จับสัญญาณ "การเมืองนอกกระดาน" นับถอยหลัง "ศึกซักฟอก"
ชวนจับตาการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี และวิเคราะห์สารพัดปัจจัยที่มากำหนดทิศทางหรือมีบทบาทต่อการเมืองไทยในช่วงเวลานี้
ร่วมวิเคราะห์กับ เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง
- กรอบเวลาศึกซักฟอกและโจทย์ยากของพรรคฝ่ายค้าน
การเจรจาระหว่างวิป 3 ฝ่าย ได้ข้อสรุปกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ 4+1 วัน กำหนดจัดขึ้นช่วงวันที่ 7–11 ธันวาคม 2569 ซึ่งทิ้งช่วงห่างกว่า 1 เดือน ส่งผลให้พรรคประชาชนและฝ่ายค้านต้องแบกรับโจทย์ยากในการเลี้ยงกระแสสังคม อีกทั้งวันอภิปรายยังคาบเกี่ยวกับวันหยุดยาวที่ประชาชนอาจติดตามลดลง นอกจากนี้ การทิ้งเวลานานยังเปิดช่องให้ฝ่ายรัฐบาลมีโอกาสเคลียร์ประเด็นข้อกล่าวหาล่วงหน้า จนถูกมองว่าเป็นเหลี่ยมการเมืองที่ฝ่ายค้านเสียเปรียบและพลาดเกมต่อรอง
- ความลังเลเรื่องยื่นญัตติซักถาม ม.152 แทรกคิว
ฝ่ายค้านเริ่มมีแนวคิดยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ (มาตรา 152) เพื่อใช้เป็นเวทีซักถามและเปิดแผลรัฐบาลก่อนในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทว่าประเด็นนี้กลับสร้างความเห็นต่าง ทั้งระหว่างพรรคฝ่ายค้านด้วยกันและภายในพรรคประชาชนเอง เนื่องจากกังวลเรื่อง "ญัตติซ้อนญัตติ" ประเด็นการอภิปรายอาจทับซ้อนกับศึกซักฟอกใหญ่ และอาจทำให้ทีมทำงานต้องกระจายสมาธิและหลักฐาน จนลดทอนความเข้มข้นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เป็นเป้าหมายหลัก
- สัญญาณการเมืองนอกกระดาน คดีภาษีทักษิณ และเกมดึงพรรคกล้าธรรม
เบื้องหลังกระดานการเมืองกำลังมีแรงกระเพื่อมสูง โดยเฉพาะการจับตาคำสั่งศาลภาษีอากรกลางในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ปมภาษี 1.7 หมื่นล้านบาทของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกมองเป็นหมากสำคัญในการต่อรองเรื่องนิรโทษกรรม เพื่อไม่ให้นำไปสู่คดีล้มละลายที่อาจตัดสิทธิ์ทางการเมืองถาวร ขณะเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมที่มีกระแสข่าวลูกพรรคอาจย้ายขั้วเข้าค่ายภูมิใจไทย และการจัดสรรเก้าอี้ปรับ ครม. ที่กำลังเขย่าดุลอำนาจระหว่างขั้วการเมืองใหญ่ในปัจจุบัน

























































