ทนายวัดพระธาตุพนมโต้เงินหาย 114 ล้าน ยันเหลือ 81.8 ล้าน จี้แจงปมเบิกสด 12 ล้าน

สังคม
09:28
จำนวนผู้ชม 129
Thai PBS
ทนายวัดพระธาตุพนมโต้เงินหาย 114 ล้าน ยันเหลือ 81.8 ล้าน จี้แจงปมเบิกสด 12 ล้าน

กรณี อดีตนายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม และอดีตไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ตั้งคำถามเรื่องเงินวัดพระธาตุพนม 114 ล้านบาท ว่าผ่านไป 2 ปี เงินหายไปไหน ล่าสุดคณะกรรมการวัดออกมาชี้แจง ยืนยันว่าเงินยังเหลือกว่า 81 ล้านบาท พร้อมเปิดข้อมูลการเบิกเงินสดผ่านเช็ค 7 ฉบับ รวมประมาณ 12 ล้านบาท ในช่วงที่อดีตนายอำเภอเป็นกรรมการชุดก่อนว่า เบิกไปทำไมเยอะขนาดนี้

วันที่ 31 ต.ค.2569 คณะกรรมการวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นำโดย นายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ ประธานคณะกรรมการบริหารวัด พร้อมทนายความประจำวัด แถลงชี้แจงเรื่องเงินของวัด หลังมีการตั้งข้อสงสัยในสื่อสังคมออนไลน์ โดยนำเอกสารบัญชีและหลักฐาน ทางการเงินมาแสดงต่อสื่อมวลชน

ทนายความประจำวัด เปิดเผยว่า กรรมการชุดปัจจุบันเข้ามาทำหน้าที่เมื่อเดือนตุลาคม 2568 และได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของวัด พบว่ามีทั้งหมด 45 บัญชี โดยในปี 2568 ตรวจสอบยอดเงินได้ประมาณ 94 ล้านบาท ส่วนยอดล่าสุดเหลือประมาณ 81.8 ล้านบาท ยืนยันว่าเงินของวัดไม่ได้หายไป ตามที่มีการตั้งข้อสงสัย

ส่วนประเด็นการเบิกจ่ายเงิน ทนายความระบุว่า จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า ในช่วงกรรมการชุดก่อนมีการเบิกเงินสดผ่านเช็ค 7 ฉบับ รวมประมาณ 12 ล้านบาท โดยรายการที่มีมูลค่าสูง เช่น วันที่ 20 สิงหาคม 2567 เบิกเงิน 8 ล้านบาท และวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 อีก 2.6 ล้านบาท

คณะกรรมการชุดปัจจุบัน จึงต้องการให้อดีตไวยาวัจกรและผู้เกี่ยวข้องชี้แจงว่า เงินที่เบิกไปนำไปใช้ทำอะไร มีโครงการหรือกิจกรรมใดรองรับหรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเบิกจ่ายดังกล่าวมีความผิดปกติหรือผิดกฎหมายหรือไม่

ส่วนเงินฝากประจำ 30 ล้านบาท ที่อดีตนายอำเภอตั้งข้อสงสัยว่า มีการถอนออกจากบัญชี ทนายความชี้แจงว่า เป็นการปิดบัญชีเดิมที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเรณูนคร แล้วย้ายเงินไปเปิดบัญชีใหม่ที่สาขาธาตุพนม เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม ไม่ใช่การนำเงินออกไปใช้ สำหรับค่าใช้จ่ายของวัด มีทั้งค่าน้ำและค่าไฟฟ้า ซึ่งเฉลี่ยเดือนละประมาณ 800,000 บาท รวมถึงค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ค่าดูแลรักษาศาสนสถาน และการบูรณะองค์พระธาตุพนม

ทนายความประจำวัด ระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเงินวัด ควรมีหลักฐานตรวจสอบได้ เพราะอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน โดยคณะกรรมการเตรียมพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ หากพบว่าทำให้วัดได้รับความเสียหาย

ก่อนหน้านี้ นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตนายอำเภอธาตุพนม และอดีตไวยาวัจกร เปิดเผยว่า ช่วงที่ตนดูแลบัญชีวัดพบว่ามีเงินรวมประมาณ 114 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินฝากประจำ 30 ล้านบาท และเงินส่วนอื่นอีกประมาณ 84 ล้านบาท จึงต้องการทราบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เงินที่ลดลงถูกนำไปใช้ในเรื่องใดบ้าง

รวมถึงขอให้เปิดเผยรายละเอียดการเบิกจ่าย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ กรณีนี้จึงยังต้องติดตามคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรายการเบิกจ่ายเงินประมาณ 12 ล้านบาท และรายละเอียดรายรับรายจ่ายของวัด เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินให้วัด

อ่านข่าว:

นำเงินมูลนิธิไปใช้ส่วนตัว มีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญาโทษสูงสุด คือ จำคุก

ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 2 ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

"สีหศักดิ์" หารือ "รมว.ตปท.มาเลเซีย" เร่งพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้คู่ขนานพูดคุยสันติสุข