มิจฉาชีพแอบอ้างโครงการพระราชดำริ หลอกผู้สูงวัยลงทุนกองทุนปลอม

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก: Facebook
เพจเฟซบุ๊ก โครงการพระราชดำริ โพสต์เชิญชวนให้สมัครกองทุนฯ
Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก โครงการในพระราชดำริ แชร์ภาพและข้อความระบุว่า
“สร้างความอุ่นใจให้ชีวิตในวัยเกษียณ ด้วยกองทุนเตรียมความพร้อมภายใต้โครงการในพระราชดำริ ดำเนินการโดยองค์กรของรัฐ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมวางแผนอนาคตที่ยั่งยืน
✅ ไม่จำกัดอายุผู้สมัคร
✅ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เอกสารไม่ซับซ้อน
✅ สร้างหลักประกันดูแลยามเจ็บป่วย
✅ ส่งต่อความมั่นคงเป็นมรดกให้ลูกหลานได้
เริ่มต้นวางแผนวันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงของคุณและครอบครัว”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 1,200 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 249 ข้อความอีกทั้งมีการแชร์ไปกว่า 25 ครั้ง พบคอมเมนต์ส่วนใหญ่เข้ามาสอบถามรายละเอียดโครงการ
เพจเฟซบุ๊ก โครงการในพระราชดำริ เป็นเพจเฟซบุ๊กที่แนะนำตัว เป็นโครงการพัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริ วางแผน และมีพระราชทานข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลหรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยเน้นการพึ่งพาตนเอง การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีผู้ติดตาม 28,000 คน เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ
ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ
Thai PBS Verify ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ พบว่าเพจถูกสร้างขึ้นโดยใช้ชื่อว่า Đỗ Anh เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2011 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โครงการในพระราชดำริ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2025 นอกจากนี้สถานที่ตั้งผู้จัดการเพจมีทั้งประเทศเมียนมา, ปากีสถาน และประเทศไทย


ภาพความโปร่งใสของเพจเฟซบุ๊ก โครงการพระราชดำริ
เปิดขั้นตอนมิจฉาชีพ จากแชตไลน์สู่เว็บไซต์ปลอม แอบอ้างแอปฯ กลต.
Thai PBS Verify ได้ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการดังกล่าว พบว่าแอดมินของเพจดังกล่าว ได้ให้เราแอดไลน์เข้าไป จากนั้นจะขึ้นข้อความในไลน์ว่า
“กองทุนเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงอายุ โครงการในพระราชดำริ ตอนนี้กองทุนได้เปิดให้ทุกท่านเข้าร่วมกองทุน เพื่อรับปันผลทั้งรูปแบบระยะสั้นและระยะยาว
👤ลงทะเบียนเข้ากองทุน กด 1
📥ข้อมูลกองทุนระยะสั้น กด 2
📥ข้อมูลกองทุนระยะยาว กด 3”



พอกด 1 ทางแอดมินจะให้แจ้งชื่อ อายุ และ เบอร์โทรศัพท์ และทำการสมัครกองทุนพร้อมโชว์เอกสารการสมัคร และทางแอดมินจะให้รหัสเพื่อเข้าไปเว็บไซต์ที่ส่งให้ โดยมีภาพประกอบการเข้าใช้งาน พร้อมทั้งมีการแจ้งว่า สมัครแล้วมียอดเงินให้เลย 300 บาท และมีการติดตามว่าสามารถเข้าเว็บไซต์ได้หรือไม่


อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าเว็บไซต์ที่แอดมินส่งให้กลับพบว่า ไม่สามารถเข้าได้ และภาพประกอบขั้นตอนการเข้าเว็บไซต์ ไม่ใช่แอปพลิเคชัน กลต. จริงแต่อย่างใด
ภาพขั้นตอนการสมัครกองทุนฯ
กองทุนเตรียมความพร้อมภายใต้โครงการในพระราชดำริ มีจริงหรือไม่ ?
