วันนี้ (1 พ.ย.2569) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธกระแสข่าวดีลลับระหว่าง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับเงื่อนไขการนิรโทษกรรม เพื่อแลกกับการยกมือโหวตไว้วางใจรัฐบาล โดยระบุว่า ไม่มีดีลลับหรือข้อตกลงใด ๆ ทั้งสิ้น ข้อตกลงระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย เป็นการร่วมรัฐบาลและทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ ไม่มีความกังวลหรือข้อเท็จจริงใด ที่ต้องทำข้อตกลงเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันทั้ง 2 พรรคก็ร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว
“จุลพันธ์” โต้ไร้ดีลลับ “ทักษิณ” แลกโหวต ย้ำรัฐบาลไร้รอยร้าว พรรคร่วมแน่น
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีพรรคหลักอยู่ 2 พรรค ยืนยันว่าไม่มีความหวั่นไหว และตนไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีในประเด็นดังกล่าว โดยหารือกันเฉพาะเรื่องการทำงานเท่านั้น
ส่วนกรณีนายทักษิณ กับพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 นายจุลพันธ์ มองว่า เป็นสิทธิตามกฎหมาย ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองและการรัฐประหาร ส่วนจะเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะวินิจฉัย โดยรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการตัดสินใจในเรื่องนี้
สำหรับเสถียรภาพของรัฐบาล นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแน่นแฟ้น และไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาล ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงต้นเดือน ธ.ค. นี้ มั่นใจว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น เนื่องจากรับรู้ความเคลื่อนไหวร่วมกันมาโดยตลอด อีกทั้งตามมารยาทของพรรคร่วมรัฐบาลก็สามารถคาดการณ์ทิศทางการลงมติได้ จึงมั่นใจว่าเสถียรภาพรัฐบาล ยังอยู่ในระดับที่มั่นคง พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าว การดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงกระแสการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มี 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกเป็นสิทธิขาดของนายกรัฐมนตรีในการตัดสินใจ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล จึงไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย
ส่วนประเด็นที่สอง รัฐมนตรีแต่ละคน ต้องทบทวนการทำงานของตนเองอยู่ตลอดเวลา สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี เชื่อว่าไม่มีประเด็นใดที่จะกระทบหรือสั่นคลอนการทำงานของรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า การทำงานของรัฐมนตรีทั้ง 3 คนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นไปด้วยดี ทุกคนมีความพยายามและตั้งใจ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมีประสบการณ์สูง เคยดูแลกระทรวงขนาดใหญ่มาหลายกระทรวง ขณะที่รัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 คน แม้เป็นรัฐมนตรีใหม่ แต่มีความตั้งใจขับเคลื่อนงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงยังไม่เห็นเหตุจำเป็น ที่จะต้องปรับเปลี่ยนหรือขยับขยายตำแหน่ง
หากจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคร่วมรัฐบาล ย่อมเป็นสิทธิขาดของนายกรัฐมนตรี และต้องมีการพูดคุยกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล โดยต้องมีสัญญาณจากนายกรัฐมนตรีก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามถึงสถานการณ์ช่วงปลายปี ที่อาจมีประเด็นการเลิกจ้างแรงงานและการเรียกร้องโบนัส นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันตัวเลขการว่างงานของไทยอยู่ในระดับต่ำมาก โดยกระทรวงแรงงานมุ่งเน้นนโยบายพัฒนาทักษะ (Up-skill และ Re-skill) เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ และเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
ส่วนการรับรองคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยปลัดกระทรวงแรงงาน นัดประชุมในช่วงต้นเดือน พ.ย. นี้ และหลังการประชุมจะมีความชัดเจน โดยยืนยันว่าการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมครั้งถัดไป จะเป็นคณะกรรมการชุดใหม่อย่างแน่นอน
อ่านข่าว:
"สีส้ม" ปูดยื่นอภิปราย ม.152 คิดได้แต่ไม่ง่ายทางปฏิบัติ
"ทรงศักดิ์" ชี้ฝ่ายค้านมีสิทธิ ขออภิปราย ม.152 ก่อน ม.151 ขอเห็นใจรัฐบาล-นายกฯ มีภารกิจ
เปิดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รมต. ฉบับเต็ม
