แยกบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิให้ชัด! มธ.ชี้มูลนิธิยังสำคัญต่อกลุ่มเปราะบาง

สังคม
19:13
จำนวนผู้ชม 147
Thai PBS
แยกบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิให้ชัด! มธ.ชี้มูลนิธิยังสำคัญต่อกลุ่มเปราะบาง

วันนี้ (1 พ.ย.2569) กรณีการเปิดโปงและยื่นตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิและสมาคมการกุศล ทำให้เกิดข้อเสนอให้ยกระดับกลไกกำกับดูแลองค์กรเหล่านี้

นักวิชาการมองว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีอยู่ของมูลนิธิ แต่เป็นช่องว่างด้านธรรมาภิบาล การบริหารจัดการ และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น

รศ.ประไพพิศ มุทิตาเจริญ มองว่า มูลนิธิและองค์กรการกุศลหลายแห่งเริ่มต้นจากความมีชื่อเสียงหรือการเป็นที่รู้จักของผู้ก่อตั้ง ทำให้ได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนและสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว ก่อนขยายตัวไปสู่การจัดตั้งเป็นนิติบุคคล แต่บางแห่งอาจยังไม่มีระบบบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน แม้ผู้ก่อตั้งจะมีเจตนาดี แต่หากดำเนินงานโดยไม่เข้าใจหรือไม่ปฏิบัติตามหลักกฎหมาย ก็อาจกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาได้

นักวิชาการยังเสนอ ให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนรับหรือส่งต่อข้อมูล โดยไม่เลือกเสพเฉพาะเนื้อหาที่สนุกหรือเร้าใจจากคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นที่กระทบต่อบุคคลอื่นโดยขาดข้อเท็จจริงรองรับ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีได้

ขณะที่ รศ.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ปัญหาสำคัญของมูลนิธิในประเทศไทยคือ ช่องว่างด้านธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ โดยเฉพาะการเปิดเผยรายรับรายจ่าย การกำกับดูแลบัญชี และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของกรรมการ ซึ่งควรมีหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่ชัดเจนมากขึ้น

กรณีการรับบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร ควรแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีของมูลนิธิอย่างชัดเจน พร้อมจัดให้มีระบบตรวจสอบการเบิกจ่าย และเก็บหลักฐานการใช้เงินที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อให้ผู้บริจาคและสาธารณชนทราบว่าเงินถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่

แม้กฎหมายจะกำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจตรวจสอบมูลนิธิ โดยส่วนกลางมีอธิบดีกรมการปกครองเป็นนายทะเบียน และในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่นายทะเบียนมูลนิธิจังหวัด ซึ่งสามารถเรียกให้รายงานงบการเงิน ขอเอกสาร และเข้าตรวจสอบการดำเนินงานได้

แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถกำกับดูแลได้อย่างทั่วถึง จึงมีข้อเสนอให้พัฒนาหรือจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการย้ำว่า มูลนิธิยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพราะสามารถเข้าถึงผู้เดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือได้รวดเร็วกว่ากลไกบางส่วนของภาครัฐ

การแก้ปัญหาจึงไม่ควรมุ่งลดบทบาทขององค์กรการกุศล แต่ต้องทำให้ระบบกำกับดูแลมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การรักษาความเชื่อมั่นของสังคมต่อองค์กรการกุศล ตั้งแต่การเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน การตรวจสอบการใช้เงิน ไปจนถึงการรับผิดชอบต่อผู้บริจาคและผู้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้เงินบริจาคถูกนำไปใช้ตามเจตนารมณ์ และองค์กรที่ทำประโยชน์ต่อสังคมสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างน่าเชื่อถือ

อ่านข่าว :

นทท.สะท้อนปัญหาพืชสวนโลกอุดรฯ ร้อนจัด-รถรางน้อย-จุดพักไม่เพียงพอ

ปราจีนบุรีจัดงาน "ชวนกินปลา" สวนทางชาวบ้านกังวลสารพิษจากน้ำท่วม

กองทัพเมียนมาทิ้งระเบิดฐาน KNU สะเก็ดระเบิดข้ามฝั่งไทย บ้านเสียหาย 17 หลัง