Profile icon

เรือสินค้าไทยถูกยิงช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างเดินทางจาก UAE ไปอินเดีย

ข่าวจริงDateClock icon18:29|รอบโลกViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบกรณีเรือสินค้าไทย มยุรี นารี ที่กำลังเดินทางจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน มูบาร์ราส 1 ใน UAE ไปยังเมืองกันดลา ประเทศอินเดีย แต่กลับถูกโจมตีระหว่างออกจากช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพเรือไทยยืนยันถูกโจมตีจริง อยู่ระหว่างการช่วยเหลือลูกเรือ 23 คน

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวจาก: เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ

เว็บไซต์ข่าว SeatradeMaritime ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 69 รายงานว่าเรือไทยถูกยิงเสียหาย 1 ลำ

Thai PBS Verify พบข่าวบนเว็บไซต์ของสำนักข่าวต่างประเทศ SeatradeMaritime เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 15:43 น. ที่ได้มีการรายงานว่า

According to maritime security firm Vanguard Tech the vessel is the Thai-flagged bulk carrier Mayruree Naree which is owned by Bangkok-headquartered Precious Shipping. The strike resulted in a fire onboard the vessel and reports said 20 crew had evacuated while three remained on board as rescue operations continued.

โดยเมื่อมีการนำไปแปลด้วย Google Translate จะได้ใจความว่า

จากข้อมูลของบริษัทรักษาความปลอดภัยทางทะเล Vanguard Tech เรือลำดังกล่าวคือเรือบรรทุกสินค้าเทกอง Mayruree Naree ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย และเป็นของบริษัท Precious Shipping ที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดไฟไหม้บนเรือ และมีรายงานว่าลูกเรือ 20 คนได้อพยพออกมาแล้ว ขณะที่อีก 3 คนยังคงอยู่บนเรือเพื่อรอการช่วยเหลือ

เรือ “มรุนี นารี” เป็นเรือไทยจริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verify  ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรือลำดังกล่าว ด้วยการค้นหาชื่อของเรือ “MAYUNEE NAREE” บน Google Search ก่อนที่จะมีการพบกับเว็บไซต์ Vessel finder ที่ได้มีแสดงข้อมูลของเรือ และตำแหน่งของเรือในปัจจุบันของเรือ พบข้อมูลระบุว่า

เรือ มยุรี นารี เดิมชื่อเรือ “Good Princess” ถูกสร้างขึ้นโดยอู่เรือ Hindustan Shipyard ณ เมืองวิสาปัตนัม ประเทศอินเดีย ปล่อยลงทะเลในปี 2551 โดยมีเลข IMO เรือคือ 9323649 ก่อนที่จะถูกถ่ายโอนมาให้บริษัทในประเทศไทย เมื่อปี 2555 และเปลี่ยนชื่อเป็น “มยุรี นารี” และใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

เรือ มยุรี นารี ได้เดินทางออกจากแหล่งน้ำมันมูบาร์ราส 1 วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 23:27 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเดินทางไปยังเมืองกันดลา ประเทศอินเดีย โดยคาดว่าจะใช้เวลา 3 วันในการเดินเรือ

แต่เมื่อเวลา 7:54 น. ตามเวลาสากล (14:54 ตามเวลาไทย) เรือได้มีการส่งสัญญาณตำแหน่งครั้งสุดท้าย บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่เรือจะค้างอยู่ในบริเวณนั้น และสัญญาณขาดหายไป ก่อนที่จะมีการปรากฏภาพข่าวของสื่อน้อยใหญ่ ภายในโซเชียลมีเดียไทยในวันที่ 11 มีนาคม 2569

ภาพจากเว็บไซต์ Vessel finder ระบุข้อมูลและตำแหน่งของเรือที่ติดตามได้ล่าสุด

สำหรับการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในวันนี้เกิดขึ้นกับเรือ มยุรี นารี (Mayuree Naree) ซึ่งจดทะเบียน ในประเทศไทยและอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทเพรเชียส ชิปปิ้ง (Precious Shipping) โดยถูกยิงด้วยวัตถุระเบิดทางตอนเหนือของโอมานในช่องแคบ ส่งผลให้เกิดไฟไหม้และต้องอพยพลูกเรือ ไฟถูกดับลงหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีเรือบรรทุกสินค้า ONE Majesty ที่ติดธงชาติญี่ปุ่น ขนาด 6,724 ทีอียู ก็ได้รับความเสียหายจากการโจมตีอีกครั้ง โดยกัปตันเรือรายงานว่า เรือได้รับความเสียหายเป็นรูขนาด 10 เซนติเมตร ขณะนี้เรือได้แล่นไปยังจุดจอดเรือที่ปลอดภัยแล้ว ลูกเรือทุกคนปลอดภัยและได้รับการตรวจสอบแล้ว