เมื่อนำคำว่า “กองทุนเตรียมความพร้อมภายใต้โครงการในพระราชดำริ” ไปค้นหาผ่านเว็บ กลต. ไม่พบชื่อกองทุนนี้ในรายชื่อกองทุนแต่อย่างใด
ภาพแสดงชื่อกองทุนในเว็บไซต์ กลต.
กรมกิจการผู้สูงอายุ แจงไม่มี “กองทุนเกษียณฯ ร่วมโครงการพระราชดำริ” เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม
นางวรรณภา สุขคง รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า กรมกิจการผู้สูงอายุ ไม่มีการจัดตั้ง กองทุนเตรียมความพร้อมวัยเกษียณ ร่วมกับโครงการในพระราชดำริ เเต่กรมกิจการผู้สูงอายุ มีการดำเนินการ กองทุนผู้สูงอายุ เพื่อเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยมุ่งช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาด้านรายได้ แต่มีความต้องการจะประกอบอาชีพ โดยการสนับสนุนการประกอบอาชีพและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ
โดย“กองทุนผู้สูงอายุ” จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 13 เพื่อเป็นทุนใช้จ่าย
เกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเริ่มให้บริการสำหรับผู้สูงอายุ องค์กรผู้สูงอายุหรือองค์กร ที่ทำงานด้านผู้สูงอายุ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา ปัจจุบันกองทุนผู้สูงอายุให้บริการกู้ยืมเงินทุน ประกอบอาชีพ 77 จังหวัดทั่วประเทศ การสนับสนุนเงินอุดหนุนโครงการเพื่อการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ
นางวรรณภา สุขคง รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ
รวมทั้งมาตรการจ่ายเงินสงเคราะห์การยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และในอนาคตจะขยายกิจกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริมและการสนับสนุนผู้สูงอายุ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุต่อไป
กองทุนผู้สูงอายุให้การสนับสนุนเงินทุนสำหรับผู ้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
การให้การสนับสนุนโครงการ กรอบวงเงินที่ให้การสนับสนุน แบ่งตามขนาดของโครงการ แบ่งเป็น
1) โครงการขนาดเล็ก ในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท
2) โครงการขนาดกลาง วงเงินเกิน 50,000 – 300,000 บาท
3) โครงการขนาดใหญ่ วงเงินเกิน 300,000 บาท ขึ้นไป
การให้บริการกู้ยืมเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1) การกู้ยืมรายบุคคล รายละไม่เกิน 30,000 บาท
2) การกู้ยืมรายกลุ่ม กลุ่มละไม่น้อยกว่า 5 คน กลุ่มละไม่เกิน 100,000 บาท
โดยการกู้ยืมเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงอายุทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ต้องชำระเงินคืนเป็นรายงวดทุกเดือน ระยะเวลา 3 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย
ผู้สูงอายุสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนผู สูงอายุ อาคารพิชเยนทรโยธิน ภายในบริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ถนนราชวิถี แขวงทุ่ง พญาไท กทม.
หากประชาชนพบเห็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่มั่นใจในข้อมูลดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสหรือ
ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเองเบื้องต้นได้ โดยมีช่องทางดังต่อไปนี้
1. เว็บไซต์เเละเพจเฟซบุ๊ก กรมกิจการผู้สูงอายุ / กองทุนผู้สูงอายุ/ เเละกระทรวงพัฒนาสังคมเเละความมั่นคงของมนุษย์
2. สายด่วน พม. โทร.1300 ตลอด 24 ชม.
