คลิป F-16 ถล่มอาคารในกัมพูชา แท้จริงสร้างจาก AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: YouTube
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบคลิปอ้างว่าไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ถล่มอาคารในกัมพูชา โดยคลิปดังกล่าวปรากฏบนหน้าสื่อของเกาหลีใต้ JTBC News ในลักษณะแฟ้มภาพที่รวมเหตุการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ ประกอบการนำเสนอข่าว ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 โดยคลิปดังกล่าวปรากฏในช่วงวินาทีที่ 0.00-0.07 น.

พร้อมระบุพาดหัวข่าวว่า
“보디아 범죄단지 날렸다“… 태국군 F-16기 공습 확산”
“แก๊งอาชญากรชาวกัมพูชาถูกกวาดล้าง… การโจมตีทางอากาศด้วยเครื่องบิน F-16 ของไทยขยายวงกว้าง”
คำอธิบายในคลิปวิดีโอ จากช่วงวินาทีที่ 0.00-0.07 น. ระบุว่า
“굉음을 내며 날아가는 태국군의 F-16 전투기”
“전투기가 투하한 폭탄이 그대로 꽂히며 건물이 초토화”
“เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยบินผ่านไปพร้อมเสียงดังสนั่น”
“เครื่องบินรบทิ้งระเบิดลงมาและทำให้ตัวอาคารกลายเป็นซากปรักหักพัง”
นอกจากนี้คลิปดังกล่าวยังปรากฏในแอปพลิเคชัน X ด้วยเช่นกัน
ระบุเป็นภาษาเกาหลีว่า
속보🇹🇭🇰🇭폭격
태국, 캄보디아 폭격중
ข่าวล่าสุด ไทย-กัมพูชา การโจมตีทางอากาศ
ประเทศไทยทิ้งระเบิดกัมพูชา
โพสต์อ้างไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 โจมตีอาคารแห่งหนึ่งในกัมพูชา เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 มียอดเข้าชม 443,600 ครั้ง
ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ได้เริ่มมีรายงานการปะทะกันเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 68 ที่บริเวณ ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน และต่อมาวันที่ 8 ธ.ค. 68 พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงการณ์ว่าทางการไทยได้เริ่มปฏิบัติการทางอากาศ เพื่อตอบโต้ด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 โดยเน้นเป้าหมายทางทหาร ฐานที่ตั้งยิงอาวุธยิงสนับสนุน และฐานที่ตั้งโดรน
คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริงหรือไม่
เมื่อนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปแยก Keyframe ในโปรแกรม InVID-WeVerify และนำภาพบางส่วนไปค้นหาด้วย Google Lens พบว่าไปตรงกับคลิปของบัญชีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าคลิปดังกล่าวสร้างจาก AI แต่เมื่อไปยังหน้าบัญชี TikTok ดังกล่าว คลิปวิดีโอถูกลบไปแล้ว
แยก Keyframe ในโปรแกรม InVID-WeVerify
นำภาพบางส่วนไปค้นหาด้วย Google Lens พบว่าไปตรงกับคลิปของบัญชีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าคลิปดังกล่าวสร้างจาก AI แต่เมื่อไปยังหน้าบัญชี TikTok ดังกล่าว คลิปวิดีโอถูกลบไปแล้ว
จึงค้นหาด้วยคำสำคัญใน YouTube ด้วยคำว่า “F 16 ตึก” พบคลิปวิดีโอจากช่องที่มีชื่อว่า Just10sec ที่เผยแพร่เนื้อหาที่สร้างด้วย AI หลายคลิป หนึ่งในนั้นมีคลิปที่จำลอง F16 ถล่มอาาคารในกัมพูชา ทั้งนี้ผู้ใช้ดังกล่าวได้ระบุชัดเจนว่า เนื้อหาในคลิปวิดีโอสร้างจาก AI ไม่ใช่สถานการณ์จริง พร้อมระบุเป็นอักษรในคลิปว่าสร้างจาก AI โดยคลิปดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 68
ผู้ใช้บัญชีช่องดังกล่าวระบุว่าวิดีโอสร้างด้วย AI จำลองสถาณการณ์ ไม่ใช่ภาพจริง
เมื่อนำภาพส่วนหนึ่งของคลิปวิดีโอไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ AI or Not และ Wasitai พบว่าภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI
ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ AI or Not ผลลัพธ์คือมีแนวโน้มสร้างจาก AI
ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ Wasitai พบว่าภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI
กองทัพบก-อากาศยืนยันคลิปไม่มีความสมจริง
Thai PBS Verify สอบถามไปยัง พ.อ. ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ยืนยันว่าคลิปวิดีโอดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิการทางการทหารของไทย ในเหตุการณ์ความขัดแย้งไทยกัมพูชาแต่อย่างใด
ด้านกองทัพอากาศยืนยัน คลิปดังกล่าวเป็นคลิปปลอมและมีแนวโน้มสร้างจาก AI
โดย พล.อ.ท. ประภาส สอนใจดี รองเสนาธิการทหารอากาศ/โฆษกกองทัพอากาศ ชี้ว่า เครื่องบินรบในคลิปบินต่ำผิดปกติ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติการจริง ที่กำหนดให้รักษาระดับความสูงตามมาตรฐาน ซึ่งในสถานการณ์จริงจะไม่สามารถมองเห็นเครื่องบินขับไล่ด้วยตาเปล่าได้ เพราะบินด้วยระดับสูง
