รู้ทันกันได้ : ภัยเงียบ "กล้ามเนื้อสลาย" คนธรรมดาก็เป็นได้ !
หลายคนหันมาดูแลสุขภาพด้วยการเข้าฟิตเนส, ออกกำลังกาย, ยกเวท หรือยกน้ำหนัก แต่รู้หรือไม่? ว่าการใช้ร่างกายหนักเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อสลายได้ โดยภาวะนี้เคยมีเคสมาแล้ว เช่น กรณีนักเรียนที่ถูกทำโทษให้กระโดดตบถึง 1,000 ครั้งในระยะเวลาสั้น ๆ จนเกิดอาการ บทความนี้เรียบเรียงจากการให้สัมภาษณ์ของ นพ. ชวาลวุฒิ เติมตะนันทน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางข้อเข่าข้อสะโพก สถาบันกระดูกและข้อ รพ.พญาไท เพื่อให้คุณเข้าใจและป้องกันได้ทันก่อนสายเกินแก้
กล้ามเนื้อสลายคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
ปกติแล้วกล้ามเนื้อของเราประกอบด้วยเซลล์กล้ามเนื้อจำนวนมากที่สามารถยืดและหดตัวได้ เมื่อเราออกกำลังกาย เซลล์กล้ามเนื้อจะมีการยืดหดซ้ำ ๆ พร้อมกัน ภาวะกล้ามเนื้อสลาย จะเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินกว่าที่เซลล์จะรับไหว จนเซลล์กล้ามเนื้อแตกและตายลง สารที่อยู่ภายในเซลล์จึงรั่วออกมาเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอันตรายที่ตามมา
สาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อสลายเกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุของ กล้ามเนื้อสลาย มีได้หลายปัจจัย ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ได้แก่
- การออกกำลังกายหักโหมเกินไป คือการใช้งานกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่ว่าจะสมัครใจหรือไม่สมัครใจ เช่น การถูกทำโทษ การรับน้อง การเกณฑ์ทหาร หรือการวิ่งหนีภัยพิบัติ
- สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ออกกำลังกายในอากาศร้อน ดื่มน้ำน้อย และพักผ่อนไม่เพียงพอ
- อุบัติเหตุ ที่มีการกระแทกหรือบดขยี้ หรือการกดทับจนเซลล์กล้ามเนื้อขาดเลือดเป็นเวลานานจนแตกสลาย
- การใช้ยาหรือสารเสพติดบางชนิด เช่น โคเคน เฮโรอีน หรือยาบ้า รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงและแตกได้ง่าย
- ภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่น เช่น การติดเชื้อรุนแรงที่ส่งผลให้เซลล์กล้ามเนื้อตาย
กลไกของกล้ามเนื้อสลายที่นำไปสู่อันตรายต่อไต
เมื่อเซลล์กล้ามเนื้อแตกออก สารที่อยู่ภายในเซลล์จะรั่วเข้าสู่กระแสเลือด สารที่น่ากังวลที่สุดคือ ไมโอโกลบิน (Myoglobin) ซึ่งสามารถไปตกตะกอนและอุดตันที่ท่อไตได้ เมื่อท่อไตอุดตัน ของเสียก็จะคั่งอยู่ในเลือดและทำให้เกลือแร่ในเลือดเสียสมดุล หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา ไตจะทำงานไม่ได้จนถึงขั้นไตวาย และเมื่อเกลือแร่ในเลือดผิดปกติมากขึ้น ก็อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภาวะกล้ามเนื้อสลายมักถูกพูดถึงพร้อมกับภาวะไตวาย
อาการของกล้ามเนื้อสลายที่ควรสังเกต
อาการของกล้ามเนื้อสลายมักเกิดขึ้นเป็นลำดับ หากสังเกตได้เร็วจะช่วยให้เข้ารับการรักษาทันท่วงที
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณต้นขาและน่อง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีกล้ามเนื้อมาก อาการปวดจะรุนแรงจนเดินได้ไม่ปกติ มีคนสังเกตเห็นว่าท่าเดินผิดไป และทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
- ปัสสาวะสีเข้ม มีสีคล้ายโคล่าเข้ม ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เมื่อเริ่มมีเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ ในรายที่ปล่อยไว้จนอาการลุกลาม
ความรุนแรงของภาวะกล้ามเนื้อสลายในแต่ละคนไม่เท่ากัน
ความรุนแรงของกล้ามเนื้อสลายขึ้นอยู่กับจำนวนเซลล์กล้ามเนื้อที่เสียหาย ระยะเวลาที่ใช้งาน และความเร็วในการตรวจพบ บางคนเป็นเพียงเล็กน้อยอาจดีขึ้นได้ด้วยการดื่มน้ำ แต่บางคนรุนแรงถึงขั้นต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด และบางรายอาจต้องฟอกไต ดังนั้นยิ่งตรวจพบเร็วและใช้งานกล้ามเนื้อไปไม่มาก ก็ยิ่งมีโอกาสฟื้นตัวได้ดี