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ: เพจถูกสร้างขึ้นโดยใช้ชื่อว่า Đỗ Anh เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2011 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โครงการในพระราชดำริ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2025 นอกจากนี้สถานที่ตั้งผู้จัดการเพจมีทั้งประเทศเมียนมา,ปากีสถานและ ประเทศไทย
- ตรวจข้อมูลที่แจ้งไว้หน้าเพจเฟซบุ๊ก: เมื่อลองติดต่อในช่องทางแชต ทางแอดมินให้ไปคุยต่อที่ไลน์แอด จากนั้นของชื่อที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ และทำการสมัครกองทุนให้โดยอ้างว่ามียอดเริ่มต้นให้ 300 บาท โดยมีการอ้างแอปพลิเคชันปลอมของกลต. ให้กดลิงก์เข้าไป
- ตรวจสอบผ่านการสัมภาษณ์แหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์ รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวยืนยันกรมกิจการผู้สูงอายุไม่มีกองทุนเตรียมความพร้อมวัยเกษียณ ร่วมกับโครงการในพระราชดำริแต่อย่างใด
ผลกระทบเมื่อได้รับข้อมูลเท็จ
- การสูญเสียทรัพย์สิน: ผู้สูงอายุที่หลงเชื่ออาจโอนเงินเพื่อ “เริ่มต้นลงทุน” หรือ “จ่ายค่าธรรมเนียม” ซึ่งมักจะสูญเสียเงินก้อนสุดท้ายหรือเงินเก็บในบั้นปลายชีวิต
- การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล (Identity Theft): ข้อมูลที่มิจฉาชีพขอไป (ชื่อ, อายุ, เบอร์โทรศัพท์, ข้อมูลการลงทะเบียน) สามารถนำไปขายต่อในตลาดมืด หรือใช้สวมรอยเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินผิดกฎหมายอื่นๆ
- การทำลายความน่าเชื่อถือ: การแอบอ้างชื่อ “โครงการพระราชดำริ” และ “กรมกิจการผู้สูงอายุ” ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความสับสน หากมีผู้เสียหายจำนวนมาก อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อโครงการของรัฐและสถาบันหลั
- ความระแวงในสังคม: เมื่อข่าวปลอมแพร่ระบาดมากเข้า จะทำให้ประชาชนเกิดความ “ระแวง” จนไม่กล้าเข้าถึงสวัสดิการหรือโครงการที่เป็นของจริง ทำให้เสียโอกาสที่ควรจะได้
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าด่วนตัดสินใจ: มิจฉาชีพมักใช้ความเร่งด่วน (เช่น “จำกัดจำนวน”, “สมัครด่วน”) หรือความน่าเชื่อถือสูง (เช่น อ้างโครงการพระราชดำริ) มากระตุ้นให้เราขาดสติ
- สังเกตความผิดปกติ: เช่น การใช้ภาษาไทยที่ผิดเพี้ยน, การให้แอดไลน์ส่วนตัว, หรือการสัญญาว่าจะให้เงินทันทีที่สมัคร
- ตรวจสอบ URL: หากมีการส่งลิงก์มาให้ ให้ดูว่าโดเมนเนมผิดเพี้ยนหรือไม่ (เช่น .com แทนที่จะเป็น .go.th ของหน่วยงานรัฐ)
- ค้นหาข้อมูลจากแหล่งอื่น: นำชื่อโครงการไปเสิร์ชใน Google หรือตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สำนักข่าวมากกว่า 1 แหล่ง
- ห้ามส่งเอกสารสำคัญ: เช่น ภาพถ่ายบัตรประชาชน, เลขบัญชีธนาคาร หรือรหัส OTP ผ่านทางแชทไลน์หรือเว็บไซต์ที่ไม่เป็นทางการเด็ดขาด
- ไม่คลิกลิงก์แปลกหน้า: ลิงก์ที่ส่งต่อกันมาอาจแฝงด้วยมัลแวร์เพื่อดึงข้อมูลในมือถือ
- ตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: หากมีการอ้างถึงหน่วยงานใดให้โทรศัพท์สอบถามที่เบอร์สายด่วนของหน่วยงานนั้นโดยตรง เช่น กรมกิจการผู้สูงอายุ หรือ สายด่วน พม. 1300









