โพสต์อ้าง “อันวาร์” วอนไทยหยุดเล่นสงกรานต์เพราะเป็นของเขมร แท้จริงเพียงเพจปลอมกุข่าว

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวจาก: Threads
โพสต์ข่าวปลอมที่มีการพบบนแพลตฟอร์ม Trend เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569
Thai PBS Verify มีการพบโพสต์ภาพบทแพลตฟอร์ม Threads โดยผู้ใช้ Khrbkhrawhnkhng ที่ได้มีการโพสต์เอาไว้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมระบุข้อความว่า
ไอ้อัลวาล์มึงไม่…สักเรื่องนึงได้มั๊ยหรือมึงจะตุย
ซึ่งในปัจจุบันโพสต์ดังกล่าวสามารถทำยอดไลก์ไปได้กว่า 220 ครั้ง มียอดผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกว่า 100 ครั้ง รีโพสต์ 9 ครั้ง และการแชร์ต่ออีก 14 ครั้ง โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่ไปทางที่เชื่อว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง แต่ก็มีบางส่วนที่เห็นหรือจับสังเกตว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือข่าวเท็จ
เพจสื่อดังเสนอข่าวจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ได้ค้นหาด้วยคำสำคัญ ด้วยการนำชื่อของเพจดังกล่าวไปตรวจสอบ พบเพจที่ใช้ชื่อว่า “ข่าว สด” บนแพลตฟอร์ม Facebook ได้มีการสร้างโพสต์เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 พร้อมระบุข้อความเอาไว้ว่า
“อันวาร์” นายกมาเลเซีย ออกมาเรียกร้องให้ไทยหยุดเล่นสงกรานต์ เพราะสงกรานต์เกิดขึ้นที่กัมพูชาเป็นที่แรกของโลก ไทยจึงไม่มีสิทธิ์เล่นสงกรานต์ ถ้าเขมรไม่อนุญาต…
โพสต์ต้นฉบับบนแพลตฟอร์ม Facebook เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 ก่อนที่จะถูกลบในเวลาต่อมา
โพสต์ดังกล่าวสามารถเรียกการตอบโต้ได้กว่า 2,100 ครั้ง การแสดงความเห็นกว่า 808 ครั้ง และการแชร์ต่อกว่า 46 ครั้ง
เราทำการตรวจสอบเพจ Facebook ต้นตอที่ได้มีการโพสต์ข่าวดังกล่าวเอาไว้ ซึ่งได้ใช้ชื่อเพจว่า “ข่าว สด” รวมถึงใช้ภาพโปรไฟล์เลียนแบบภาพโปรไฟล์ของเพจ ข่าวสด ที่เป็นสื่อจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ โดยเพจดังกล่าวเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 67 ที่ผ่านมา มีผู้ดูแลเพจอยู่ในประเทศไทย และมีผู้ติดตามกว่า 230,000 คน
อย่างไรก็ตามหากว่าเป็นเพจข่าวของช่อง “ข่าวสด” จริง ควรจะต้องมีการเขียนว่า “Khaosod – ข่าวสด” ตามด้วยสัญลักษณ์ Verify หรือเครื่องหมายยืนยันตัวตน, พร้อมแนบลิงก์อีเมล กับเบอร์โทรติดต่อเอาไว้ รวมถึงต้องใช้รูปโปรไฟล์ ขาว-ดำ เพื่อไว้ทุกข์ และมีผู้ติดตามกว่า 24 ล้านคน
ภาพเปรียบเทียบความแตกต่างของเพจ “ข่าวสด” จริง (ซ้าย) กับเพจ “ข่าว สด” ปลอม (ขวา)
ก่อนที่ในภายหลังจะพบว่าทั้งโพสต์ข่าว และเพจข่าวปลอมดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากหน้าแพลตฟอร์มไปเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา
Thai PBS Verify ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ด้วยการค้นหาไปยังสำนักข่าวของ 2 ประเทศ ประกอบด้วยสักนักข่าว Khmer Time, KBN News, Oknha News ของประเทศกัมพูชา และ The Star กับ Malaymail ของประเทศมาเลเซีย พร้อมค้นหาด้วยคำว่า “สงกรานต์ (Songkran / សង្ក្រាន្ត)” แต่กลับไม่พบเนื้อหาใด ๆ ที่มีการพูดถึงวันสงกรานต์ หรือคำกล่าวอ้างเดียวกับโพสต์จากเพจ “ข่าว สด” โดยเฉพาะในช่วงเดือน ก.พ. 69 ที่ผ่านมา จากเว็บไซต์ทั้งหมดที่กล่าวมา
สถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับสงกรานต์เป็นอย่างไร ?
นอกจากนี้ Thai PBS News ยังได้มีการโพสต์บทความข่าว “วธ.ชี้กัมพูชาชง “มหาสงกรานต์” ต่อยูเนสโก ไม่กระทบสงกรานต์ไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้ว” เอาไว้เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีใจความว่า
กรณีปรากฏกระแสข่าวว่า กัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO
วันที่ 14 ก.พ.2569 นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ UNESCO พบว่าเป็นข้อมูลจริงที่ปรากฏในระบบฐานข้อมูลขององค์การฯ
ข่าวกระทรวงวัฒนธรรมยืนยันเรื่องกัมพูชาชงเรื่อง “มหาสงกรานต์” ของกัมพูชา ยืนยันว่าไม่กระทบสงกรานต์ไทย โดย Thai PBS News
ข้อมูลในเว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า ประเทศกัมพูชามีรายการที่รอพิจารณาในรอบปี 2569 จำนวน 1 รายการ ได้แก่ Traditional Khmer wedding และมีรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ซึ่งอยู่ในขั้นตอนเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในปีถัดไปตามลำดับขั้นตอนของอนุสัญญา
อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในปี 2564 กระทรวงวัฒนธรรมยื่นเสนอ “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival)” ต่อยูเนสโก และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อปี 2566 เรียบร้อยแล้ว โดยการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมีผลสมบูรณ์และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น
ทั้งนี้ ตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ.2003 ของ UNESCO มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อการคุ้มครอง อนุรักษ์และส่งเสริมการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย และเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าในระดับท้องถิ่น ระดับชาติและระดับนานาชาติ อนุสัญญาดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาเพื่อรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวของประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหลายรายการอาจมีปรากฏในหลายประเทศได้
นอกจากนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ยกตัวอย่างกรณีของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเสนอรายการ “Myanmar traditional New Year Atā Thingyan festival” และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากยูเนสโก เมื่อปี 2567 โดยเป็นประเพณีปีใหม่ตามสุริยคติที่จัดขึ้นในช่วงกลางเดือน เม.ย. เช่นเดียวกับประเทศในภูมิภาค
กัมพูชาเสนอรายการดังกล่าว ถือเป็นสิทธิของรัฐภาคีสมาชิกภายใต้อนุสัญญาฯ การพิจารณาจะมุ่งเน้นการปฏิบัติ การแสดงออกและการมีส่วนร่วมของชุมชนภายใต้อาณาเขตของประเทศผู้เสนอ พร้อมทั้งแผนการคุ้มครองและหลักฐานทางวิชาการประกอบการพิจารณา
นางยุถิกา กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2559 และปัจจุบันมีรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในระดับนานาชาติ จำนวน 6 รายการ ประเภทบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ได้แก่
- โขน (ปี 2561)
- นวดไทย (ปี 2562)
- โนรา (ปี 2564)
- สงกรานต์ (ปี 2566)
- ต้มยำกุ้ง (ปี 2567)
- เคบายา (ปี 2567 – เสนอแบบมรดกร่วม ร่วมกับมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซียและบรูไนฯ)
นอกจากนี้ยังมีรายการที่อยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีก 4 รายการ ได้แก่ ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง โดยรายการ “ชุดไทย” มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในปี 2569 พร้อมย้ำว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมติดตามความเคลื่อนไหวของประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และประสานความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือทางวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การยอมรับและการชื่นชมคุณค่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมร่วมกันในระดับสากล
“การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เป็นกระบวนการเพื่อการคุ้มครองและสืบทอด ไม่ใช่การแข่งขันหรือการช่วงชิงความเป็นเจ้าของ วัฒนธรรมคือมรดกร่วมของมนุษยชาติ“ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าว
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
โพสต์ข่าวดังกล่าว เป็นเพียงข่าวปลอม ที่ถูกเผยแพร่โดยเพจ Facebook ที่ปลอมขึ้นมาให้เหมือนกับเว็บไซต์ข่าวดังของจริง แต่ไม่มีมูลความจริง อ้างอิงจากเว็บไซต์ข่าวทางการของทั้ง 2 ประเทศ ก่อนที่โพสต์ และเพจข่าวดังกล่าว จะถูกลบไปในเวลาต่อมา
กระบวนการตรวจสอบ
- การตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่ถูกอ้างอิง: มีการตามต่อจากแพลตฟอร์ม Trend มาจนเจอโพสต์ข่าวต้นทางบนแพลตฟอร์ม Facebook และทราบในภายหลังว่าเพจดังกล่าวเป็นเพจปลอม ก่อนที่จะถูกลบไปในเวลาต่อมา
- การค้นหาด้วยคำสำคัญ: มีการค้นหาด้วยคำสำคัญ อย่างเช่นชื่อ “อันวาร์” ในการค้นหาข่าวต้นฉบับบนแพลตฟอร์ม Facebook จนได้พบกับข่าวปลอมที่ต้นทาง และการค้นหาด้วยการแปลคำว่า “สงกรานต์” ไปเป็นภาษาอังกฤษและภาษาเขมร เพื่อนำไปค้นหาข่าวอ้างอิงจากเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ
- การเปรียบเทียบกับแหล่งข้อมูลอื่น ๆ: มีการค้นหาข่าวจากการกล่าวอ้างของข่าวดังกล่าวบนเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศของทั้งฝั่งมาเลเซีย และกัมพูชา แต่กลับไม่พบข่าวใด ๆ ที่มีเนื้อข่าวเหมือนกับที่เพจปลอมมีการกล่าวอ้างเอาไว้ แต่กลับไม่มีการพบข่าวใด ๆ ดั่งเช่นที่ได้มีการพูดถึงเอาไว้เลย
ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้
- ความเข้าใจผิดระหว่างประเทศ: การเอาหน้าผู้นำประเทศหนึ่ง มาพูดในเรื่องความขัดแย้งของอีกประเทศ สามารถสร้างความสับสน และอาจนำไปสู่การเกลียดชังประเทศที่สาม หรือเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์ต่อได้
- การปลุกกระแสชาตินิยมแบบสุดโต่ง: ประเด็นเรื่องวัฒนธรรมที่เป็นเรื่องอ่อนไหว การปั่นกระแสว่าเพื่อนบ้านจะเข้ามาแทรกแซง หรือห้ามปราม เป็นการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการด่าทอ สาดเสียในโลกออนไลน์ ซึ่งบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
- ลดทอนความน่าเชื่อถือของสื่อจริง: จากเพจที่จงใจใช้ชื่อหรือโลโก้ที่คล้ายสื่อหลัก หรือสื่อทางการ ทำให้คนที่ไม่ได้มีการตรวจสอบให้แน่นอน สามารถหลงเชื่อ และส่งผลให้ชื่อเสียงของสำนักข่าวจริงเกิดเสื่อมเสียไปด้วยก็เป็นได้
- Echo Chamber – ห้องสะท้อนเสียง: เมื่อคนเข้าไปรุมด่าใต้คอมเมนต์ อัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม จะยิ่งดันโพสต์นั้น ๆ ให้คนอื่นเห็นมากขึ้น กลายเป็นวงจรข่าวปลอมที่ขยายตัวแบบไม่จบสิ้น
ภาพบันทึกหน้าจอแสดงความคิดเห็นของประชาชนส่วนหนึ่งที่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- สังเกตความสมเหตุสมผล
- ทำไมเขาต้องพูด? นายกฯ มาเลเซียไม่ได้มีส่วนได้-เสีย หรืออำนาจใด ที่จะห้ามไม่ให้ไทยหยุดเล่นสงกรานต์ หรือตัดสินว่าวัฒนธรรมของใคร
- ต้นตอคือใคร? ตรวจสอบชื่อเพจ มักจะเป็นชื่อเลียนแบบหรือเพจปลอม หรือเพจที่ไม่ได้มีการยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ
- ตรวจสอบแหล่งข่าวอื่น
- ถ้าเป็นประเด็นใหญ่ อย่างเช่นถ้อยแถลงของผู้นำประเทศ มักจะต้องมีสำนักข่าวหลายสำนัก หรืออาจจะทุกสำนักของประเทศต้นทาง หรือประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าหากไม่มี ให้สันนิษฐานไว้ว่าเป็นข่าวปลอม
- อย่ามีส่วนร่วม
-
- อย่ากดสร้าง Engagement แม้จะแชร์ด่า หรือกดโกรธโมโห ก็เท่ากับการเพิ่มยอดให้โพสต์นั้น ๆ
-
- อย่าอ่าน comment ยิ่งมีการแสดงความเห็นมากเท่าไหร่ โพสต์ก็ยิ่งจะเด้งต่อไปยังหน้า feed ของเพื่อน ๆ คุณในแพลต์ฟอร์มนั้น ๆ ต่อได้
- รายงานและแจ้งเตือน
-
- กด report: เลือกหัวข้อ “ข้อมูลเท็จ” เพื่อให้ระบบของแพลตฟอร์มตรวจสอบ
- เตือนคนใกล้ชิด: หากเห็นเพื่อนหรือญาตมีการแชร์โพสต์ต่อ ให้ส่งข้อความเตือนทางส่วนตัว หรือทางใดที่ไม่ใช่บนโพสต์ดังกล่าวเพื่อเตือนว่าเป็นข่าวปลอม