การรักษากล้ามเนื้อสลายและระยะเวลาในการฟื้นตัว
ภาวะกล้ามเนื้อสลายสามารถรักษาให้หายได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าสู่การรักษาให้เร็ว ไม่ปล่อยปละละเลย เพราะหากทิ้งไว้นานอาจหนักถึงขั้นต้องฟอกไต การรักษาบางรายจำเป็นต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือดเพื่อแก้ไขความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือดให้ทัน หากเข้ารับการรักษาเร็ว ภาวะนี้จะไม่ทิ้งผลในระยะยาว ส่วนระยะเวลาฟื้นตัวนั้นแตกต่างกันไปตามความรุนแรง รายที่เป็นน้อยอาจใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ขณะที่รายที่เป็นหนักอาจต้องใช้เวลา 1 – 2 เดือนกว่าจะกลับมาออกกำลังกายได้ตามปกติ
กล้ามเนื้อสลายรักษาหายเองได้ไหม
หลายคนเข้าใจว่าหากปัสสาวะสีเข้มแล้วดื่มน้ำมาก ๆ ก็อาจช่วยได้ ในความเป็นจริงโอกาสหายเองมีอยู่บ้าง แต่หากไม่ได้ตรวจเลือด เราจะไม่มีทางรู้ว่าค่าของเสียในเลือดสูงไปมากแค่ไหน และค่าไตแย่ลงเพียงใด บางครั้งการดื่มน้ำเพียงอย่างเดียวอาจแก้ไขไม่ทัน จึงต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือดเพื่อปรับสมดุลเกลือแร่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่แนะนำให้รักษากล้ามเนื้อสลายเอง หากสงสัยควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัด
วิธีป้องกันกล้ามเนื้อสลายสำหรับคนรักการออกกำลังกาย
ในยุคที่กระแสรักสุขภาพมาแรง การป้องกันกล้ามเนื้อสลายทำได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างถูกหลัก โดยยึดคอนเซปต์ "ค่อยเป็นค่อยไป" และค่อย ๆ เพิ่มการออกกำลังกายขึ้นทีละขั้น
- ปรับความเข้มข้น, ความถี่ และระยะเวลา ให้เหมาะกับสุขภาพของตัวเองในปัจจุบัน ไม่ออกกำลังกายหนักเกินตัวในทันที
- มีระยะพักฟื้น ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูควบคู่ไปด้วย
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ระหว่างออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในอากาศร้อนจัด หากอากาศร้อนควรพักก่อน
- หลีกเลี่ยงการใช้ยา สารเสพติด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้
ข้อควรระวังกล้ามเนื้อสลายสำหรับคนยกเวทหนักและนักเพาะกาย
สำหรับผู้ที่ยกน้ำหนักหนักหรือนักเพาะกาย ข้อควรระวังเรื่องกล้ามเนื้อสลายจะคล้ายกับคนทั่วไป แต่ต้องเน้นที่การประเมินตัวเองว่าสามารถรับโหลดระดับนั้นได้หรือไม่ พร้อมทั้งมีเทคนิคการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ระหว่างออกกำลังกายควรดื่มน้ำมาก ๆ และคอยสังเกตอาการของตัวเอง หากกล้ามเนื้อส่งสัญญาณเจ็บปวดมากผิดปกติ ควรหยุดพักและถอยกลับมาดูอาการก่อน นอกจากนี้การวอร์มอัปและคูลดาวน์ก็สำคัญ เพราะเป็นการเตรียมเซลล์กล้ามเนื้อให้พร้อมสำหรับการออกกำลังกาย
สรุปเรื่องกล้ามเนื้อสลายที่ควรรู้
ภาวะกล้ามเนื้อสลาย เป็นภัยที่เกิดขึ้นได้จากการใช้ร่างกายหนักเกินไป อุบัติเหตุ การใช้สารบางชนิด หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่น แม้จะรักษาให้หายได้ แต่หากปล่อยไว้อาจรุนแรงถึงขั้นไตวายและเสียชีวิต ไม่ว่าจะออกกำลังกายเองหรือมีการลงโทษ ควรประเมินร่างกายให้เหมาะสม อย่าหักโหมจนเกินไป ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ และหากสังเกตเห็นอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรงร่วมกับปัสสาวะสีเข้ม ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาให้ทันท่วงที
ชมย้อนหลังรายการ "วันใหม่วาไรตี้" ในช่วง "รู้ทันกันได้" ได้ที่ www.thaipbs.or.th/RuTanKanDai




























































