ธปท. จ่อคุมเข้มสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ปรับเกณฑ์ใหม่จำกัดวงเงิน 2 หมื่นบาท

เศรษฐกิจ
11:24
จำนวนผู้ชม 39
Thai PBS
ธปท. จ่อคุมเข้มสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ปรับเกณฑ์ใหม่จำกัดวงเงิน 2 หมื่นบาท

วันที่ 29 ต.ค.2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้าการกำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลประเภท "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" (Buy Now, Pay Later: BNPL) ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล หลังพบว่า บริการดังกล่าวเติบโตอย่างรวดเร็ว สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มความเสี่ยงที่ผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และกลุ่มเปราะบาง ก่อหนี้เกินความสามารถในการชำระคืน

ข้อมูลสำรวจผู้ประกอบการ BNPL รายใหญ่ 7 ราย พบว่า จำนวนบัญชีเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 90% ต่อปี ขณะที่มูลค่าสินเชื่อเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 88% ต่อปี โดยปี 2567 มีมูลค่าสินเชื่อ 22,093 ล้านบาท จากจำนวน 4.23 ล้านบัญชี ก่อนเพิ่มเป็น 48,065 ล้านบาท และ 8.15 ล้านบัญชีในปี 2568

ส่วนช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มูลค่าสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 57,158 ล้านบาท ขณะที่จำนวนบัญชีพุ่งแตะ 11.03 ล้านบัญชี สะท้อนการขยายตัวของตลาดที่รวดเร็วและน่าจับตา

ธปท. จ่อคุมเข้มสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ปรับเกณฑ์ใหม่จำกัดวงเงิน 2 หมื่นบาท

ธปท. จ่อคุมเข้มสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ปรับเกณฑ์ใหม่จำกัดวงเงิน 2 หมื่นบาท

นายวิทัยกล่าวว่า บริการ BNPL เติบโตเร็วกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้บริโภคบางส่วนใช้บริการผ่อนชำระสินค้าราคาย่อย เช่น ชานมไข่มุกและสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน หากขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม ความสะดวกในการใช้จ่ายอาจกลายเป็นช่องทางให้เกิดหนี้สะสมอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่ปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาว

ธปท. จ่อคุมเข้มสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ปรับเกณฑ์ใหม่จำกัดวงเงิน 2 หมื่นบาท

ธปท. จ่อคุมเข้มสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ปรับเกณฑ์ใหม่จำกัดวงเงิน 2 หมื่นบาท

เปิด 5 เกณฑ์ใหม่คุม BNPL จำกัดวงเงิน-ดอกเบี้ย

ธปท. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างหลักเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจ BNPL เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพิ่มความโปร่งใส และคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  1. จำกัดอายุผู้ใช้บริการ ผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีจะไม่สามารถใช้บริการได้
  2. จำกัดวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนต่อธุรกรรมไม่เกิน 6 เดือน
  3. การเรียกเก็บดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมต่างๆ เมื่อนำมารวมกันต้องไม่เกิน 15% ต่อปี โดยคำนวณตามอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate)
  4. ห้ามเปลี่ยนวงเงินเป็นเงินสด ผู้ให้บริการไม่สามารถเปิดให้ผู้ใช้เบิกถอน โอน หรือแปลงวงเงิน BNPL เป็นเงินสด เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือโอนไปยังบัญชีอื่นได้ พร้อมกำหนดกลไกป้องกันการนำสินเชื่อประเภทอื่นมาใช้ชำระหนี้ไขว้กัน
  5. เปิดเผยข้อมูลชัดเจน ทวงหนี้อย่างเป็นธรรม ผู้ให้บริการต้องแจ้งอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างโปร่งใส จัดทำตารางภาระหนี้ให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่าย รวมถึงติดตามทวงถามหนี้ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและเป็นธรรม

คาดประกาศใช้ ธ.ค. 69 เปิดทางผู้ประกอบการเตรียมขอใบอนุญาต

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า หลังเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น คาดว่าจะสามารถประกาศใช้หลักเกณฑ์ได้ในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมเปิดช่วงเวลาให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมและดำเนินการขอรับใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ธปท. ยืนยันว่าเป้าหมายของการกำกับดูแลไม่ใช่การขัดขวางนวัตกรรมหรือบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ แต่ต้องการให้การเติบโตของสินเชื่อดิจิทัลอยู่ภายใต้กติกาที่ชัดเจน มีมาตรฐาน และคำนึงถึงความเสี่ยงอย่างเหมาะสม การนำธุรกิจ BNPL เข้าสู่ระบบกำกับดูแลจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการคัดกรองความเสี่ยง ป้องกันปัญหาหนี้เสียตั้งแต่ต้นทาง และสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ประชาชนในระยะยาว

อ่านข่าว :

ราคา "ทองคำ" เช้านี้ -400 บาท "รูปพรรณ" ขายออก 64,800 บาท

อิหร่านเสนอแผน 7 วัน "เปิดฮอร์มุซ-ฟื้นเจรจาสหรัฐฯ"

แก้ปมเงินค้ำ 5 หมื่นบาท "คลัง" ดึงแบงก์รัฐการันตี SMEs โซลาร์ภาคประชาชน