ทั้งนี้โฆษกกองทัพอากาศย้ำว่า คลิปดังกล่าวไม่ใช่คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของทางการไทย และมีแนวโน้มสร้างจาก AI
ภาพเครื่องบินขับไล่ที่บินต่ำระยะใกล้อาคาร โฆษกกองทัพอากาศ ชี้ว่าเครื่องบินรบในคลิปบินต่ำผิดปกติ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติการจริง ที่กำหนดให้รักษาระดับความสูงตามมาตรฐาน นอกจากนี้ตัวอักษรบนอาคารไม่มีความหมาย บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มสร้างจาก AI
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ผลตรวจสอบพบว่า คลิปที่ที่ถูกเผยแพร่บนสื่อของเกาหลีใต้และโซเชียลมีเดีย อ้างว่า ไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ถล่มอาคารในกัมพูชา ไม่ใช่เหตุการณ์จริง แต่เป็นคลิปจำลองที่สร้างด้วย AI โดยภาพบางส่วนตรงกับคลิปใน TikTok และช่อง YouTube ที่ระบุชัดว่าเป็นงานสร้างด้วย AI ขณะเดียวกัน ผลจากเครื่องมือตรวจสอบภาพชี้ว่า เป็นเนื้อหาที่มีแนวโน้มสร้างจาก AI
นอกจากนี้ กองทัพบกและกองทัพอากาศยืนยันว่า ความเคลื่อนไหวของเครื่องบินในคลิปไม่มีความสมจริง เช่น การบินต่ำผิดปกติและรายละเอียดอาคารที่ไม่สอดคล้องกับของจริง ย้ำว่าคลิปดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของไทยในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาแต่อย่างใด
กระบวนการตรวจสอบ
1.ใช้เครื่องมือแยกเฟรมและตรวจสอบด้วย Google Lens: แยกภาพสำคัญ (Keyframe) ด้วย InVID-WeVerify จากนั้นนำภาพไปค้นด้วย Google Lens พบตรงกับคลิปใน TikTok ที่ระบุเองว่า “สร้างด้วย AI” (ปัจจุบันไม่พบคลิปดังกล่าว)
2.ค้นหาด้วยคำสำคัญ: ค้นคำว่า “F 16 ตึก” ใน YouTube พบช่อง Just10sec มีคลิปลักษณะเดียวกัน และระบุชัดว่าเป็น AI-generated video เผยแพร่ 8 ธ.ค. 68 โดยในช่องดังกล่าวเผยแพร่เนื้อหาวิดีโอ AI เป็นหลัก
3.ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพ AI: ตรวจด้วยเว็บไซต์ AI or Not และ Wasitai ผลชี้ว่าเป็นภาพที่มีแนวโน้มสร้างจาก AI
4.สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ด้านกองทัพบกยืนยันคลิปไม่เกี่ยวกับปฏิบัติการของไทย ขณะเดียวกันโฆษกกองทัพอากาศชี้ว่า เครื่องบินในคลิปบินต่ำผิดปกติ ไม่ตรงมาตรฐานจริง บ่งชี้ว่าสถานการณ์ในคลิปไม่มีความสมจริง
ผลกระทบของข้อมูลเท็จจากคลิปนี้
1) สร้างความเข้าใจผิดและบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร
คลิปจำลองที่ถูกนำเสนอราวกับเป็นเหตุการณ์จริง อาจทำให้ประชาชนรับข้อมูลผิดพลาด ทั้งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ส่งผลให้สังคมได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนและยากต่อการแยกแยะข่าวจริง-ข่าวปลอม
2) เพิ่มระดับความรุนแรงของสถานการณ์
ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุปะทะชายแดน เช่น คลิปโจมตีทางอากาศ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพิ่มระดับความรุนแรง ความเกลียดชังระหว่างประเทศ ขยายความขัดแย้งได้ง่าย และไม่ว่าข้อเท็จจริงจะรุนแรงหรือไม่รุนแรงเพียงใด การนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นและควรตรวจสอบก่อนแชร์เสมอ
3) สื่อบางแห่งอาจนำข้อมูลผิดไปเผยแพร่ซ้ำโดยไม่ตั้งใจ
การนำแฟ้มภาพมาประกอบข่าวโดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา อาจทำให้ง่ายต่อถูกเผยแพร่กว้างขึ้น
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1) ตรวจสอบต้นทางของคลิปเสมอ
ตรวจสอบที่มาที่ชัดเจนว่าน่าเชื่อถือหรือไม่
2) แยกเฟรมภาพและค้นหาที่มาด้วยเครื่องมือพื้นฐาน
เช่น InVID-WeVerify, Google Lens เพื่อดูว่ามีคลิปต้นทางอยู่แล้วหรือไม่
3) ตั้งข้อสงสัยเมื่อคลิปมีความสมจริงเกินเหตุการณ์จริง
เช่น เครื่องบินบินต่ำผิดปกติ เอฟเฟกต์ระเบิดเกินจริง ตัวอาคารมีรายละเอียดไม่สมจริง หรือไม่
4) ตรวจสอบคำบรรยายหรือภาษาในคลิป
ข้อความผิดเพี้ยน ไม่ใช่ภาษาใดภาษาหนึ่งจริง หรือมีตัวอักษรไม่เป็นคำ มักเป็นลักษณะของการสร้างด้วย AI
5) ตรวจด้วยเว็บไซต์ตรวจจับภาพ/วิดีโอ AI
เช่น AI or Not, Wasitai, Hive Moderation หรือเครื่องมือ Video Analysis อื่น ๆ
6) เปรียบเทียบกับข้อมูลทางการ ตรวจสอบข่าวจากกองทัพ หน่วยงานรัฐ หรือสำนักข่าวที่เชื่อถือได้ว่าเหมือนหรือขัดแย้งกับที่เห็นหรือไม่
7) หลีกเลี่ยงการแชร์ก่อนตรวจสอบให้ชัดเจน
การแชร์ซ้ำช่วยเพิ่มพลังให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว









