบตำลึงพอกหัวเด็กแก้หวัด: เป็นวิธีการรักษาแบบพื้นบ้านที่ใช้ใบตำลึงมาตำแล้วพอกหัวเด็กเมื่อเป็นหวัด
- ยางตำลึงเป่าตาไก่ชน: ยายเวทย์ เล่าถึงภูมิปัญญาโบราณของนักเลงไก่ชน ที่ใช้รากตำลึงมาตำแล้วอม จากนั้นเป่ายางใส่ตาไก่ชนเพื่อ “ทำให้กระตาใส” ซึ่งเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ
วงจรชีวิตของลูกตำลึง: จากดอกสู่ผล
ดอกตำลึงมีสีขาวสวยงาม หลังจากที่ดอกบานโรยไปก็จะกลายเป็นผล ซึ่งมีพัฒนาการที่น่าสนใจ ตั้งแต่ลูกเขียวอ่อน ลูกกำลังเหลืองส้ม และลูกแดงที่สุกเต็มที่ ไปจนถึงลูกที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โคนต้นมากมาย แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชชนิดนี้
ประโยชน์ทางยาของรากและเถาตำลึง
รากและเถาตำลึงมีสรรพคุณทางยาที่สำคัญ เถาตำลึง สามารถนำมาหั่นเป็นแว่นตากแห้ง แล้วนำไปชงดื่มเป็นชาได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาในการนำตำลึงมาใช้เพื่อสุขภาพ
ตำลึงกับการจัดการสวน
แม้ตำลึงจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากปล่อยให้เติบโตโดยไม่มีการควบคุมก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ ยายเวทย์เล่าว่า ชาวบ้านมักจะเก็บและตัดเถาตำลึงออก เพราะหากปล่อยให้มันเลื้อยไปปกคลุมต้นไม้ใหญ่ในสวน ก็จะทำให้สวนรกและบดบังการเจริญเติบโตของพืชอื่น เนื่องจากเมล็ดตำลึงที่ร่วงลงมาพร้อมที่จะงอกเป็นต้นใหม่ได้ตลอดเวลา การจัดการที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น
การเก็บลูกตำลึง: ความอุดมสมบูรณ์ที่ไม่น่าเชื่อ
ในการเก็บลูกตำลึง ทีมงานพบว่ามีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ในจุดเดียวสามารถเก็บลูกตำลึงสีเขียวได้ถึง 13 ลูก และยังมีลูกแดงอีกจำนวนมาก
น้องโมทย์ ยังแสดงให้เห็นถึงการจัดการตำลึงในเล้าไก่ โดยปลูกตำลึงเพื่อให้ผลเป็นอาหารไก่ ส่วนยอดก็เก็บไปขายได้ แสดงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการจัดการให้ตำลึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศในฟาร์ม
การทดสอบรสชาติลูกตำลึงสด: บทเรียนที่ต้องจดจำ
สตางค์ได้ทดลองชิมลูกตำลึงสด ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สำคัญ:
- ลูกตำลึงสุกสีแดง: มีรสชาติหวานเล็กน้อย และมีเนื้อสัมผัสคล้ายเมล็ดเสาวรส
- ลูกตำลึงอ่อนสีเขียว: สตางค์ขอเตือนและไม่แนะนำให้รับประทานอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีรสชาติ ฝาด ขม และเฝื่อน จากยางภายใน ซึ่งอาจทำให้ท้องเสียได้ การชิมครั้งนี้ยืนยันได้ว่าลูกตำลึงดิบนั้นไม่เหมาะสำหรับการบริโภคสดเลย
ลูกตำลึงเชื่อม: ขนมหวานที่น่าทึ่ง
ก่อนเข้าสู่เมนูหลัก เราได้ลองชิม ลูกตำลึงเชื่อม ที่ดูสวยงามคล้ายขนมหวาน และเมื่อโดนแสงแดดจะมีความเงาวาวน่ารับประทาน
ลูกตำลึงเชื่อมนี้เป็นภูมิปัญญาจากจังหวัดอ่างทอง โดยมีราคาขายกิโลกรัมละ 200 บาท (สามารถดูเบอร์ติดต่อได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊กของภัตตาคารบ้านทุ่ง)
