กินผักเพราะรักษ์โลก

ออกอากาศ17 พ.ค. 69

แม้การกินผักจะจำเป็นต่อร่างกายในด้านการเสริมวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ดีต่อสุขภาพทั้งระบบ แต่เพราะระบบการผลิตที่เปลี่ยนไปพัฒนาพันธุ์ผัก ที่เรามักเรียกติดปากว่า "ผักตลาด" ให้โตไว ทันกิน ทันใช้ ซึ่งตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียหรือไนโตรเจน (สูตรเคมี คือ N) ปุ๋ยสังเคราะห์ชนิดนี้เมื่อใส่ลงไปในดินจะเกิดการระเหยสู่บรรยากาศในรูปของไนตรัสออกไซด์ (N2O) ที่นับเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีพลังการทำลายล้างสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 273 เท่า และจากรายงาน The Global Nitrous Oxide Assessment ระบุว่าการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากภาคการเกษตรสูงถึง 74 % เฉพาะการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนมีสัดส่วนสูงถึง 70% ของการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ในภาคการเกษตร

ยิ่งเรารับประทานผักมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งเสริมให้มีการผลิตผักตลาดมากขึ้นเท่านั้น ปุ๋ยเคมีไนโตรเจนก็ถูกผลิตเพื่อใช้มากขึ้นเช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

แต่เพราะถึงอย่างไรการรับประทานผักก็ยังสำคัญต่อการดำรงชีวิต มีอีกหลายแนวทางการผลิตที่สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน ตัวการของการเกิดก๊าซไนตรัสออกำซด์ได้ นับแต่ในภาคการผลิตที่ใช้ปุ๋ยสังเคราะห์อย่างถูกต้องและเหมาะสม, หันมาปลูกผักที่ไม่ต้องพึ่งสารเคมีทางการเกษตรมาก เช่น ผักพื้นบ้าน ผักตามฤดูกาล, อนุรักษ์และพัฒนาดินให้สมบูรณ์, ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยสังเคราะห์, และในส่วนผู้บริโภคเองก็ปรับมารับประทานพืชผักที่ได้มาจากกระบวนการผลิตด้วยระบบนี้ให้มากขึ้น ก็จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งส่วนใหญ่วิถีการผลิตแบบนี้จะมาจากชุมชน การเลือกบริโภคอาหารจากแหล่งเหล่านี้จึงทั้งดีต่อสุขภาพ ดีต่อโลก เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ และยั่งยืนสุด ๆ

ติดตามรายการ “จานนี้…มีเรื่องโลก” ได้วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 - 10.30 น. ทางไทยพีบีเอส

แม้การกินผักจะจำเป็นต่อร่างกายในด้านการเสริมวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ดีต่อสุขภาพทั้งระบบ แต่เพราะระบบการผลิตที่เปลี่ยนไปพัฒนาพันธุ์ผัก ที่เรามักเรียกติดปากว่า "ผักตลาด" ให้โตไว ทันกิน ทันใช้ ซึ่งตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียหรือไนโตรเจน (สูตรเคมี คือ N) ปุ๋ยสังเคราะห์ชนิดนี้เมื่อใส่ลงไปในดินจะเกิดการระเหยสู่บรรยากาศในรูปของไนตรัสออกไซด์ (N2O) ที่นับเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีพลังการทำลายล้างสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 273 เท่า และจากรายงาน The Global Nitrous Oxide Assessment ระบุว่าการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากภาคการเกษตรสูงถึง 74 % เฉพาะการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนมีสัดส่วนสูงถึง 70% ของการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ในภาคการเกษตร

ยิ่งเรารับประทานผักมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งเสริมให้มีการผลิตผักตลาดมากขึ้นเท่านั้น ปุ๋ยเคมีไนโตรเจนก็ถูกผลิตเพื่อใช้มากขึ้นเช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

แต่เพราะถึงอย่างไรการรับประทานผักก็ยังสำคัญต่อการดำรงชีวิต มีอีกหลายแนวทางการผลิตที่สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน ตัวการของการเกิดก๊าซไนตรัสออกำซด์ได้ นับแต่ในภาคการผลิตที่ใช้ปุ๋ยสังเคราะห์อย่างถูกต้องและเหมาะสม, หันมาปลูกผักที่ไม่ต้องพึ่งสารเคมีทางการเกษตรมาก เช่น ผักพื้นบ้าน ผักตามฤดูกาล, อนุรักษ์และพัฒนาดินให้สมบูรณ์, ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยสังเคราะห์, และในส่วนผู้บริโภคเองก็ปรับมารับประทานพืชผักที่ได้มาจากกระบวนการผลิตด้วยระบบนี้ให้มากขึ้น ก็จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งส่วนใหญ่วิถีการผลิตแบบนี้จะมาจากชุมชน การเลือกบริโภคอาหารจากแหล่งเหล่านี้จึงทั้งดีต่อสุขภาพ ดีต่อโลก เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ และยั่งยืนสุด ๆ

ติดตามรายการ “จานนี้…มีเรื่องโลก” ได้วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 - 10.30 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย