“ไม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ไม่อยากเป็นหนี้เพิ่ม รัฐจ่ายให้ 5 หมื่นก็จริง แต่ก็ต้องกู้เพิ่มอยู่ดีอีก 9 หมื่น ระยะยาวอาจไม่คุ้ม เพราะต้องมีค่าบำรุงรักษาจากการเสื่อมสภาพ แม้จะบอกว่าขายไฟคืนให้ กฟภ. ได้ แต่บ้านปกติทั่วไปไม่ได้ใช้ไฟเยอะ จ่ายค่าไฟเต็มที่ไม่เกินเฉลี่ยไม่เกิน 1-2 พันบาท/เดือน แล้วคนต่างจังหวัด 2 ทุ่มก็ปิดไฟนอนแล้ว....ปีนี้เจอทั้ง ท่วมนาล่ม ไม่มีรายได้ มีแต่หนี้ แค่นี้ชีวิตก็กรอบเป็นเป็นข้าวเกรียบแล้ว” ชาวบ้านรายหนึ่ง ระบายความรู้สึกผ่านสายโทรศัพท์ เมื่อถูกถามถึงการเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
หลายวันนี้ โครงการดังกล่าวถูกนำไปเป็นประเด็นถกเถียงในวงสภากาแฟ และร้านก๋วยเตี๋ยวประจำหมู่บ้านว่า แม้รัฐจะจ่ายเงินสนับสนุนโซลาร์ภาคประชาชน แต่ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯอาจจะเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟเยอะ หรือบ้านที่เปิดเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ แต่สำหรับครัวเรือนขนาดเล็ก มีผู้อยู่อาศัยเพียง 2-3 คน คงไม่จำเป็นมากนัก
เปิดตัว “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน” ได้แค่ไม่กี่วัน รัฐบาลก็ถูกวิพากวิจารณ์เสียงขรมว่า “เอื้อประโยชน์”กลุ่มทุนใหญ่ แม้จุดหมายต้องการให้ครัวเรือนทั่วประเทศติดตั้งโซลาร์ใช้ไฟฟ้าเอง ขายส่วนที่เหลือคืนการไฟฟ้า นำไปสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในอนาคต ลดการอุดหนุนราคาพลังงาน แต่ไม่วายถูกตั้งคำถาม ปลายทางสุดท้ายใครได้ประโยชน์ แม้ขณะนี้จะมีผู้ลงเทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 56,000 หลังคาเรือนแล้วก็ตาม
"โครงโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย
“โซลาร์ภาคประชาชน” ลดภาระค่าไฟ ใครได้-เสีย
หลังรัฐบาลออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยมีการจัดสรรงบประมาณ 2 แสนล้านบาทหลัง ด้วยการกันเงินออกมา 5 หมื่นล้านบาท เพื่อทำโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หรือ อุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เป้าหมาย ครอบคลุมประมาณ 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าติดตั้งให้หลังคาเรือนละ 5 หมื่นบาท เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.2569 - 31 ม.ค.2570 และจะปิดรับเมื่อสิทธิหรือวงเงินครบ
อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดตัวโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ตอนหนึ่งว่า จากการประเมินเบื้องต้น โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนได้มากกว่า 24,500 ล้านบาทต่อปี และเม็ดเงินจำนวนนี้จะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ
โครงการนี้ แม้รัฐจะช่วยสนับสนุนการติดตั้งหลังคาเรือนละ 5 หมื่นบาท แต่มีเงื่อนไขว่า “ผู้เข้าร่วมโครงการ” ต้องสำรองจ่ายให้ผู้รับเหมาเต็มจำนวนก่อน จากนั้นกรมบัญชีกลางจะโอนเงินสนับสนุน เข้าบัญชีพร้อมเพย์เป็นรอบรายเดือน โดยการออกแบบโซลาร์รูฟ ขนาด 5-10 เมกกะวัตต์ มาตรฐานราคาติดตั้งจะอยู่ที่ 1.4 แสนบาท
"โครงโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย
กรณีที่ประชาชนไม่มีเงินจ่าย “ส่วนต่าง” ที่เหลืออีก 9 หมื่นบาท สามารถกู้เงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารรัฐ 3 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ซึ่งจะปล่อยกู้เงินระยะยาวให้ 7 ปี และยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม ฯ นำไฟฟ้าส่วนเกินขายกลับไปให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อจ่ายค่างวดให้กับธนาคารที่ปล่อยกู้ได้
