วันนี้ (1 พ.ย.2569) จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า จะมีการยกเลิกใบอนุญาตขับรถหรือใบขับขี่ตลอดชีพ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และตั้งคำถามถึงสิทธิของผู้ถือใบขับขี่ดังกล่าว ล่าสุด กรมการขนส่งทางบกออกมาชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า ยังไม่มีการยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถประเภทนี้อยู่ในปัจจุบัน ยังสามารถใช้งานได้ตามกฎหมาย และยังคงได้รับสิทธิครบถ้วนเช่นเดิม
กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย คือผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และต้องการทำใบขับขี่ใหม่ จะต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามคำแนะนำทางวิชาการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ไม่ใช่การยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพของผู้ถือใบอนุญาตเดิม
ก่อนหน้านี้ "ดี้" นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ขอให้ทบทวนกระแสข่าวการยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ โดยระบุว่า ใบขับขี่ดังกล่าวมีความหมายต่อชีวิต เนื่องจากขับรถมานานกว่า 40 ปี และไม่เคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรง พร้อมยกตัวอย่างการเดินทางไปต่างจังหวัดหลายพื้นที่ และระบุว่า ปัจจุบันมีอายุมากกว่า 55 ปีแล้ว แต่เพิ่งมีเวลาขับรถท่องเที่ยวอย่างอิสระ
นายนิติพงษ์ ยังเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งคณะทำงานศึกษาข้อมูลและสถิติจากตำรวจจราจร กรมทางหลวง บริษัทประกันภัย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่าผู้ขับขี่อายุ 55-70 ปี เป็นกลุ่มที่ก่อปัญหาจราจรจริงหรือไม่ ก่อนกำหนดมาตรการหรือออกนโยบาย
หลังกรมการขนส่งทางบกชี้แจง "ดี้ นิติพงษ์" แชร์ข้อมูลดังกล่าว พร้อมขอบคุณที่ชี้แจงอย่างรวดเร็ว ระบุว่า "โล่งอกไปที" และขออภัยที่เข้าใจผิด พร้อมร่วมเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ
กระแสการตรวจสอบสมรรถภาพผู้ขับขี่สูงอายุเกิดขึ้น ท่ามกลางข่าวอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่สูงวัยหลายกรณี ทั้งหญิงอายุ 67 ปี ขับรถพุ่งชนภายในห้างสรรพสินค้าย่านอ่อนนุช ชายอายุ 79 ปี ขับรถชนตำรวจระหว่างปฏิบัติหน้าที่เคลียร์อุบัติเหตุบนถนน และชายอายุ 78 ปี ขับรถพุ่งชนศาลเจ้าแม่กวนอิม ทำให้เกิดข้อถกเถียงถึงความเหมาะสม ของการตรวจสอบความพร้อมในการขับขี่ของผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 พบว่า ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 36-60 ปี คิดเป็น 30.15% รองลงมาคืออายุ 25-35 ปี 22.93% อายุ 19-24 ปี 17.30% อายุ 15-18 ปี 11.72% อายุ 1-14 ปี 7.38% และผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี 10.25%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า สัดส่วนผู้ประสบภัยในกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี ต่ำกว่ากลุ่มวัยอื่นหลายช่วงอายุ แต่การพิจารณาความปลอดภัยในการขับขี่ยังต้องคำนึงถึงความพร้อมของร่างกายและการตัดสินใจเป็นรายบุคคล โดยแพทย์แนะนำให้ผู้สูงอายุและครอบครัว สังเกตอาการผิดปกติ เช่น มองเห็นไม่ชัด สมองทำงานช้าหรือตัดสินใจได้ไม่ดี แขนขาติดขัด ปวดขาหรือเท้า รวมถึงมีประวัติขับรถเฉี่ยวชน หรือเกือบเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หากพบอาการดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการขับรถและปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจประเมินความพร้อมก่อนใช้รถใช้ถนน
อ่านข่าว:
กรมการขนส่งทางบก ยันยังไม่ยกเลิก "ใบขับขี่ตลอดชีพ"
ศาลสั่งจำคุก 2 ปี "ติ๊ก ชีโร่" คดีเมาขับชนคนตาย 2 ไม่รอลงอาญา
ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ 2569 ปรับเกณฑ์ทดสอบร่างกายสมรรถภาพร่างกาย
