Fact Check : จุดดำบนใบหน้า บ่งบอก โรคหัวใจ ?
จุดดำบนใบหน้า บ่งบอก โรคหัวใจ
ข่าวที่แชร์: จุดดำบางจุดบนใบหน้า อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหัวใจ เรื่องสุขภาพแบบนี้ ต้องเช็กให้ชัวร์แล้ว “จุดดำบนหน้า” ที่แชร์กันนั้น…เกี่ยวจริงไหม? จุดแบบไหนควรระวัง? แบบไหนเป็นแค่เรื่องผิว?
คำตอบ: ไม่จริง
ข้อมูลที่แชร์กันในโลกออนไลน์ว่า ไฝ ฝ้า กระ หรือขี้แมงวันบนใบหน้า สามารถบ่งบอกความเสี่ยงโรคหัวใจได้นั้น ไม่เป็นความจริง จุดและริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากการเสื่อมสภาพของ คอลลาเจนและอีลาสติน ในผิวหนัง ซึ่งถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระหรือฟรีแรดิคัล เมื่อใดก็ตามที่โปรตีนทั้งสองชนิดนี้เสื่อมสภาพลง ผิวหนังก็จะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดจุดด่าง ริ้วรอย หรือตีนกาตามมา ซึ่งเป็นกระบวนการเสื่อมของร่างกายตามอายุและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้บ่งชี้ถึงโรคหัวใจหรือหลอดเลือดแต่อย่างใด
สาเหตุที่ความเชื่อนี้แพร่กระจายได้ง่าย อาจเป็นเพราะทั้งริ้วรอยบนใบหน้าและโรคหัวใจล้วนเกิดขึ้นในกลุ่มคนที่มีอายุมากขึ้น ทำให้ถูกเชื่อมโยงกันโดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันชัดเจนว่าจุดหรือริ้วรอยบนใบหน้าไม่สามารถใช้คัดกรองหรือบอกความเสี่ยงโรคหัวใจได้เลย
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าก็มีสัญญาณบางอย่างที่สามารถสะท้อนความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือดได้จริง แต่ต้องแยกแยะให้ถูกต้อง เช่น อาการเปลือกตาบวม ที่เกิดจากน้ำคั่งในร่างกายเพราะหัวใจปั๊มเลือดได้ไม่ทัน หรือ อาการปากและผิวหนังเขียวคล้ำ ที่เรียกว่า ไซยาโนซิส (Cyanosis) ซึ่งเกิดจากเลือดได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากจุดดำหรือไฝที่เกิดจากการเสื่อมของผิวหนัง และมักปรากฏในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงแล้วเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณเริ่มต้น
สำหรับอาการที่บ่งชี้โรคหัวใจและหลอดเลือดได้จริงในชีวิตประจำวัน แพทย์อธิบายว่า อาการเจ็บจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือที่เรียกว่า แองไจนา เพกทอริส (Angina Pectoris) จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากความเจ็บปวดทั่วไปอย่างชัดเจน คือจะรู้สึก แน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักมาทับ ไม่ใช่เจ็บแปล๊บ ๆ และมักร้าวไปที่แขนข้างซ้าย อีกหนึ่งสัญญาณที่พบบ่อยคือ เหนื่อยผิดปกติ เมื่อทำกิจกรรมที่เคยทำได้โดยไม่มีปัญหา เช่น ขึ้นบันไดเพียงชั้นเดียวแล้วหอบ หรือ ขาและเปลือกตาบวมกดบุ๋ม จากน้ำที่คั่งค้างเนื่องจากหัวใจวาย รวมถึงอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น หรือรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างต่อเนื่อง
หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ในตนเองหรือคนใกล้ชิด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว ปัจจุบันมีเครื่องมือตรวจหัวใจที่หลากหลายและแม่นยำ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกาย ไปจนถึงการตรวจ Echocardiography (อีโค่หัวใจ) การทำ CT Angiography หลอดเลือดหัวใจ การตรวจ Calcium Score ในหลอดเลือด และการทำ MRI หัวใจ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสม และโรคหัวใจเป็นโรคที่ ป้องกันได้ ด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นระดับไขมันในเลือด น้ำหนักตัว การเลิกสูบบุหรี่ การงดหรือจำกัดแอลกอฮอล์ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ชมย้อนหลังรายการคนสู้โรคได้ที่ www.thaipbs.or.th/KonSuRoak



























































