คลิปอ้างอิสราเอลหนีตายหลังอิหร่านบอมบ์สนามบิน ที่จริงเป็นเหตุล้อเครื่องบินขัดข้องในสหรัฐฯ

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: X
บัญชี X แชร์วิดีโอภาพเหตุการณ์คนวิ่งออกจากเครื่องบิน อ้างว่าคนอพยพออกจากเครื่องหลังอิหร่านโจมตีสนามบินอิสราเอล
Thai PBS Verify พบโพสต์ใน X แชร์วิดีโอภาพเหตุการณ์คนวิ่งออกจากเครื่องบิน ระุบเป็นภาษาฮินดีว่า
“आज एक इजरायली हवाई अड्डे पर ईरानी मिसाइल हमले के बाद इज़रायली यात्रियों का निकासी।”
แปลเป็นภาษาไทยว่า
“วันนี้มีการอพยพผู้โดยสารชาวอิสราเอล หลังเกิดการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านที่สนามบินในอิสราเอล”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมียอดผู้เข้าชม 10,000 ครั้ง รีโพสต์ 114 ครั้ง การแสดงความรู้สึก 493 ครั้ง เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 69
เหตุการณ์นี้จริงหรือไม่?
Thai PBS Verify นำภาพในคลิปวิดีโอดังกล่าว ไปค้นหาผ่าน Google Lens ภาพไปตรงกับ ข่าว Passengers flee smoking plane on emergency slides after aborted takeoff in Denver เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 ของสำนักข่าว Global news
ภาพการใช้ Google Lens ค้นหาภาพที่ตรงกันกับข่าว Passengers flee smoking plane on emergency slides after aborted takeoff in Denver ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68
American Airlines ยกเลิกเทคออฟกะทันหัน อพยพผู้โดยสารหนีควันท่วมรันเวย์ที่เดนเวอร์
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 68 เป็นเหตุเครื่องบินของสายการบิน American Airlines เที่ยวบินที่ 3023 ซึ่งกำลังจะออกเดินทางจากเดนเวอร์มุ่งหน้าสู่ไมอามี ต้องตัดสินใจยกเลิกการเทคออฟ อย่างกะทันหันขณะอยู่บนรันเวย์ เนื่องจากเกิดปัญหาที่ระบบฐานล้อ จนเกิดกลุ่มควันและไฟลุกท่วมบริเวณใต้เครื่องบิน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น นักบินสามารถเบรกเครื่องอย่างหนักจนหยุดนิ่ง ก่อนที่ควันหนาทึบจะเริ่มปกคลุม โดยลูกเรือจึงสั่งอพยพผู้โดยสารทั้ง 173 คน และลูกเรือ 6 คน ผ่าน สไลด์ฉุกเฉินลงบนรันเวย์ทันที
เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้โดยสาร 1 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และอีก 5 คน ได้รับการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ซึ่งสายการบินระบุว่าเบื้องต้นพบว่าเป็นปัญหาที่ยางล้อ หรือระบบฐานล้อ ซึ่งทำให้เกิดความร้อนสูงและมีไฟลุกตามมา
ภาพเปรียบเทียบเหตุการร์จากคลิปที่อ้างว่าคนอิสราเอลออกจากเครื่องบินหลังอิหร่านทิ้งบอมบ์ (ซ้าย) และภาพเหตุการณ์สายการบินอเมริกาแอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉิน หลังล้อลงจอดมีปัญหา (ขวา)
สถานการณ์การปะทะของอเมริกาและอิหร่าน ?
สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ทั่ว อิหร่าน ในวันที่สองของปฏิบัติการทางทหารที่มีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าจะใช้กำลัง “ที่ไม่เคยมีมาก่อน” หากเตหะรานตอบโต้ ขณะที่การโจมตีและการยิงขีปนาวุธตอบโต้กันทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน เมืองสำคัญ และสนามบินในภูมิภาค รวมถึงความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจโลก ด้านผู้นำอิหร่านประกาศจะเดินหน้าต่อและตอบโต้ ขณะที่นานาชาติกังวลว่าสถานการณ์อาจลุกลามเป็นสงครามภูมิภาคยืดเยื้อ โดยทั้ง เบนจามิน เนทันยาฮู และทรัมป์เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาล แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าความขัดแย้งจะจบลงเมื่อใด
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่าคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบิน American Airlines เที่ยวบินที่ 3023 ซึ่งเตรียมออกจาก เดนเวอร์ ไปยัง ไมอามี ต้องยกเลิกการขึ้นบินกะทันหัน ขณะกำลังอยู่บนรันเวย์ ไม่ใช่เหตุการณ์การปะทะกันของอิหร่านและอเมริกา
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ : นำภาพในคลิปวิดีโอดังกล่าว ไปค้นหาผ่าน Google Lens ภาพไปตรงกับข่าว Passengers flee smoking plane on emergency slides after aborted takeoff in Denver เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 ของสำนักข่าว Global news
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- สร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัว: สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจยกเลิกการเดินทางในเส้นทางที่เกี่ยวข้องโดยไม่จำเป็น
- การยั่วยุทางการเมือง: ข้อมูลเท็จอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) เพื่อปลุกระดมความเกลียดชัง หรือสร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการตอบโต้อย่างรุนแรงขึ้น
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ใช้หลักการ “หยุด คิด ตรวจสอบ”: เมื่อเห็นคลิปที่ดูตื่นเต้นหรือน่ากลัวเกินจริง อย่าเพิ่งกดแชร์ทันที เพราะอารมณ์ร่วมจะทำให้เราขาดการยับยั้งชั่งใจ และพิจารณาแหล่งที่มาว่ามาจากสื่อหลักที่เชื่อถือได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงบัญชีนิรนามใน Social Media รวมถึงลองนำคีย์เวิร์ดหรือภาพในคลิปไปค้นหาใน Google หรือเครื่องมืออย่าง Reverse Image Search เพื่อดูว่าเคยเป็นข่าวในอดีตหรือไม่
- สังเกตความผิดปกติในคลิป: สังเกตป้ายบอกทาง ภาษาในป้าย เครื่องแต่งกายของผู้คน หรือสภาพอากาศว่าตรงกับพื้นที่ที่อ้างถึงหรือไม่
- เข้าใจ “กลลวง” ของผู้สร้างข่าวปลอม: ตระหนักว่าในช่วงสงคราม มักมีการนำ “คลิปเก่ามาเล่าใหม่” หรือนำภาพจาก “เกมสงคราม” มาอ้างว่าเป็นเหตุการณ์จริง เพื่อสร้างยอดวิว (Clickbait) หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง (Propaganda)