จากการทดสอบรสชาติ ลูกตำลึงเชื่อมมี ความกรอบนอก หวานจัด โดยเฉพาะสีเขียวที่กรอบเป็นพิเศษราวกับกระจก การทำลูกตำลึงเชื่อมนั้นต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งการเอาเมล็ดออกและเคล้าน้ำเกลือ ทำให้เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างยุ่งยาก ยายเวทย์ยืนยันว่าที่เพชรบุรีไม่เคยทำเมนูนี้ มีแต่แกงเท่านั้น
สีสันของลูกตำลึงเชื่อมที่เห็น ไม่ได้เกิดจากการย้อมสี แต่เกิดจากปฏิกิริยาของน้ำตาลกับตำลึงในระยะต่างๆ ด้วยความหวานและกรอบ ทำให้ลูกตำลึงเชื่อมเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำไปท็อปปิ้งกับขนมอื่นๆ เช่น น้ำแข็งใส ไอติม หรือเค้ก
แกงคั่วลูกตำลึง: เมนูพื้นบ้านรสชาติเพชรบุรี
วัตถุดิบและขั้นตอนการเตรียมเครื่องแกง
เมนูแรกนี้คือ “แกงคั่วลูกตำลึง” ในแบบฉบับของคนเพชรบุรี ทีมงานได้ร่วมมือกันเตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน:
- เตรียมหอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า และกระชาย: ปอก หั่น และล้างทำความสะอาดให้พร้อม
- เตรียมมะพร้าว: ปอกมะพร้าวและขูดเพื่อคั้นกะทิ
- เตรียมพริกแห้ง หมู และปลา: แช่พริกแห้ง เกลาขุยออก แล่หมูเป็นชิ้น ย่างปลาทูนึ่งและปลาอินทรีย์เค็มจนสุกหอม
- โขลกเครื่องแกง: เริ่มจากข่า ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง พริกแห้ง และเกลือ จากนั้นใส่เนื้อปลาทูย่าง ปลาอินทรีย์เค็ม และกระชาย ปิดท้ายด้วยกะปิ สูตรของยายเวทย์จะทำให้พริกแกงข้นด้วยเนื้อปลา
- ย่างหมู: นำหมูมาย่างพอสุกเล็กน้อยแล้วหั่นเป็นชิ้น
- เตรียมลูกตำลึง: นำลูกตำลึงใส่ถุงพลาสติก ฟาดทุบให้แตก จากนั้นคั้นกับเกลือหลายครั้ง (ประมาณ 5-6 น้ำ) จนน้ำใสและเมล็ดหลุดออก เพื่อลดความฝาดและขม
- ย่างปลาอกกะแร้: ย่างปลาอกกะแร้ ซึ่งเป็นปลาที่ยายเวทย์ชอบรับประทานคู่กับแกงคั่วลูกตำลึง
ขั้นตอนการปรุงแกงคั่วลูกตำลึง
- ตั้งกระทะ เติมหางกะทิและพริกแกงลงไปผัด พร้อมน้ำล้างครก
- ผัดสมุนไพรให้ส่งกลิ่นหอม ค่อยๆ เติมน้ำกะทิเป็นระยะ
- ใส่หมูย่างลงไปผัดคลุกเคล้ากับพริกแกงให้เข้าเนื้อ
- ราดหัวกะทิ ปิดฝา รอให้เดือด
- ใส่ลูกตำลึง ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวและเกลือเล็กน้อย
- เมื่อน้ำเดือด ใส่เนื้อปลาทูลงไปผสม พร้อมเสิร์ฟ
รสชาติแกงคั่วลูกตำลึง
รสชาติแกงคั่วลูกตำลึงอร่อยน่าทึ่ง! ลูกตำลึงมีความกรุบคล้ายแตงกวาแต่กรุบกว่า ไม่ฝาด ไม่ขม หวานหอมมันด้วยหัวกะทิ อร่อยลงตัวกับเนื้อหมูย่างทั้งสันคอและหมูสามชั้น แต่ที่เด็ดที่สุดคือความหอมจากเนื้อปลาอินทรีย์และปลาทูที่ใส่ลงไป เมื่อรับประทานคู่กับปลาอกกะแร้ย่าง ยิ่งเพิ่มความอร่อยสมกับที่ยายเวทย์บอกว่า “มันเข้ากันอร่อยจริงๆ ครับ”
ผัดลูกตำลึง: เมนูสไตล์อินเดียที่คาดไม่ถึง
วัตถุดิบและขั้นตอนการเตรียม
ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่รู้จักนำตำลึงมาปรุงอาหาร คนอินเดียก็มีเมนูผัดลูกตำลึงเช่นกัน มาดูกันว่าหน้าตาและรสชาติจะเป็นอย่างไร:
- เตรียมหอมแขก มะพร้าว พริกขี้หนู: ปอก หั่น และซอยให้พร้อม ขูดมะพร้าวเพื่อใช้เป็นส่วนผสม
- เตรียมลูกตำลึง: ผ่าลูกตำลึง แคะเมล็ดออกเพื่อไม่ให้ขม จากนั้นขยำกับน้ำเกลือประมาณ 2-3 ครั้ง
- คั่วพริกแห้ง: ตั้งกระทะใส่น้ำมัน แล้วคั่วพริกแห้งจนได้สีสวยงาม
ขั้นตอนการปรุงผัดลูกตำลึง
- ตั้งกระทะอีกครั้ง ใส่น้ำมันมะพร้าวลงไป
- ใส่เมล็ดมัสตาร์ดและยี่หร่าลงไปคั่วให้หอม
- ตามด้วยหอมแขกและพริกขี้หนู ผัดให้เข้ากัน
- โรยผงขมิ้น เพิ่มสีสัน และใส่ลูกตำลึงลงไป
- ปรุงรสด้วยเกลือ เพิ่มความหอมด้วยใบเคอรี่ลีฟ และใส่พริกแห้งคั่ว
- สุดท้าย ใส่มะพร้าวขูด เพิ่มความมัน คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ
รสชาติผัดลูกตำลึง
รสชาติผัดลูกตำลึงหอมน่าทึ่ง! กลิ่นสมุนไพรเครื่องเทศให้อารมณ์ความรู้สึกพิเศษแบบสไตล์อาหารอินเดีย รสสัมผัสกรอบกรุบจากลูกตำลึง ผสมผสานความเผ็ดร้อนจากพริกสดและพริกคั่ว และความหวานมันจากมะพร้าวขูด ทำให้เกิดรสชาติที่ลงตัวและเป็นไอเดียที่ดีเกินคาด น้องหนูถึงกับบอกว่าอยากจะนำลูกตำลึงไปดัดแปลงเมนูใหม่ๆ อีกเพียบ!
สรุป: ลูกตำลึง มหัศจรรย์แห่งพืชพื้นบ้าน
จากการเดินทางค้นหาเรื่องราวของ ลูกตำลึง กับภัตตาคารบ้านทุ่งในวันนี้ เราได้เรียนรู้ว่าตำลึงไม่ใช่เพียงแค่พืชไม้เลื้อยที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่เป็นพืชที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์และภูมิปัญญาอันหลากหลาย ตั้งแต่รากที่ใช้เป็นส่วนประกอบของยา เถาที่สามารถนำไปทำชา ยอดอ่อนและใบที่นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ไปจนถึงลูกตำลึงที่สามารถนำมาทำแกงคั่วรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ หรือแม้กระทั่งนำไปเชื่อมเป็นขนมหวานอันน่าทึ่ง และเป็นส่วนประกอบในอาหารสไตล์อินเดียได้อย่างลงตัว
เราได้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของตำลึงที่เติบโตเองตามธรรมชาติ ปลอดภัยจากสารเคมี และเป็นแหล่งอาหารที่เข้าถึงได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ภูมิปัญญาของชาวบ้านในการใช้ประโยชน์จากตำลึงในด้านต่างๆ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสรรพคุณของพืชชนิดนี้
แม้ว่าการทดลองกินลูกตำลึงดิบอาจจะให้รสชาติที่ไม่พึงประสงค์และไม่แนะนำให้บริโภค แต่เมื่อนำมาผ่านกระบวนการปรุงอย่างถูกวิธี ก็ล้วนทำให้ลูกตำลึงกลายเป็นวัตถุดิบที่สร้างสรรค์เมนูแสนอร่อยและทรงคุณค่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ
หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณผู้ชมได้รู้จักและเห็นคุณค่าของ ลูกตำลึง มากขึ้น และเกิดแรงบันดาลใจในการนำพืชชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งลองทำเมนูที่น่าสนใจจากลูกตำลึงดูสักครั้ง หากมีข้อสงสัยหรืออยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับลูกตำลึง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้เลยนะครับ
เรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นในการนำ "ลูกตำลึง" มาประกอบอาหาร ที่ ต.หนองกระเจ็ด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี พร้อมเข้าครัวปรุงเมนูพื้นถิ่น "แกงคั่วลูกตำลึง" และเมนูสูตรเด็ด "ผัดลูกตำลึงอย่างอินเดีย"
- เกร็ดความรู้