เปิด HANDBOOK ผงะเงื่อนไข รายย่อยหวั่นไม่คุ้มทุน
พลัน ! ที่โครงการดังกล่าวเปิดตัว ผู้ประกอบการ SME หรือ Vendor ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย ซึ่งลงทะเบียนไปแล้ว ต่างทยอยประกาศถอนตัวผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กตั้งแต่ช่วงวันที่ 27-29 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกฟภ.-กฟน. แจกจ่ายคู่มือ HANDBOOK คู่มือโครงการโซลาร์ภาคประชาชน สำหรับ Vendor หรือผู้ประกอบการ ทั้งเพจ ชัยวัฒน์ โซลาเซลล์ , โซลาร์ฮับ , เวย์ โซลาร์ ฯลฯ เมื่อรับทราบ “เงื่อนไข” ในวันเปิดตัวโครงการ
"โครงโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย
โดยเฉพาะเงื่อนไข ข้อ 3.3 หลักประกันและประกันภัย ที่ผู้ประกอบการรายย่อยเห็นว่าอาจไม่คุ้ม เพราะทันทีที่เข้าไปรับงานบ้านหลังหนึ่งต้องวางเงินประกัน 5 หมื่นบาท ภายใน 6 เดือนเพื่อติดตั้งให้แล้วเสร็จ และหากส่งงานไม่ทันก็จะถูกยึด Bank Guarantee07’ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของบริษัทขนาดเล็กหรือ SMEs ที่ไม่มีเงินทุนสำรองมากพอที่จะนำไปใช้เป็น Bank Guarantee ได้
นอกจากนี้ยังต้องวางหลักประกัน ความชำรุดบกพร่องของงานติดตั้ง การจัดให้มีประกันอัคคีภัยและการให้บริการบำรุงรักษาและทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์” อีก 1 หมื่นบาท ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เชื่อมระบบต่อผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า ครอบคลุมสัญญาเป็นเวลา 7 ปี ตามข้อกำหนดของ กฟน.และ/หรือ กฟภ.
"โครงโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย
ดังนั้นหาก Vendor หรือผู้ประกอบการรายใดที่รับติดตั้งเข้าร่วมโครงการนี้ และรับงานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปพร้อมกัน 100 หลัง ก็จะต้องมีเงินเงินค้ำประกันถึง 1 ล้านบาท/ปี โดยเงินจำนวนนี้จะถูกการไฟฟ้าเก็บไว้เป็นเงินประกันนานถึง 7 ปี ถือเป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อบริษัทที่รับติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กและ SMEs ไม่มีเงินทุนสำรองที่จะใช้เป็นเงินประกันในเวลานานได้
ให้สิทธิชาวบ้านเลือก Vendor การไฟฟ้า “ไม่เกี่ยว”
ขณะที่ พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ยืนยันว่า ไม่มีการผูกขาดกลุ่มทุนใด ๆ เพราะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ประชาชนสามารถเลือกผู้ประกอบการหรือ Vendor ของตัวเองได้เอง รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้จัดหาให้ และในแต่ละจังหวัดอาจมี Vendor อยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ต้องทำ Bank Guarantee หรือหนังสือค้ำประกัน ยืนยันว่าหากผู้ประกอบการดำเนินการแล้วเสร็จ การไฟฟ้าจะคืนให้ทันที
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ มีประชาชนเข้าร่วมหลายรูปแบบ บางคนมีกำลังจ่ายส่วนต่าง ไม่จำเป็นต้องกู้ ส่วนกลุ่มที่มีกำลังไม่พอ ก็จะมีธนาคารรัฐให้วงเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เป็นเวลา 7 ปี สาเหตุที่ต้องทำประกันไว้ เพราะเกรงว่าหากการติดตั้งมีปัญหา เรื่องคุณภาพของแผงโซลาเซลล์ หลวม หลุด ทำให้ใช้ไฟฟ้าไม่ได้ จะไม่มีผู้รับผิดชอบ
"โครงโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย
“ประเด็นการสร้างหลักประกัน เราไม่ต้องการให้ผู้ประกอบการทิ้งลูกค้า ส่วนทำไมต้องตั้งเงื่อนไขวงเงินค้ำประกันภายใน 6 เดือน เนื่องจากกลัวว่า หากมีเวนเดอร์รับงานแล้วไม่ติดตั้งจะทำอย่างไร แต่ถ้าเขาติดตั้งระบบเสร็จเวนเดอร์ทุกรายก็จะได้เงินทันที ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย เพื่อให้มีเงินไปต่อยอดทำหลังคาเรือนอื่นต่อไป”
