มองรอบด้าน "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐช่วยจ่าย 50,000 บาท
ชวนวิเคราะห์ข้อดีและข้อกังวลจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่รัฐช่วยจ่าย 50,000 บาท พร้อมประเมินข้อสังเกตเรื่องเงื่อนไขที่อาจไม่เอื้อต่อผู้ประกอบการรายย่อย และแนวโน้มการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน
ร่วมวิเคราะห์กับ รศ. ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ม.ธรรมศาสตร์
- รายละเอียดเงินอุดหนุน ค่าใช้จ่ายจริง และทางเลือกเงินทุน
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน รัฐบาลช่วยอุดหนุนค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ จำนวน 50,000 บาทต่อหลัง จากราคากลางติดตั้งเฉลี่ยประมาณ 140,000 บาท (เฉพาะระบบ Inverter และแผงโซลาร์ ยังไม่รวมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน) โดยส่วนต่างอีกราว 90,000 บาท เจ้าของบ้านสามารถเลือกจ่ายเองหรือกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ต่อปี จากสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ออมสิน ธอส. และ ธ.ก.ส. ได้
- ความคุ้มค่าและพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้าน
ความคุ้มค่าของการลงทุนขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก บ้านที่คุ้มทุนไว คือ บ้านที่ใช้ไฟช่วงกลางวันเยอะ (ค่าไฟต่อเดือน 3,000 บาทขึ้นไป) เพราะสามารถดึงไฟฟ้าจากแผงมาใช้ได้ทันทีและลดค่าไฟได้เต็มที่ ส่วนบ้านที่ไม่มีคนอยู่ช่วงกลางวัน ไฟฟ้าส่วนเกินจะถูกขายคืนให้การไฟฟ้าราคาเพียงหน่วยละ 2.20 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาที่ซื้อมาเกือบครึ่ง ทำให้ระยะเวลาคืนทุนยาวนานขึ้นถึง 2 เท่า สำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าน้อย แนะนำให้เลือกติดตั้งระบบขนาดเล็ก เช่น ไมโครอินเวอร์เตอร์ 1-2 แผง ตามกำลังทรัพย์โดยไม่ต้องกู้เงินก้อนใหญ่
- ผลกระทบต่อค่าไฟฟ้ารวมทั้งประเทศและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ในระดับประเทศ การผลิตไฟฟ้าหน่วยท้าย ๆ ช่วงที่ความต้องการใช้พุ่งสูงมีต้นทุนแพงมาก เพราะต้องพึ่งพาการนำเข้า Spot LNG หากประชาชนร่วมติดตั้งโซลาร์เซลล์จนได้กำลังผลิตรวม 5,000 เมกะวัตต์ (เป้าหมาย 1 ล้านหลังคาเรือน) จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าส่วนกลาง ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยทั้งประเทศลดลงได้ 8–12 สตางค์ต่อหน่วย อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญตามแผน PDP เพื่อผลักดันให้ไทยเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

























































