โพสต์อ้าง “กัมพูชา” ขอไทยเปิดด่านขนส่ง วัสดุ-อุปกรณ์ รร. พระราชทาน กองทัพเรือ–นายกฯ แจงชัดไม่เปิดด่านชายแดน

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook
ภาพเพจเฟซบุ๊ก อีสานบ้านนาแฟนเพจ โพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก เตือนภัยพิบัติพายุฝนฟ้าอากาศเรดาร์ฝนสด ตำบล สระบัว บ้านเฮา โดยเป็นภาพ ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมข้อความในภาพระบุว่า “กัมพูชา ขอไทยเปิดด่านขนส่ง วัสดุ -อุปกรณ์ รร. พระราชทาน”
Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก อีสานบ้านนาแฟนเพจ โพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก เตือนภัยพิบัติพายุฝนฟ้าอากาศเรดาร์ฝนสด ตำบล สระบัว บ้านเฮา โดยเป็นภาพ ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมข้อความในภาพระบุว่า
“กัมพูชา ขอไทยเปิดด่านขนส่ง วัสดุ -อุปกรณ์ รร. พระราชทาน”
นอกจากนี้ยังพบว่าแคปชันในภาพกล่าวว่า
“กัมพูชา ขอไทยเปิดด่านขนส่งวัสดุ-อุปกรณ์ รร.พระราชทาน จากไทยไปเขมร ผ่าน กปช.จันทบุรี-ตราด -ส่งให้ทร.พิจารณา”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 53 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 58 ข้อความ รวมถึงมีการแชร์ไปกว่า 3 ครั้ง
โรงเรียนพระราชทานมีจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “โรงเรียนพระราชทาน ในกัมพูชา” พบข้อมูลว่ามีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่
- วิทยาลัยกำปงเฌอเตียล (Kampong Chheuteal Institute of Technology)
เป็นโครงการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแก่ประชาชนชาวกัมพูชา เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจไมตรีและพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน
จุดเริ่มต้น: เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2544 ณ จังหวัดกำปงธม
การสนับสนุน: ครอบคลุมทั้งอาคารเรียน หลักสูตรการสอน (สายสามัญและวิชาชีพ) และการส่งครูไปฝึกอบรมรวมถึงมอบทุนการศึกษามาเรียนต่อที่ไทย
แผนที่ของสถานที่ดังกล่าว
- สถาบันเทคโนโลยีกำปงสือเปือ (Kampong Speu Institute of Technology – KSIT)
เป็นสถาบันแห่งที่ 2 ภายใต้โครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่กัมพูชา ตามพระราชดำริฯ ตั้งอยู่ในจังหวัดกำปงสือเปือ
จุดเริ่มต้น: จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2559 โดยเน้นการศึกษาระดับปริญญาตรีและอนุปริญญาในด้านเทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า
การสนับสนุน: รัฐบาลไทยและภาคเอกชนร่วมกันสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์การเรียนการสอน และผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ
จากประเด็นโรงเรียนดังกล่าวจึงมีการแพร่กระจายของข่าวประเด็น ไทยเปิดด่านขนส่ง วัสดุ – อุปกรณ์ รร. พระราชทาน
แผนที่ของสถานที่ดังกล่าว
ไทยเปิดด่านขนส่ง วัสดุ – อุปกรณ์ รร. พระราชทานจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “ไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา” พบว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา เพจโฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า
“พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าตามที่ปรากฏการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าไทยจะเปิดช่องทางขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์จากไทยไปยังกัมพูชาผ่านพื้นที่ชายแดน จันทบุรี–ตราด นั้น กองทัพเรือขอยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” และเป็น “ข่าวปลอม (Fake News)” ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง หากทางกัมพูชามีความต้องการความช่วยเหลือเพราะความเดือดร้อนของประชาชนที่ตกงานอดอยากแร้นแค้นในประเทศที่เกิดขึ้นเพราะผู้นำตัดสินใจผิดพลาด ก็ขอติดต่อทางช่องทางทางการทูตที่มีอยู่
กองทัพเรือ ไม่มีนโยบายในการเปิดด่านหรือช่องทางใดๆ และยังคงดำเนินมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามกฎหมายและกรอบความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้โฆษกกองทัพเรือยอมรับว่าปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลลักษณะนี้เข้าข่ายเป็นการสร้างความเข้าใจผิดในสังคม และอาจเป็นความพยายามในการปั่นกระแสจากฝั่งกัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในช่วงที่มีการปะทะ จนถึงปัจจุบัน กองทัพเรืออยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบแหล่งที่มา และจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการก่อนเผยแพร่ และไม่ส่งต่อข่าวปลอมโดยเฉพาะข่าวปั่นจากฝั่งตรงข้าม”
ภาพเพจโฆษกกองทัพเรือ ออกมาปฏิเสธเปิดด่านชายแดนจันทบุรี – ตราด
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยยังไม่มีการเปิดด่านชายแดนในพื้นที่จันทบุรี–ตราด และยังไม่มีการหารือหรือประสานงานใด ๆ กับกัมพูชาในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ อีกทั้งกระบวนการทางการทูตก็ยังไม่เริ่มต้น หากจะมีการดำเนินการใด ๆ จำเป็นต้องเริ่มจากการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันก่อน และย้ำว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดด่านชายแดน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
