วันนี้ (30 ต.ค.2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ความคืบหน้าการดำเนินมาตรการเกษียณอายุ ก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือน หลังจากที่เมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) มีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ได้ข้อมูลมาเบื้องต้น ซึ่งตนเองยังไม่อยากให้รายละเอียดมาก เพราะเกรงว่าจะเกิดความสับสน แต่ยืนยันว่าการดำเนินการมาตรการดังกล่าว มีสูตรคำนวณที่คล้ายกับในอดีต เพียงแต่เพดานสูงสุด น่าจะได้เพิ่มขึ้นกว่าในอดีต
สำหรับเพดานน่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่ง 15 เท่าคือเพดานสูงสุด โดยขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลือ จึงขอให้รอรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน แล้วทางกพ. จะออกมาชี้แจงอีกครั้ง พร้อมปฏิเสธว่า ไม่ถึง 20 เท่า
เรื่องนี้ มีสูตรการคำนวณ เพราะขณะนี้ เห็นหลายคน นำฐานเงินเดือนไปคูณด้วยสูตร 15 เท่า เพราะจะได้ไม่เท่ากันทุกคน
ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
นายปกรณ์ กล่าวถึงอายุผู้เข้าเกณฑ์ว่า ตามที่เคยมีมติ อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่หากผู้เข้าร่วมโครงการไม่เต็มโควตา ก็อาจจะเปิดให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปี เข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ลาออกไปดูแลญาติพี่น้อง หรือดูแลตัวเอง
ส่วนกรณีผู้ที่เข้าร่วมโครงการแล้ว จะไม่สามารถกลับเข้ามารับราชการได้อีกนั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้น จะให้ผู้เข้าร่วมโครงการเซ็นยินยอมออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการ ไม่ว่าจะหน่วยงานใด รวมถึงตุลาการและอัยการ เพราะวัตถุประสงค์คือจากกันด้วยดี แต่หากออกไปแล้ว กลับเข้ารับราชการใหม่ ก็อาจจะมีการเรียกเงินคืน
ขณะที่ตั้งเป้าหรือไม่ว่า ต้องการให้มีข้าราชการออกกี่คน นายปกรณ์ กล่าวว่า เป้าหมายของข้าราชการ 5 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี โดยโครงการจะดำเนินการ 5 ปี เพราะฉะนั้น ภายใน 5 ปี ตั้งเป้าว่า จะมีผู้ที่ออกจากราชการ 30,000 คน โดยจะไม่มีการยุบตำแหน่งที่คนดังกล่าวครองอยู่ แต่จะยุบตำแหน่งอื่นที่เท่ากับจำนวนที่ออกไป เพื่อให้จำนวนข้าราชการน้อยลงมากที่สุด ย้ำว่าไม่ได้เน้นจำนวนอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยอาจจะนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้
นายปกรณ์ กล่าวว่า โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการก่อนวันที่ 1 ต.ค.2570 ส่วนรายละเอียด ตั้งใจว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในช่วงกลางเดือน พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ จะใช้สำหรับข้าราชการพลเรือนก่อน ส่วนข้าราชการทหารและตำรวจ เขามีโครงการในลักษณะนี้อยู่แล้ว
อ่านข่าว :
"ปกรณ์" เผยถกเกณฑ์ "เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ" 29 ต.ค. คาดชดเชยไม่เกิน 15 เท่า
นายกฯ เยือนภูฏานอย่างเป็นทางการในรอบ 8 ปี มุ่งกระชับความร่วมมือ 2 ประเทศ
แก้ปมเงินค้ำ 5 หมื่นบาท "คลัง" ดึงแบงก์รัฐการันตี SMEs โซลาร์ภาคประชาชน