คนส่วนใหญ่นิยมนำยอดตำลึงมาปรุงอาหาร แต่สวนของลูกตำลึงนั้น ไม่เป็นที่นิยมสักเท่าไหร่ ซึ่งลูกตำลึงนั้นมีลักษณะภายนอกและสีสันคล้ายกับแตงกวา แต่ผลมีขนาดเล็กกว่า ผลอ่อนสีเขียวสามารถนำไปแกงคั่วหรือเชื่อมได้, ลูกสุกสีแดงจัดใช้รับประทานเป็นผลไม้ได้ ซึ่งภูมิปัญญาการนำลูกตำลึงมาประกอบอาหารนั้นพบในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหลัก โดยส่วนใหญ่นิยมนำมาทำแกงคั่วและแปรรูปทำลูกตำลึงเชื่อม
ติดตามชมได้ในรายการ ภัตตาคารบ้านทุ่ง ตอน ลูกตำลึง วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 16.05 - 16.30 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
- 02:40
มื้อสุดฟิน กินบนดอย
17 ม.ค. 68 - 27:05
หอมชู
18 ม.ค. 68 - 27:01
มะเขือเทศต้น
25 ม.ค. 68 - 25:00
"ต้มยำกุ้ง" มรดกไทย มรดกโลก
1 ก.พ. 68 - 24:47
มะนาวเพชรบุรี
8 ก.พ. 68 - 24:58
หอยท้ายเภา
15 ก.พ. 68 - 24:41
บอนกลัก
22 ก.พ. 68 - 25:00
หยองดักปูดำ
1 มี.ค. 68 - 24:54
หอยไม้ไผ่
8 มี.ค. 68 - 24:39
ชมพู่มะเหมี่ยว
15 มี.ค. 68 - 25:00
มะตูมไข่
22 มี.ค. 68 - 24:59
ตำนานดิน
5 เม.ย. 68 - 24:47
ชำมะเลียง
12 เม.ย. 68 - 24:52
ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ
19 เม.ย. 68 - 24:58
ตอนพิเศษ รสชาติที่หายไป ปีที่ 2
26 เม.ย. 68 - 25:06
ลำพู
3 พ.ค. 68 - 25:10
ผักโขมบ้าน
10 พ.ค. 68 - 25:26
มะพร้าวไฟ
17 พ.ค. 68 - 25:21
กล้วยงาช้าง
24 พ.ค. 68 - 25:15
มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
31 พ.ค. 68 ลูกตำลึง
7 มิ.ย. 68- 25:30
ปลากะเตา
14 มิ.ย. 68 - 25:15
ส้มลม
21 มิ.ย. 68 - 25:40
กล้วยหอมทองเพชรบุรี
28 มิ.ย. 68 - 25:35
ปลานวลจันทร์ทะเล
5 ก.ค. 68 - 25:38
เบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ยกพลคนน้ำพริก
12 ก.ค. 68 - 25:29
มะพูด
19 ก.ค. 68 - 25:35
ยอบ้าน
13 ก.ย. 68 - 25:39
ดุกดี ปทุมธานี
20 ก.ย. 68 - 25:32
หอยดักด่าน
27 ก.ย. 68
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
- 02:40
มื้อสุดฟิน กินบนดอย
17 ม.ค. 68 - 27:05
หอมชู
18 ม.ค. 68 - 27:01
มะเขือเทศต้น
25 ม.ค. 68 - 25:00
"ต้มยำกุ้ง" มรดกไทย มรดกโลก
1 ก.พ. 68 - 24:47
มะนาวเพชรบุรี
8 ก.พ. 68 - 24:58
หอยท้ายเภา
15 ก.พ. 68 - 24:41
บอนกลัก
22 ก.พ. 68 - 25:00
หยองดักปูดำ
1 มี.ค. 68 - 24:54
หอยไม้ไผ่
8 มี.ค. 68 - 24:39
ชมพู่มะเหมี่ยว
15 มี.ค. 68 - 25:00
มะตูมไข่
22 มี.ค. 68 - 24:59
ตำนานดิน
5 เม.ย. 68 - 24:47
ชำมะเลียง
12 เม.ย. 68 - 24:52
ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ
19 เม.ย. 68 - 24:58
ตอนพิเศษ รสชาติที่หายไป ปีที่ 2
26 เม.ย. 68 - 25:06
ลำพู
3 พ.ค. 68 - 25:10
ผักโขมบ้าน
10 พ.ค. 68 - 25:26
มะพร้าวไฟ
17 พ.ค. 68 - 25:21
กล้วยงาช้าง
24 พ.ค. 68 - 25:15
มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
31 พ.ค. 68 ลูกตำลึง
7 มิ.ย. 68- 25:30
ปลากะเตา
14 มิ.ย. 68 - 25:15
ส้มลม
21 มิ.ย. 68 - 25:40
กล้วยหอมทองเพชรบุรี
28 มิ.ย. 68 - 25:35
ปลานวลจันทร์ทะเล
5 ก.ค. 68 - 25:38
เบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ยกพลคนน้ำพริก
12 ก.ค. 68 - 25:29
มะพูด
19 ก.ค. 68 - 25:35
ยอบ้าน
13 ก.ย. 68 - 25:39
ดุกดี ปทุมธานี
20 ก.ย. 68 - 25:32
หอยดักด่าน
27 ก.ย. 68