กัมพูชาโต้ข่าวสื่อไทย ปฏิเสธขอเปิดด่าน รับของฉุกเฉิน ย้ำเป็นข้อมูลเท็จ
อย่างไรก็ตามในวันเดียวกัน Thai PBS Verify ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ “Cambodia” พบว่า ในเว็บไซต์ khmertimeskh ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวของกัมพูชา รายงานว่า กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธรายงานของสื่อไทยที่อ้างว่า “กัมพูชาขอเปิดด่านชายแดนเพื่อรับส่งสิ่งของฉุกเฉิน” โดยยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จที่มีเจตนาทำให้ประชาชนทั้งในและต่างประเทศเข้าใจผิด พร้อมระบุว่าการปิดด่านเป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียวของไทย ดังนั้นการจะเปิดด่านอีกครั้งก็ขึ้นอยู่กับไทยเพียงฝ่ายเดียว
ขณะที่กัมพูชายืนยันว่าพร้อมดำเนินการให้เหมาะสมตามสถานการณ์ และเรียกร้องให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ ไม่หลงเชื่อหรือเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน
ภาพเพจเฟซบุ๊ก กระทรวงกลาโหม ออกมาปฏิเสธรายงานของสื่อไทยที่อ้างว่า “กัมพูชาขอเปิดด่านชายแดนเพื่อรับส่งสิ่งของฉุกเฉิน” โดยยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จ
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวสอบโพสต์ที่อ้างว่ากัมพูชา ขอไทยเปิดด่านขนส่ง วัสดุ -อุปกรณ์ รร. พระราชทาน พบว่าเป็นข่าวปลอม เนื่องจากเมื่อตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ พบว่าประเทศไทยยืนยันว่าจะไม่เปิดด่าน ขณะที่ประเด็นโรงเรียนพระราชทานเป็นความร่วมมือของไทยและกัมพูชาจริงแต่ถูกนำมาสร้างประเด็นข่าวปลอมดังกล่าวให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: Thai PBS Veriy ใช้การค้นหาคำสำคัญ “โรงเรียนพระราชทาน ในกัมพูชา” พบข้อมูลว่ามีจำนวน 2แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยกำปงเฌอเตียล และ สถาบันเทคโนโลยีกำปงสือเปือ
- ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “ไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา” พบว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา เพจกองทัพเรือออกมาปฏิเสธการเปิดด่าน
- ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: กระทรวงกลาโหมกัมพูชายืนยันประเด็นขอเปิดด่านชายแดนเป็นข่าวปลอม
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: ข้อมูลบิดเบือนอาจสร้างความเข้าใจผิดระหว่างประชาชนไทย–กัมพูชา และกดดันความสัมพันธ์ระดับรัฐ หากมีการเชื่อว่าอีกฝ่าย “ร้องขอ” หรือ “ปฏิเสธ” ในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
- สร้างความสับสนในสังคม: ประชาชนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับนโยบายชายแดน เช่น คิดว่ามีการเปิดด่านแล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังไม่มี ส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้าง
- บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ: เมื่อมีข้อมูลขัดแย้งกันระหว่างข่าวปลอมกับคำชี้แจงจากภาครัฐ อาจทำให้บางส่วนไม่เชื่อถือข้อมูลทางการ หรือเกิดความลังเลว่าอะไรคือความจริง
- กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัย: ประเด็นชายแดนเป็นเรื่องอ่อนไหว ข่าวปลอมอาจถูกตีความเชิงความมั่นคง ทำให้เกิดความตื่นตระหนก หรือปลุกกระแสชาตินิยมโดยไม่จำเป็น
- ส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชน: ผู้ที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ชายแดนอาจวางแผนผิดพลาด เช่น การเดินทาง การค้าขาย หรือการขนส่งสินค้า
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันที: ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ “ชายแดน” หรือ “ต่างประเทศ” มักถูกบิดเบือนได้ง่าย ควรหยุดคิดก่อนแชร์ทุกครั้ง
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าเป็นสื่อทางการหรือไม่ มีหน่วยงานรัฐหรือแหล่งข่าวน่าเชื่อถือยืนยันหรือเปล่า
- เทียบกับข้อมูลจากหลายแหล่ง: ลองค้นหาข่าวเดียวกันจากหลายสำนัก โดยเฉพาะคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ระวังพาดหัวชวนเข้าใจผิด: ข่าวปลอมมักใช้คำแรงหรือคลุมเครือ เช่น “ด่วน!”, “ลับ!”, “เปิดแล้ว” เพื่อกระตุ้นให้แชร์
- ตรวจสอบวันเวลาและบริบท: บางครั้งเป็นข่าวเก่าหรือคนละเหตุการณ์ ถูกนำมาปะปนจนทำให้เข้าใจผิด
- ดูหลักฐานประกอบข่าว: ภาพหรือคลิปอาจถูกตัดต่อหรือใช้ผิดบริบท ควรตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูล
- ติดตามคำชี้แจงจากหน่วยงานทางการ: กรณีนี้ควรดูข้อมูลจากรัฐบาลหรือหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลโดยตรง
- ไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน: การแชร์ต่อแม้ด้วยความหวังดี อาจยิ่งทำให้ข่าวปลอมแพร่กระจายกว้างขึ้น