ความยากของโซลาร์รูฟท็อป ไม่ใช่การติดตั้งบนหลังคา แต่ยากที่ระบบเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าหลัก เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วก็จะได้รับอนุญาตให้ระบบเข้าการไฟฟ้าเพื่อการขายไฟ หลายฝ่ายกังวลกว่าการไฟฟ้าจะอนุมัติ จะต้องใช้เวลานาน 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งปัญหาดังกล่าวรัฐบาลรับทราบแล้ว จึงแจ้งไปยัง 32 หน่วยในสังกัดของกฟผ.-กฟน.ทั่วประเทศว่า หลังติดตั้งเสร็จต้องสามารถเชื่อมต่อได้ภายใน 7 วัน
ส่วนข้อสังเกตประเด็น ผู้ประกอบการหรือ Vendor ที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นบริษัทใหญ่ บริษัทลูก หรือในเครือของการไฟฟ้าที่จะได้ประโยชน์นั้น รมช.มหาดไทย บอกไม่จริง ยืนยันโครงการเอื้อต่อทุกบริษัท โดยเฉพาะ SME เพราะธนาคารรัฐมีดอกเบี้ยพิเศษให้เวนเดอร์ ขอสินเชื่อต่อยอดทำธุรกิจได้ อีกทั้งโครงการ Solar Rooftop ประชาชนเลือก Vendor ด้วยตัวเอง การไฟฟ้าไม่ได้เลือกให้
หวั่นล็อกสเปก-เปิดทาง “รายใหญ่” กินรวบ
ขณะที่ พรชัย มาระเนตร์ ทีมงานนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีเงื่อนไขการบังคับซื้อประกันภัยและบำรุงรักษาอุปกรณ์ฟรียาวนาน 7 ปี หรือการวางเงินค้ำประกันสัญญาสูงถึง 50,000 บาทช่วงรอส่งมอบงาน และค้ำประกันงานอีก 10,000 บาทต่อเนื่อง 7 ปี ซึ่งเงื่อนไขที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนส่วนเพิ่มทันทีเกือบ 20,000 บาทต่อหลังคาเรือน ส่งผลกระทบให้ผู้รับเหมาต้องลดต้นทุน ไม่สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงได้ เพราะต้องนำงบไปแบกรับภาระเงื่อนนี้
"โครงโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย
“นอกจากนี้ ยังพบความย้อนแย้งเชิงนโยบายอย่างชัดเจน เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติงบประมาณกว่า 970 ล้านบาท ให้กระทรวงพลังงานนำไปฝึกอบรมและพัฒนาแรงงานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 32,000 ตำแหน่ง แต่ทางปฏิบัติ หลักเกณฑ์ที่กระ ทรวงพลังงานและการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งกำหนดขึ้น เป็นการปิดกั้นช่างชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีอยู่นับหมื่นคนไม่ให้สามารถเข้าถึงงานได้จริง”
ขณะที่ประชาชนในต่างจังหวัดหรือพื้นที่ห่างไกลก็ไม่สามารถใช้บริการช่างในพื้นที่ที่ไว้ใจได้ แต่ถูกบีบให้ต้องพึ่งพาบริษัทพลังงานรายใหญ่ ทุนก่อสร้าง หรือบริษัทลูกของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้น จึงมีคำถามว่างบประมาณพัฒนาฝีมือแรงงานเกือบ 1,000 ล้านบาทที่ใช้ไป จะเกิดประโยชน์ต่อใครหากรายย่อยถูกกีดกันตั้งแต่ต้น
ปัจจุบันผู้ที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายใต้โครงการลดภาษี 2 แสนบาทตั้งแต่ต้นปี ยังไม่ได้รับเอกสารขนานไฟ ทั้งที่เวลาผ่านมา 10 เดือนแล้ว ทำให้มีความกังวลว่าจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสิ้นปีได้ทัน หากโครงการใหม่นี้ ยังล่าช้าเช่นเดิม เงินค้ำประกัน 5 หมื่นบาทที่รัฐอ้างว่าจะคืนได้ภายใน 10 กว่าวัน อาจต้องค้างนานหลายเดือนหรือเกือบปี ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่มีสายป่านยาวพอที่จะแบกรับสภาพคล่องนี้ได้
อ่านข่าว
ปิด 7 วัน! สั่งระงับนำเข้า-ส่งออกสินค้าชายแดน "แม่สอด-พบพระ" ถึง 5 พ.ย.69
เปิดเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ อายุ 50 ปีขึ้นไป เริ่มใช้ปี 70 ตั้งเป้าลด 3 หมื่นคน
ฝากขัง "ชัยรัตน์" เพจ Godd Dam เจ้าตัวยังปิดปากเงียบ - ตร.ค้านประกัน
