มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

เศรษฐกิจ
16:09
จำนวนผู้ชม 52
Thai PBS
มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม
ผู้ช่วย AI

รัฐบาลเดินหน้าโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” สนับสนุนค่าซื้ออุปกรณ์และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ครัวเรือนละ 50,000 บาท ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ภายใต้วงเงิน 50,000 ล้านบาท หวังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด

คำถามคือ เงินสนับสนุน 50,000 บาท เพียงพอหรือไม่ หากทุกหลังคาเรือนจะติดตั้งแล้วคุ้มค่าเหมือนกันหรือไม่? รายการ “นิวส์รูม ห้องข่าวไทยพีบีเอส” รศ.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนมองโครงการนี้ทั้งในมุมผู้บริโภคและภาพรวมพลังงานของประเทศ โดยย้ำว่าความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าและการเลือกขนาดระบบให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง

มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

รัฐช่วย 50,000 บาท จ่าย “ส่วนต่าง” เท่าไหร่

รศ.ชาลี อธิบายว่า ชุดติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ มีราคากลางที่ภาครัฐกำหนดไว้ประมาณ 140,000 บาท โดยรัฐสนับสนุน 50,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 90,000 บาท เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบเอง โดยผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกใช้เงินส่วนตัว หรือขอสินเชื่อจากธนาคารที่เข้าร่วม ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคารที่อัตราดอกเบี้ยราคาพิเศษ 2.5% ต่อปี สำหรับเงินสนับสนุน 50,000 บาทไม่ได้จ่ายให้ทันทีหลังลงทะเบียน แต่จะได้รับเมื่อดำเนินการติดตั้งและเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำเร็จตามเงื่อนไขของโครงการ

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ ระบบมาตรฐานขนาด 5 กิโลวัตต์เป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ ไม่ได้รวมแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บไฟฟ้า หากต้องการเก็บไฟไว้ใช้ในช่วงกลางคืน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

กลางวันอยู่บ้านหรือไม่ “ปัจจัย” กำหนดความคุ้มค่า

รศ.ชาลี มองว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์จะประหยัดค่าไฟได้มากหรือน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดแผงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ครัวเรือนใช้ไฟฟ้าด้วย

มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

หากบ้านมีคนอยู่ในช่วงกลางวันและสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงแดดจัด เช่น เปิดเครื่อง ปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็จะช่วยลดการซื้อไฟจากการไฟฟ้าได้โดยตรง “แต่” บ้านที่ไม่มีคนอยู่ในช่วงกลางวัน และกลับมาใช้ไฟฟ้ามากในช่วงกลางคืน ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนเกินจะถูกส่งกลับเข้าสู่ระบบ โดยโครงการกำหนดให้การไฟฟ้ารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าราคาค่าไฟที่ครัวเรือนซื้อจากการไฟฟ้า

นั่นหมายความว่า บ้านที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันได้มากจะมีโอกาสประหยัดค่าไฟและคืนทุนได้เร็วกว่า ขณะที่บ้านที่ผลิตไฟฟ้าแล้วต้องขายคืนเป็นส่วนใหญ่ อาจใช้เวลาคืนทุนนานขึ้น

“ถ้าเราไม่อยู่บ้านเลยในตอนกลางวัน ไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็จะไหลคืนให้กับการไฟฟ้า ซึ่งรับซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่เราซื้อมา ระยะเวลาการคืนทุนก็จะยาวนานกว่าคนอื่น”

เช็กก่อนร่วมโครงการ “ติดตั้ง” บ้านแบบไหนคุ้มทุน

ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ รศ.ชาลี แนะนำให้ประชาชนสำรวจพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของตัวเองก่อน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีแสงแดดดี ตั้งแต่ประมาณ 10.00–14.00 น. วิธีง่าย ๆ คือ สังเกตมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านในช่วงเช้าและช่วงบ่าย เพื่อดูว่าระหว่างนั้นมีการใช้ไฟฟ้ามากน้อยเพียงใด หากใช้ไฟในช่วงดังกล่าวมาก ก็มีโอกาสนำไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์มาใช้ได้อย่างคุ้มค่า

มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

อีกปัจจัยคือค่าไฟฟ้าต่อเดือน โดย รศ.ชาลี เสนอว่า บ้านที่มีค่าไฟประมาณ 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป มีแนวโน้มเหมาะกับการติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์มากกว่า เพราะมีปริมาณการใช้ไฟฟ้ามากพอที่จะนำไฟที่ผลิตได้มาใช้เอง

ส่วนบ้านที่ใช้ไฟฟ้าน้อย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบขนาดใหญ่ตามโครงการเสมอไป เพราะสามารถเลือกติดตั้งระบบขนาดเล็กให้เหมาะกับกำลังซื้อและพฤติกรรมการใช้ไฟได้ เช่น ระบบไมโครอิน เวอร์เตอร์ที่ใช้แผงเพียงไม่กี่แผง ซึ่งช่วยลดภาระการลงทุนเริ่มต้น

“ เงินสนับสนุน 50,000 บาทเป็นโอกาส แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ควรตัดสินใจติดตั้ง เจ้าของบ้านควรคำนวณค่าใช้จ่ายส่วนต่างและประเมินการประหยัดในระยะยาวก่อน”

โซลาร์เซลล์ช่วยลดค่าไฟทั้งประเทศได้จริงหรือ?

นอกจากประโยชน์ในระดับครัวเรือน รศ.ชาลี มองว่า การส่งเสริมให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองยังช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศได้ด้วย โดยอธิบายว่า ระบบไฟฟ้าต้องผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง อาจต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนแพง เช่น ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้า ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น

หากมีโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนเข้ามาช่วยผลิตไฟฟ้าในช่วงกลางวัน ก็จะช่วยลดความจำเป็นในการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งต้นทุนสูงบางส่วน รวมถึงลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า

มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

มองรอบทิศ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วย 50,000 บาท บ้านแบบไหนติดแล้วคุ้ม

รศ.ชาลี ประเมินว่า หากประเทศไทยสามารถส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ถึง 5,000 เมกะวัตต์ อาจช่วยลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศได้ประมาณ 8–12 สตางค์ต่อหน่วย ตามสมมติฐานและราคาก๊าซที่ใช้ในการคำนวณ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่การรับประกันว่าค่าไฟฟ้าจะลดลงทันที เพราะยังขึ้นอยู่กับต้นทุนเชื้อเพลิง โครงสร้างค่าไฟ และระบบบริหารจัดการไฟฟ้าของประเทศด้วย

จุดเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟ “ผู้ใช้” กลายเป็น “ผู้ผลิต”

รศ.ชาลี มองว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย เพราะทำให้ประชาชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อไฟฟ้าจากระบบส่วนกลาง แต่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและส่งไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้

หากดำเนินโครงการได้ตามเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน หรือกำลังผลิตรวมประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ควรพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยเสนอว่าในช่วงแรกการสนับสนุนครัวเรือนละ 50,000 บาทอาจช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตัดสินใจลงทุน แต่ระยะต่อไปควรทยอยปรับลดเงินสนับสนุน และพิจารณาใช้มาตรการทางภาษีหรือเครื่องมืออื่นควบคู่กัน เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ

สำหรับเป้าหมายระยะยาว มองว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์บนหลังคาอีกมาก หากสามารถขยายการติดตั้งได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานได้

ท้ายที่สุด โครงการโซลาร์ภาคประชาชนอาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะกับทุกครัวเรือน แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ประชาชนเริ่มเข้ามามีบทบาทในการผลิตพลังงานของประเทศ

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงจำนวนครัวเรือนที่ลงทะเบียนได้ครบ 1 ล้านสิทธิ์หรือไม่ แต่คือรัฐบาลจะทำอย่างไรให้การสนับสนุนครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อประชาชนที่ลงทุนติดตั้ง ต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ และเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว

อ่านข่าว

PEA ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีส่วนต่างค่าติดตั้งโซลาร์เซล ยันยกเลิกแบบสำรวจแล้ว

"โครงการโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย

แก้ปมเงินค้ำ 5 หมื่นบาท "คลัง" ดึงแบงก์รัฐการันตี SMEs โซลาร์ภาคประชาชน