ขณะที่เรือบรรทุกสินค้าขนาดคัมซาร์แม็กซ์ชื่อ Star Gwyneth ของบริษัท Star Bulk ซึ่งจดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ก็ถูกโจมตีเช่นกัน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของดูไบ ทำให้ตัวเรือได้รับความเสียหาย แต่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในวันที่อันตรายที่สุดสำหรับการขนส่งสินค้าทางทะเลนับตั้งแต่มีการโจมตีเตหะราน

กรมเจ้าท่ายืนยันเป็นเรือที่จดทะเบียนสัญชาติไทย

ล่าสุด กรมเจ้าท่า ได้ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลกับทาง Thai PBS Verify แล้วว่า เรือมยุรี นารี (Mayuree Naree) เป็นเรือที่จดทะเบียนสัญชาติไทยจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับบริษัทเจ้าของเรือและหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อติดตามสวัสดิภาพของลูกเรือที่เหลืออย่างใกล้ชิด

แถลงการณ์จากกองทัพเรือไทย

กองทัพเรือรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์เรือสินค้าไทยถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เร่งประสานช่วยเหลือลูกเรือไทย 23 คน

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (11 มีนาคม 2569) ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าประมาณเวลา 11.00 น. เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง สัญชาติไทย ชื่อ “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน ที่มีบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ ถูกโจมตี ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ภายหลังได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันนี้ 

ภายหลังได้รับรายงานเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้เร่งประสานขอความช่วยเหลือผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศ โดยให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือที่ประจำอยู่ที่กองกำลังทาง

ทะเลร่วม (Combined Maritime Forces หรือ CMF) ติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อขอความช่วยเหลือโดยทันที โดยปัจจุบันกองทัพเรือโอมาน ได้เข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือแล้วจำนวน 20 คน และกำลังดำเนินการช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน สำหรับลูกเรือชาวไทย 20 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ได้ถูกนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ (Khasab) ประเทศโอมาน เพื่อดูแลความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุการถูกโจมตียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

กองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง และเร่งรัดการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือชาวไทยทั้ง 23 คนเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด พร้อมทั้งจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

11 มีนาคม 2569

ภาพความเสียหายของเรือ มยุรี นารี

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 Thai PBS Verify ตรวจสอบกับกรมเจ้าท่า ซึ่งได้ยืนยันว่า เรือชื่อ “มยุรี นารี” (Mayuree Naree) เป็นเรือสัญชาติไทยจริง อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) โดยเรือดังกล่าวถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดบริเวณตอนเหนือของโอมานในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะกำลังเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มุ่งหน้าสู่ประเทศอินเดีย

ทั้งนี้จากข้อมูลของโฆษกฯ กองทัพเรือ ยืนยันว่า เรือดังกล่าวถูกยิงในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุดยังคงอยู่ระหว่างการให้ความช่วยเหลือลูกเรือ 23 คน

นอกจากนี้ยังยืนยันจากเว็บไซต์ติดตามตำแหน่งของเรือ ที่พบว่าปัจจุบันยังคงลอยลำอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ

 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  • การตรวจสอบแหล่งข่าวสากล: ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ Seatrade Maritime และข้อมูลความปลอดภัยทางทะเลจาก Vanguard Tech ซึ่งเป็นแหล่งข่าวแรกที่ระบุชื่อเรือไทย

  • การตรวจสอบข้อมูลเชิงเทคนิค: ใช้เว็บไซต์ Vessel Finder เพื่อระบุประวัติเรือ (เลข IMO 9323649) และติดตามสัญญาณตำแหน่งสุดท้ายบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จนพบว่าสัญญาณค้างอยู่ ณ จุดเกิดเหตุจริง

  • การยืนยันจากหน่วยงานภาครัฐ

    • กรมเจ้าท่า: ยืนยันว่าเรือลำดังกล่าวจดทะเบียนสัญชาติไทยอย่างถูกต้อง

    • กองทัพเรือ: แถลงยืนยันเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นเวลา 11.00 น. และระบุจำนวนลูกเรือไทยทั้งหมด 23 คน โดยได้รับการช่วยเหลือแล้ว 20 คน ส่วนอีก 3 คนอยู่ระหว่างการช่วยเหลือจากกองทัพเรือโอมาน

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

ผู้เรียบเรียง

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน