ปล่อยโพยลวง "ทักษิณ" ดับฝันใช้เงื่อนไข กม.นิรโทษกรรม "ล้างมลทิน"

การเมือง
16:27
จำนวนผู้ชม 53
Thai PBS
ปล่อยโพยลวง "ทักษิณ" ดับฝันใช้เงื่อนไข กม.นิรโทษกรรม "ล้างมลทิน"

ดับฝันอดีตนายกฯ "ทักษิณ ชินวัตร" หรือไม่ อีกไม่นานคงชัดเจน หลัง "วิญญัติ ชาติมนตรี" ทนายความ รับมอบอำนาจให้ยื่นคำร้องแทนต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมี "ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 แม้คณะอนุกรรมการ ฯ ยังไม่ได้พิจารณา แต่มีการปล่อยโพยล่วงหน้าว่า "คำร้องถูกตีตก" เหตุไม่เข้าเงื่อนไข

ท่ามกลางข้อถกเถียงจากหลายฝ่าย หลังรองนายกฯ ปกรณ์ ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (2 พ.ย.2569) เป็นการประชุมครั้ง 1/2569 ที่มีการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยมี "ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร" ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม

มีรายงานว่ามีการนำเสนอวาระเข้าที่ประชุมทั้งหมด 23 เรื่อง และมีหลายประเด็นน่าจับตา โดยเฉพาะจำนวนคดีทางการเมือง รายชื่อผู้ต้องขังและผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ในห้วงวันที่ 1 ม.ค.2548-16 ก.ค.2568 ยกเว้นคดีความผิดตามมาตรา 112 คดีทุจริต ความผิดต่อชีวิตและร่างกายอย่างร้ายแรงตามมาตรา 297 และความผิดต่อส่วนตัว

โดยผู้ที่มีคุณสมบัติและพฤติการณ์ทาง "คดีผ่านเกณฑ์" จะเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์จากการนิรโทษกรรมทางคดีการเมือง และนำไปสู่การ "ลบทะเบียนประวัติอาชญากร" หรือการ "ยุติคดีในระบบ" รวมทั้งการจำหน่ายคดีออกจากระบบศาล หรือปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำและทัณฑสถาน

โดยเฉพาะกรณีอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ใน 4 คดีหลักตามคำร้อง ถือเป็นคดีทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจากคดีชุมนุมทางการเมือง จึงอาจไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมทั้ง 4 คดี

หากพลิก 4 คดีเก่า "บ่วงรัด" ที่อาจทำให้ "อดีตนายกฯ ทักษิณ" ต้องฝันสลาย พบว่ามี 4 คดีสำคัญ ประกอบด้วย

  • คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) จำนวน 4,000 ล้านบาท
  • คดีโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว (หวยบนดิน)
  • คดีแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและดาวเทียม (ไทยคม)
  • คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท

ทั้ง 4 คดี ถือเป็นคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำ แหน่งหน้าที่ราชการ เป็นการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เข้าลักษณะการทุจริตตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 นอกจากนี้ อดีตนายกฯ "ทักษิณ" ก็ไม่เข้าข่าย "ผู้ชุมนุมทางการเมือง" จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า อาจไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้สิทธิตาม พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข

แม้ก่อนหน้านี้ การยื่นคำร้องของทนายความอดีตนายกฯ จะเหตุว่าเกิดจากการตรวจสอบ-สอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ( คตส.) หลังเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อปี 2549 และคดีดังกล่าวได้เข้าสู่การพิจารณาตามลำดับ ตั้งแต่ชั้นป.ป.ช.-อัยการ จนสู่การตัดสินของศาล

ทั้งนี้ คตส.ตั้งขึ้นตามประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ซึ่งประกาศและคำสั่งคมช.อยู่ในข้อที่ 31 ฐานความผิดหรือกรณีของผู้ถูกกล่าวหา ดำเนินคดี หรือได้รับผลกระทบจากประกาศหรือคำสั่งของ คปค., คมช. และ คสช. (คณะปฏิรูปการปกครองฯ, คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ )ตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เข้าข่ายได้รับการพิจารณาให้นิรโทษกรรมได้ และถ้า "มีสิทธิได้ลุ้น" ตามเงื่อนไข จึงไม่แปลกหากอดีตนายกฯทักษิณและทีมกฎหมายจะเสนอเรื่องเข้ามา

เมื่อคณะรัฐประหารนิรโทษกรรมตัวเองได้ตั้งแต่นาทีแรก นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกยึดอำนาจ ย่อมมีสิทธิต่อสู้ทุกช่องทางจนถึงนาทีสุดท้าย ข้อความตอนหนึ่งที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำนปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2569

ณัฐวุฒิ ระบุว่า การยื่นคำร้องขอลบประวัติอาชญากรรมของอดีตนายกฯทักษิณ ข้อเท็จจริงเรื่องคดี คือ ไม่มีโทษจำคุกจากคำพิพากษาคดีใด ๆ อีกแล้ว ทุกเรื่องเป็นที่ยุติหลังได้รับการปล่อยตัว

"การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อให้พิจารณาลบประวัติอาชญากรรม เพราะทุกคดีตั้งต้นโดยอำนาจคณะรัฐประหาร เป็นการดำเนินการตามสิทธิที่มีเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน ผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรเป็นอำนาจชี้ขาดของกรรมการ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนในชั้นอนุกลั่นกรอง"

ส่วนคดีมาตรา 112 ที่อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ ต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นข้อยกเว้นที่เขียนไว้ชัดเจนในพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข

"กระแสข่าวว่า ดร.ทักษิณเปิดดีลให้คณะกรรมการเห็นชอบ แลกกับเสียงโหวตของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้ วางใจ น่าจะเป็นทั้งเฟกนิวส์และเฟกดีล เพราะถ้าดูการเมืองจากสภาพที่เป็นจริง คะแนนเสียงสนับสนุนรัฐบาลไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่กดดัน”

ร.ศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 เปิดเผยหลังเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯว่าการประชุมครั้งนี้ไม่มี 4 ประเด็นคำร้องของอดีตนายกฯ ทักษิณเข้าสู่วาระพิจารณา และยังไม่ทราบว่าจะเข้าสู่การพิจารณาเมื่อใด เนื่องจากเป็นหน้าที่ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ที่ต้องรวบรวมข้อ เท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย ก่อนจัดทำความเห็นเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

"กรอบเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขกำหนดไว้ 180 วัน นับจากการประชุมครั้งแรก และจะครบกำหนดวันที่ 20 มี.ค.2570 แต่คณะกรรมการต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นเรื่องภายในเดือนม.ค.2570 เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาคำร้องอย่างรอบคอบ"

อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด กฎหมายเปิดช่องให้ขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน แต่เป้าหมายคือเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน หนึ่งในคณะ อนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองระบุ

รศ.ยุทธพร กล่าวถึงกรณีเรื่องคำร้องเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมถูกตีตกว่า ในชั้นอนุกรรมการกลั่นกรองไม่สามารถที่จะตีตก เพราะไม่ได้มีอำนาจวินิจฉัย แต่เป็นอำนาจของคณะกรรมการชุดใหญ่ เช่น การร้องขอล้างประวัติอาชญากรรม เป็นหน้าที่ที่หน่วยงานต้องทำตามกฏหมายอยู่แล้ว หากเป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยต้องเป็นอำนาจของที่ประชุมชุดใหญ่ หากมีมติยกคำร้องผู้ที่มีสิทธิ์หรือมีส่วนได้เสียสามารถยื่นทางศาลได้ เพราะมติของคณะกรรมการนิรโทษเป็นคำสั่งทางปกครอง สามารถไปร้องต่อศาลปกครองได้

"ในกฎหมายแม้ว่าจะเขียนว่า ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ หลายคนอาจจะเข้าใจว่าจบตรงนี้แล้ว ไม่สามารถไปต่อได้ แต่คำว่าเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัตินี้ ในฝ่ายปกครอง คือการวินิจฉัยตามหลักกฏหมาย ซึ่งหมายถึงว่า ไม่สามารถไปอุทธรณ์กับกรรมการที่อยู่เหนือกฎหมายขึ้นไปได้ หรือไปอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารได้ เท่ากับว่าเป็นเหตุทำให้ผู้มีส่วนได้เสียเกิดสิทธิ์ไปใช้สิทธิ์ทางศาล ด้วยการไปร้องต่อศาลปกครอง" รศ.ยุทธพรกล่าว

ส่วนกระแสปิดดีลการเมือง โดยพรรคเพื่อไทยจะแลกกับมติไว้วางใจรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ร.ศ.ดร.ยุทธพร บอกว่า ในมุมมองทางวิชาการ ไม่เชื่อว่าจะมีข้อตกลงลักษณะดังกล่าว เพราะการต่อรองทางการเมืองมีปัจจัยอื่นอีกมาก และยืนยันว่าไม่มีประเด็นนี้เข้ามากดดันการทำงานของคณะกรรมการ

ยังมีเวลาอีก 6 เดือนติดตามว่า โพยล่วงหน้าที่ปล่อยออกมา "ดับฝัน" อดีตนายกฯทักษิณ โดยเฉพาะเรื่องการล้างมลทินถูกตีตกว่า จะเป็นความจริงหรือเป็นกลลวง

อ่านข่าว :

ถกนัดแรก! อนุฯ กลั่นกรองนิรโทษกรรม จับตาคำร้อง "ทักษิณ" 4 คดี

“จุลพันธ์” โต้ไร้ดีลลับ “ทักษิณ” แลกโหวต ย้ำรัฐบาลไร้รอยร้าว พรรคร่วมแน่น

ปธ.อนุฯ กลั่นกรอง เผยชง "ทักษิณ" ขอนิรโทษ เข้า คกก.สันติสุขฯ นัดหน้า